fbpx

มท.สั่งผู้ว่าเข้มทุกพื้นที่ป้องกันโควิด

กระทรวงมหาดไทย 5 ม.ค.- ปลัดมหาดไทย ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯทั่วประเทศ บูรณาการดำเนินมาตรการเข้มข้นในพื้นที่ พร้อมขอชะลอเดินทางข้ามจังหวัด หากจำเป็นให้แสดงเหตุผลต่อเจ้าหน้าที่คัดกรอง ส่วนประชาชนกลับจากพื้นที่เสี่ยงให้กักตัว 14 วัน ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับแพทย์ เพื่อหยุดยั้งการระบาดโควิด-19


นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีหนังสือด่วนที่สุด สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด  ทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการเพิ่มเติม 3 ด้าน ตามที่ประชุม คณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรค โควิด-19 (ศบค.) เมื่อวันที่ 4 ม.ค.64 ได้กำหนดกรอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด ในมาตรา9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 16) ลงวันที่ 3 ม.ค. 64 เพื่อให้จังหวัดและกรุงเทพมหานครถือปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ประกอบด้วย 1.เน้นย้ำขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเต็มขีดความสามารถ ได้แก่ เว้นระยะระหว่างกัน สวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ ,หมอชนะ  2.ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความตระหนักแก่ประชาชนให้ความร่วมมือหากทราบว่าตนเองได้เคยเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการพบผู้ติดเชื้อหรือ “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” ขอให้กักกันตนเองและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่นเป็นเวลา 14 วัน หากพบว่ามีอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านและให้ข้อมูลที่แท้จริงกับแพทย์ และ 3.ปฏิบัติตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่กวดขันไม่ให้มีบ่อนการพนันในพื้นที่ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคฯ โดยเคร่งครัด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เข้มงวดกวดขันและประสานการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านร่วมในการหาข่าว เบาะแสกรณีดังกล่าวด้วย

สำหรับจังหวัดและกรุงเทพมหานครที่กำหนดให้เป็น “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” ให้ดำเนินการ ดังนี้ 1.ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค โดยให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อโดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาสั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นใดที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค 2.การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดมาตรการจัดระเบียบการเข้าใช้บริการ จำนวนผู้นั่งบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ จัดให้มีระบบบันทึกผู้ใช้บริการโดยใช้แอปพลิเคชันไทยชนะหรือจดบันทึกข้อมูลให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ในกรณี คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่าสถานการณ์ในพื้นที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดเวลาห้ามนั่งบริโภคในร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้กำหนดห้ามนั่งบริโภคในร้านระหว่างเวลา 21.00 – 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยให้เป็นลักษณะของการจำหน่ายแล้วนำกลับไปบริโภคที่อื่น 3.การตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด ให้ดำเนินการตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ และต้องไม่เป็นการก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชนเกินสมควรแก่เหตุ โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ผอ.รมน.จังหวัด) บูรณาการและประสานการปฏิบัติ จัดเจ้าหน้าที่ร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจในเส้นทางคมนาคมที่เป็นเส้นทางหลักพื้นที่รอยต่อระหว่าง “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” กับ “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” และพื้นที่รอยต่อระหว่าง “พื้นที่ควบคุมสูงสุด” กับ “พื้นที่ควบคุม” หากพบบุคคลที่มีความเสี่ยงหรือเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้บันทึกข้อมูลเพื่อสามารถสืบค้นได้ และดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด  และมอบหมายนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการกับทุกภาคส่วน จัดตั้งจุดตรวจคัดกรองการเดินทางในเส้นทางรองในตำบล หมู่บ้าน และชุมชน ให้ประสานสอดคล้องกับการจัดตั้งจุดตรวจ/ด่านตรวจในเส้นทางหลัก  พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางข้ามจังหวัด และขอความร่วมมืองดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็น หรือเป็นกรณีการขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค ผลผลิตทางการเกษตร ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ การปฏิบัติงานเกี่ยวกับระบบสื่อสารโทรคมนาคม สาธารณูปโภค สาธารณูปการ โดยต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ รวมทั้งรับการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด อันอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางและต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางมากกว่าปกติ 


นอกจากนี้ ในกรณีจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและมีแนวโน้มสถานการณ์การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ให้จังหวัดประชุม คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดเตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เตรียมพร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการบริหารจัดการ โดยให้พิจารณาความเหมาะสมของสถานที่และชี้แจงสร้างความเข้าใจกับประชาชนด้วย และ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานกับผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ แสวงหาความร่วมมือการปฏิบัติการดูแลผู้ใช้แรงงานร่วมกับการปฏิบัติการของภาคราชการ โดยแนะนำให้มีการนำมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด หากพบกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงให้ดำเนินการตามแนวทางที่ทางราชการกำหนด โดยพิจารณาร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เชียงใหม่ประกาศเพิ่ม 11 จุดเสี่ยง ให้กลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อด่วน

เชียงใหม่ประกาศจุดเสี่ยงเพิ่มอีก 11 แห่ง พร้อมขอให้ผู้ที่ไปสถานที่ดังกล่าว ระหว่างวันที่ 3-10 เม.ย. ตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยด่วน

เช็กเลย! ศบค.ปิดอะไรบ้าง

มติที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เห็นชอบให้ ปิดสถานบันเทิง ลดเคลื่อนย้าย ปรับเวลาเปิด-ปิดห้างร้าน “ไม่เคอร์ฟิว ไม่ล็อกดาวน์” ให้ปฏิบัติตามมาตรการพื้นที่สี เริ่มตั้งแต่ 18 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2564

แคชเชียร์สาวแอบยักยอกเงินนายจ้าง ปีเดียว 2 ล้าน

สาวแสบรับจ้างเป็นแคชเชียร์พาร์ทไทม์ร้านอาหารดัง แอบยกเลิกบิลเก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองวันละกว่าหมื่นบาท ทำมานานกว่า 1 ปี ได้เงินไปไม่ต่ำกว่า 2 ล้าน

ข่าวแนะนำ

สธ.ชี้สถานการณ์โควิด-19 ยังน่าห่วง

สธ. ชี้สถานการณ์โควิด-19 ยังน่าห่วง หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อแตะหลักพันต่อเนื่อง 3 วัน มั่นใจหากคนไทยทุกคนร่วมมือยกการ์ดสูง ตัวเลขลดจากหลักพันเหลือหลักสิบภายใน 1 เดือน

แอสตราฯ ปรับปรุงวัคซีนครอบคลุมสายพันธุ์บราซิล-แอฟริกาใต้

รองโฆษกรัฐบาล เผย รมว.สาธารณสุข รายงาน ศบค. ระบุ “แอสตราเซเนกา” ปรับปรุงวัคซีนครอบคลุมสายพันธุ์บราซิลและแอฟริกาใต้