fbpx

วัดราชบพิธฯ กำหนดมาตรการป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19

วัดราชบพิธฯ 17 เม.ย. – วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


ประกาศวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ที่ 1/2564
เรื่อง มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ตามที่ได้มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2564 และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมากในทุกพื้นที่ และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดระลอกใหม่นั้น


วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จึงกำหนดมาตรการและข้อปฏิบัติ ดังนี้

  1. งดการจัดกิจกรรมภายในวัด ตั้งแต่บัดนี้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
  2. เปิดพระอุโบสถหรือพระวิหารแล้วแต่กรณี เฉพาะเวลาพระภิกษุสามเณรลงทำวัตรเช้าเย็น และประกอบสังฆกรรมตามอาณัติสัญญา โดยไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วม
  3. ปิดประตูวัดทุกประตู ยกเว้นประตูฝั่งถนนเฟื่องนคร ด้านศาลาร้อยปี และประตูฝั่งถนนอัษฎางค์ สำหรับพระภิกษุสามเณรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจำเป็นต้องเข้าออกบริเวณวัด
  4. หากพระภิกษุสามเณรไม่มีกิจจำเป็น ให้งดออกนอกวัด ยกเว้นบิณฑบาต หากจำเป็นต้องออกนอกวัดให้สวมหน้ากาก และงดไปในที่ชุมชน เมื่อกลับถึงวัดให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่ และล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้ง
  5. ให้พระภิกษุสามเณรงดการเดินทางไปพำนักยังพื้นที่อื่น โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งงดรับพระอาคันตุกะมาพำนักภายในวัด
  6. ผู้นำภัตตาหารหรือจตุปัจจัยมาถวายพระภิกษุสามเณร ให้ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่ และสวมหน้ากากตลอดเวลา โดยไม่ใช้เวลาในวัดนานเกินควร
  7. ผู้มีไข้ ปวดศีรษะ ไอ เจ็บคอ หรือมีอาการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ให้งดเดินทางมาวัด
  8. พระภิกษุสามเณรและบุคคลภายในวัด ถ้ามีอาการตามข้อ 7. ให้รีบแจ้งเจ้าคณะที่ตนสังกัดทันที งดคลุกคลีกับคนใกล้ชิด และห้ามปกปิดข้อมูล
  9. ให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานของวัด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องถวายงานพระเถระสูงอายุ งดเดินทางไปยังพื้นที่และสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด
  10. ให้เว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1.50 เมตร
  11. หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคล และงดการกราบลงบนพื้น ให้ใช้การไหว้แทน เพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อ
  12. สวมหน้ากาก เมื่อออกนอกกุฏิหรือพบปะบุคคลอื่น ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่อย่างสม่ำเสมอ ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ประกาศ ณ วันที่ 16 เมษายน 2564. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุชา” สั่งตรวจสอบเมรุ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข

“อนุชา” สั่งการ พศ. ตรวจสอบเมรุวัดต่างๆ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ยืนยันวัดเป็นที่พึ่งของประชาชน

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม วันอาสาฬหบูชา

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันเสาร์ ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัปดาห์หน้า “แอสตราเซเนกา” ส่งมอบวัคซีนอีก 2.3 ล้านโดส

ประธาน บ.แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) ส่งจดหมายเปิดผนึกแจ้งกำหนดส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา อีก 2.3 ล้านโดส ในสัปดาห์หน้า รวมยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม

อุตุฯ เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน “เหนือ ตะวันออก อีสาน” ระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ – ปริมณฑล เจอฝนร้อยละ 60 ส่วนทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร