fbpx

คพ. แนะจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ลดขยะติดเชื้อ


กรุงเทพฯ 11 ม.ค. – อธิบดีกรมควบคุมมลพิษเผย ห่วงการเพิ่มของขยะติดเชื้อ จากหน้ากากอนามัยใช้แล้ว ซึ่งพบว่า มีปริมาณมากขึ้น ตลอดจนระบบการทิ้งไม่ถูกต้อง เร่งเผยแพร่แนวทางจัดการหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่


นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยขยายวงกว้างมากขึ้น ส่งผลให้มีการใช้หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น จึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงจัดทำข้อแนะนำเบื้องต้นการจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้วที่กลายเป็นขยะพิษหรือขยะติดเชื้อ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อมแบ่งเป็น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย และผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ให้ถือว่าหน้ากากอนามัยใช้แล้วเป็น “มูลฝอยติดเชื้อ” ที่ต้องมีการจัดการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 ด้วยการเก็บรวบรวมในภาชนะที่มีสีหรือสัญลักษณ์ที่แสดงถึงมูลฝอยติดเชื้อ มีการเก็บกัก รวบรวม และกำจัดทำลายอย่างถูกต้อง ส่วนประชาชนทั่วไป กรณีใช้หน้ากากอนามัยแบบใช้แล้วทิ้ง ห้ามใช้ซ้ำหรือนำกลับมาใช้ใหม่ ก่อนทิ้งหน้ากากอนามัยให้ตัด ฉีก หรือทำลายก่อน เพื่อป้องกันการนำกลับมาใช้ใหม่ ให้แยกทิ้งหน้ากากอนามัยจากขยะประเภทอื่นๆ หรือทิ้ง ที่จุดทิ้งและจุดรวบรวมเฉพาะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว และห้ามเก็บกักหน้ากากอนามัยใช้แล้วไว้ในที่พักอาศัยเกิน 7 วัน

สำหรับประชาชนที่สังเกตอาการที่บ้าน ให้แยกทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วใส่ถุงขยะ 2 ชั้น มัดปากถุงให้แน่น แล้วระบุข้อความว่า “ถุงขยะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว” ไว้ที่ถุงให้ชัดเจน แยกทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วออกจากขยะประเภทอื่นๆ หรือทิ้ง ที่จุดทิ้งและจุดรวบรวมเฉพาะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว


ส่วนสำนักงานหรือสถานประกอบการ ต้องแยกทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วใส่ถุงขยะ 2 ชั้น ราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว มัดปากถุงให้แน่น แล้วระบุข้อความว่า “ถุงขยะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว” ไว้ที่ถุงให้ชัดเจน แยกทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วออกจากขยะประเภทอื่นๆ หรือทิ้ง ที่จุดทิ้งและจุดรวบรวมเฉพาะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องจัดให้มีจุดทิ้งและจุดรวบรวมเฉพาะสำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว โดยให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่รับผิดชอบ และนำไปกำจัดตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ. 2545 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และคำแนะนำต่อเนื่องเกี่ยวกับการทิ้ง การเก็บขน การรวบรวมขยะ และการกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วอย่างถูกต้อง

ส่วนโรงพยาบาลและสถานที่กักกันโรค ควรแยกทิ้งมูลฝอยติดเชื้อและหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วใส่ถุงสีแดง 2 ชั้น ทึบแสง ทนทานต่อสารเคมี และไม่ฉีกขาดง่าย กันน้ำได้ ไม่รั่วซึม แล้วระบุข้อความว่า “มูลฝอยติดเชื้อ” ราดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาว และมัดปากถุงให้แน่น , จัดให้มีที่พักรวมมูลฝอยติดเชื้อไว้เป็นการเฉพาะ และส่งให้กรุงเทพมหานครหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถานที่กำจัดเอกชน เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป อบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการรวบรวมและเคลื่อนย้ายมูลฝอยติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง


“กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและประชาชน ให้ทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วให้ถูกที่ ถูกวิธี เพื่อนำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ลดปัญหาขยะ ป้องกันการแพร่โรคโควิด-19 สิ่งสำคัญขอให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ที่สาธารณะ ขณะพูดคุย และล้างมือด้วยแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือเป็นประจำ เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดี” นายอรรถพลกล่าว . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ไฟช็อตสาว 17 ปี นอนเปลือยตายคาห้องพัก

พบศพ สาววัย 17 ปี นอนเปลือยท่อนล่าง เสียชีวิตในหอพัก อำเภอเมืองมหาสารคาม ตำรวจเผยตรวจสอบมือเท้ามีร่อยรอยไหม้เกรียม ใกล้ศพพบปลั๊กสามตา 1 เส้น คาดถูกไฟช็อตจนเสียชีวิต

ตกใจ จยย.ตัดหน้า เหยียบคันเร่งชนแหลก เจ็บ 2

สาวขับรถยนต์ตกใจเจอ จยย.ตัดหน้า จะเหยียบเบรกแต่ดันเหยียบคันเร่ง พุ่งชนร้านค้าหน้าตลาดอุดมกิจพลาซ่า ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ผู้คนหนีตายกระเจิง บาดเจ็บ 2 จยย.เสียหาย 2 คัน

ข่าวแนะนำ

อีการ้อง 95 ครูถูกรางวัลที่ 1

อีการ้อง 95 ครูถูกรางวัลที่ 1

คนจะรวยช่วยไม่ได้ ได้ยินอีการ้อง 95 ครูเพชรบูรณ์ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก ให้เพื่อนพาไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.นาเฉลียง

ฝรั่งเศสบังคับใช้เคอร์ฟิวรอบใหม่

ผู้ประกอบการร้านค้าและธุรกิจในกรุงปารีส และทั่วฝรั่งเศส ต่างปิดร้านและกลับบ้านเร็วขึ้น หลังคำสั่งเคอร์ฟิวของรัฐบาลรอบใหม่ ห้ามออกนอกบ้าน ช่วงเวลา 18.00-06.00 น.

แพทย์ มธ. ชี้ “ซิโนแวค” ป้องกันป่วยโควิดกลุ่มที่แสดงอาการได้มากถึง 78%

อาจารย์แพทย์ธรรมศาสตร์เปิดสถิติประสิทธิภาพการใช้วัคซีนซิโนแวคในบราซิล พบป้องกันการเกิดโรคในกลุ่มผู้ที่แสดงอาการได้มากถึง 78% ส่วนการป้องกันในกลุ่มผู้ที่แสดง-ไม่แสดงอาการอยู่ที่ 50% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่