fbpx

EXIM BANK พลิกโฉมสู่บทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนา

กรุงเทพฯ 21 เม.ย.- EXIM BANK พลิกโฉมสู่บทบาท “ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย” หวังช่วยผู้ประกอบการทุกระดับ  นำทัพธุรกิจไทยรุกตลาดโลก เดินหน้าปั้น SMEs  ให้เป็นนักรบเศรษฐกิจ  จิ๋วแต่แจ๋ว


 นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยถึงแนวนโยบายและบทบาทของ EXIM BANK ภายหลังเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK  คนใหม่ ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564  มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป  หลังจากในปีที่ผ่านมา หดตัวสูงสุดนับตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง  ขณะที่ความต้องการซื้อสินค้าภายในประเทศยังเปราะบางและการท่องเที่ยวยังไม่มีทีท่าจะฟื้นตัวได้ในขณะนี้   การฟื้นตัวของภาคการส่งออกจึงเป็นความหวังในระยะสั้น แต่การผลักดันให้เศรษฐกิจไทยและภาคการส่งออกเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวยังติดขัดปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ  ทำให้ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา GDP ไทยโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2  เทียบกับ GDP โลกขยายตัวร้อยละ 3  ขณะที่ ประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนามโตถึงร้อยละ 6  ส่วนการส่งออกของไทยโตเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2  น้อยกว่าเฉลี่ยของโลกร้อยละ 3  และการส่งออกเวียดนามขยายตัวร้อยละ 15  

ทั้งนี้ ยอมรับว่า  ไทยยังเผชิญปัญหา “ความย้อนแย้ง” ในเชิงโครงสร้างของผู้ประกอบการ แม้มีจำนวน SMEs มากถึง 3.1 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 99.5  ของทั้งระบบ ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีเพียง 1.5 หมื่นรายหรือร้อยละ 0.5  ของทั้งระบบ แต่กลับมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจสูงเกือบร้อยละ 60  ของ GDP   นับว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจสูงกว่า SMEs ถึง 350 เท่า ยิ่งตอกย้ำว่าแม้ SMEs มีจำนวนมาก แต่สร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจน้อยกว่าที่ควรจะเป็น  SMEs  ไม่ถึงร้อยละ 1%   SMEs ทั้งหมด  สามารถส่งออกได้ และสัดส่วนนี้แทบไม่ขยับเลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้ SMEs ส่วนใหญ่เผชิญการแข่งขันที่รุนแรงและข้อจำกัดต่าง ๆ ภายในประเทศ ลดทอนโอกาสการเติบโตและการเป็นเครื่องยนต์สำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ


อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจและการส่งออกของไทยเปรียบเสมือนรถยนต์ที่กำลัง “ติดหล่ม” และต้องการการผลักดันให้เคลื่อนไปข้างหน้าในหลายมิติ ได้แก่ 1. การลงทุน สัดส่วนการลงทุนของภาคเอกชนต่อ GDP ในปี 2563  สัดส่วนร้อยละ 16.6  ลดลงจากร้อยละ 18.7   ในปี 2553   2. การพัฒนานวัตกรรม สัดส่วนการวิจัยและพัฒนา (R&D) ต่อ GDP ในปี 2561 ของไทยเพียงร้อยละ 1  เทียบกับเกาหลีใต้และไต้หวัน สัดส่วนร้อยละ  4.5  และร้อยละ 3.4  ตามลำดับ นับว่า การส่งออกของไทยยังเน้นสร้างมูลค่าผ่านปริมาณมากกว่าการปรับเพิ่มราคา  3. การเชื่อมโยง Supply Chain ของโลกยุคใหม่ ตามกระแส Megatrend  4. การสร้างผู้ส่งออกรายใหม่ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ เพื่อให้เป็นนักรบเศรษฐกิจที่จิ๋วแต่แจ๋ว มีภูมิคุ้มกันในยามวิกฤตและแรงส่งใหม่ช่วยผลักดันประเทศให้เติบโต นอกจากนี้ เศรษฐกิจและการส่งออกของไทยยังถูกกดดันจากกระแส Disruption ในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การเกิดโควิด-19 สงครามการค้า ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งหากไม่เร่งแก้ไขหรือพัฒนาก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยหยุดอยู่กับที่หรือกลายเป็นรถยนต์ที่วิ่งได้ช้า

นายรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า   EXIM BANK  จึงต้องปรับบทบาททำหน้าที่ “เครื่องยนต์รุ่นใหม่” ผลักดันให้ประเทศไทยหลุดจากภาวะติดหล่มข้างต้น ผ่านนโยบาย Dual-track Policy ชูบทบาท “ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (Thailand Development Bank)” ควบคู่กับการเป็น “ศูนย์บริการครบวงจรเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศให้แก่ SMEs (One Stop Trading Facilitator for SMEs)  โดยภารกิจหลักของ EXIM BANK ในปี 2564 ได้แก่ การเร่ง “ซ่อม สร้าง เสริม” การพัฒนาประเทศไทยด้วยการ 1. การเร่ง “ซ่อม” และ “สร้าง” ภาคอุตสาหกรรมของไทยให้เติบโตไปสู่อนาคต ประคับประคองผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่ประสบวิกฤต สร้างอุตสาหกรรมใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (เช่น เทคโนโลยีด้านสุขภาพ รถยนต์ไฟฟ้า) เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) โครงสร้างพื้นฐาน และการปรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมขนานใหญ่

2. การเร่ง “สร้าง” ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทย ตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายกลางและรายใหญ่ ทำให้ Supply Chain ภาคส่งออกไทยแข็งแกร่งและเชื่อมโยงกับการลงทุนภายในประเทศและระหว่างประเทศ  เป็นสะพานเชื่อมต่อโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน เติมเต็มช่องว่างทางธุรกิจให้แก่ลูกค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะการแชร์ความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นของโครงการ  สร้างผู้ส่งออก SMEs รายใหม่ให้ส่งออกได้และแข็งแรงขึ้น เพื่อให้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ที่มีต้นทุนต่ำกว่าในระยะถัดไป สนับสนุนซัพพลายเออร์และผู้ประกอบการทั้งหมดใน Supply Chain การส่งออก สร้างช่องทางในลักษณะ Thai Pavilion นำสินค้าไทยสู่ตลาดโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำของโลก


3. การเร่ง “เสริม” ศักยภาพการแข่งขันของผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยในตลาดหลักและตลาดใหม่ (New Frontiers) อย่างสมดุล  สนับสนุนให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้ โดยเฉพาะประเทศที่ธุรกิจไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่ในช่วงเริ่มต้นของโครงการลงทุน  ป้องกันความเสี่ยง พร้อมเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการไทย

 “การพัฒนาประเทศ ต้องนำนักลงทุนไทยที่มีศักยภาพเข้าไปรับงานในต่างประเทศได้มากขึ้น ควบคู่กับการขยายโครงการลงทุนภายในประเทศ เพื่อกระตุ้นการจ้างงาน  การพัฒนาภาคอุตสาหกรรม  ด้วยการสร้างนวัตกรรมตอบสนองผู้บริโภคยุคใหม่  โดยเฉพาะ SMEs  ต้องปรับตัว เปลี่ยนผ่านไปสู่โลกยุคใหม่  เส้นทางใหม่ของ EXIM BANK ครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายชัดเจนที่จะ ‘ฝันให้ใหญ่’ สู่การเป็น Thailand Development Bank แล้ว ‘ไปให้ไกล’ สู่ New Frontiers โดย ‘ไม่ทิ้งคนตัวเล็ก’ หรือ SMEs เพราะทุกภาคส่วนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงประเทศ” นายรักษ์ กล่าว.- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ญาติยังคาใจ ฉีดวัคซีน 2 วัน เสียชีวิต

ครอบครัวติดใจ คนขับรถเอกซเรย์เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด 2 วัน ภรรยาเผยสามีไม่มีโรคประจำตัว ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ได้ชันสูตรศพ เพราะไม่อยากวุ่นวาย

หญิงชาวมาลีให้กำเนิดทารกแฝด 9 คน ครั้งแรกในโลก

หญิงชาวมาลี วัย 25 ปี สร้างความตกตะลึงให้กับวงการแพทย์ หลังให้กำเนิดทารกแฝด 9 ที่โรงพยาบาลในคราวเดียว เป็นครั้งแรกในโลก

ลูกหลานแพร่เชื้อ หลวงตาติดโควิด 2 วันมรณภาพ

เผาทันที ศพหลวงตา วัย 73 ปี ติดโควิด-19 แค่ 2 วัน มรณภาพ คาดรับเชื้อจากญาติโยมกลุ่มลูกหลานที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ

ข่าวแนะนำ

คณบดีศิริราช รับเคสหนักเข้า รพ.เยอะ

คณบดีศิริราช รับเคสหนักเข้า รพ.เยอะ ตอนนี้งานใกล้จุดระบบงานจะล้นมือ วอนทุกคนช่วยอย่าออกนอกลู่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงติดโควิด

นนทบุรีติดโควิดรายใหม่ 114 ราย เตือนพื้นที่เสี่ยงเพิ่มอีก 13 แห่ง

นนทบุรีพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 114 ราย ส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อภายในครอบครัว พร้อมแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงสำคัญอีก 13 แห่ง