วธ.  เปิด “เส้นทางตามรอยนาคา บึงกาฬ “

บึงกาฬ13 มิ.ย.- กระทรวงวัฒนธรรม  เปิด “เส้นทางตามรอยนาคา ดินแดนมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ” ส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนาและวัฒนธรรม


นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
เป็นประธานเปิดกิจกรรมเส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง “เส้นทางตามรอยนาคา ดินแดนมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง” จังหวัดบึงกาฬ พร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ

ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ นายสำรวย นักการเรียน ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรมจังหวัดบึงกาฬ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม วัฒนธรรมจังหวัด 19 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดบึงกาฬ เข้าร่วม ณ ตำหนักเจ้าปู่อือลือนาคราช (หลังใหม่) จังหวัดบึงกาฬ


นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม
โดยกรมการศาสนาร่วมกับจังหวัดบึงกาฬ กรมการท่องเที่ยว กรมประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัด ฯลฯ รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินนโยบายขับเคลื่อน Soft Power ส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา ภายใต้หัวข้อ “เส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง : เส้นทางตามรอยนาคา ดินแดนมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง” ในวันที่ 12 – 13 มิถุนายน 2568 ณ จังหวัดบึงกาฬ  ภายงานมีการจัดนิทรรศการชุมชนคุณธรรมต้นแบบ วัดศิริมงคลวราราม อำเภอบึงโขงหลง ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ต้นแบบ วัดอรัญญานี อำเภอพรเจริญ การจัดสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม จัดจัดสาธิตอาหารแบบ “พาแลง” กับเมนูอร่อย เมนูห้ามพลาด และรสชาติที่หายไป

ในส่วนของวันที่ 13 มิถุนายน 2568 จัดการเปิดงานจะเดินทางไปยัง “ถ้ำนาคา” อุทยานแห่งชาติภูลังกา อำเภอโขงหลง เพื่อเปิดเส้นทาง และร่วมหารือแนวทางการพัฒนาต่อยอดเส้นทางตามรอยนาคา ดินแดนมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ โดยถ้ำนาคาเป็นถ้ำหินทรายอายุ 70 ล้านปี ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทำให้หินเกิดการแตกตัวเป็นลวดลายคล้ายเกล็ดพญานาค เรียกว่า “ซันแครก” เชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่สถิตของพญานาค ผู้คนนิยมกราบไหว้ขอพร เรื่อง โชคลาภและการงาน ซึ่งสังคมไทยมีคติความเชื่อที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนาคมาอย่างยาวนาน มีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิต สะท้อนถึงตำนานและความเชื่อมาแต่อดีต สื่อออกมาผ่านทางขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน และเยี่ยมชมสถานที่สำคัญระหว่างเส้นทาง อาทิ จุดเช็คอิน “ถ้ำนาคา” ไหว้เจดีย์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ชมวิว “ผาใจขาด” และไหว้เจดีย์หลวงปู่วัง ฐิติโร ฯลฯ  นอกจากนี้ ขอเชิญชวนประชาชนที่มาร่วมกิจกรรม “ถ่ายภาพเช็คอินถ้ำนาคา” โพสต์ลง Facebook ตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดติดแฮชแท็ก #เส้นทางตามรอยนาคากรมการศาสนา ตั้งแต่บัดนี้ – วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 โดยประชาชนที่ร่วมกิจกรรม 100 ท่านแรก จะได้รับของรางวัลเป็นที่ระลึก โดยประกาศผลในวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 หน้าเพจ Facebook กรมการศาสนา

ทั้งนี้ “เส้นทางตามรอยนาคา ดินแดนมหัศจรรย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดบึงกาฬ” ยังประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญ อีกจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1. ป่านันทนาการหินสามวาฬ ตำบลโคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ เยี่ยมชมเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีก้อนหินขนาดใหญ่สามก้อน เรียงตัวกันคล้ายครอบครัวปลาวาฬสามตัว อายุประมาณ 75 ล้านปี และเป็นจุดชมแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านสายหมอก


2. ชุมชนวัดศรีสามัคคีธรรม (วัดนาคกี้) ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล สถานที่จัดแสดงเรื่องราวและวัตถุที่เกี่ยวข้องกับนาคกี้ ประติมากรรมพญานาคสร้างสรรค์ร่วมสมัย พญานาคน้อยใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของจังหวัด และ

3. ตำหนักเจ้าปู่อือลือนาคราช ตำบลบึงโขงหลง อำเภอบึงโขงหลง สถานที่ที่มีตำนานพญานาค “เจ้าปู่อือลือนาคราช” ได้รับการสาปให้กลายเป็นนาคเฝ้าบึงโขงหลง สักการะขอพร เรื่อง การงาน การเงิน โชคลาภ และความปลอดภัย

โครงการจาริกเส้นทางบุญในมิติทางศาสนา เป็นโครงการที่สนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ (Spiritual Tourism)  ในปี 2568 กรมการศาสนาร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงมิติศาสนา จำนวน 4 เส้นทาง ได้แก่ 1) เส้นทางสักการะพระบรมธาตุ 2) เส้นทางตามรอยพระเถราจารย์ 3) เส้นทางตามรอยความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง และ 4) เส้นทางในมิติศาสนาและวัฒนธรรมอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้หลักธรรมคำสอนทางศาสนาผ่านการท่องเที่ยวศาสนสถานสำคัญและวิถีวัฒนธรรมในพื้นที่ ให้วัด ศาสนสถาน เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริมศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ และประวัติศาสตร์ที่สะท้อนวิถีชีวิตของคนในชุมชนบนฐานของมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม 

นอกจากนี้ ยังมีตำนานปรากฏต่างๆ เช่น ตำนานแห่งการสร้างบ้านแปงเมืองที่เล่าขานสืบมา สันนิษฐานว่านาคอาจจะเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมที่มีถิ่นฐานอยู่ในเขตหนองแสทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน ต่อมาได้เคลื่อนย้ายอพยพลงมาตามลำน้ำโขง และตั้งหลักแหล่งอยู่อาศัยตามลุ่มน้ำสองฝั่งโขงจนถึงทุกวันนี้ เหตุนี้จึงมีความเชื่อว่า นาคเป็นบรรพชนที่คุ้มครองรักษาบ้านเมืองให้มีความร่มเย็นเป็นสุขและเจริญรุ่งเรือง เพราะนาคเป็นผู้บันดาลให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ ขณะเดียวกันหากมนุษย์เบียดเบียนธรรมชาติ นาคก็อาจดลบันดาลให้เกิดภัยพิบัติถึงบ้านเมืองล่มจมได้เช่นกัน และตำนานผู้คุ้มครองพระพุทธศาสนา ซึ่งมีเรื่องราวของนาคปรากฏในนิบาตชาดกหลายเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เสวยพระชาติเป็นพญานาค 3 เรื่อง คือ ทัททรชาดก จัมเปยชาดก และภูริทัตชาดก ต่อมาหลังจากที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว เสด็จไปประทับบำเพ็ญสมาบัติเสวยวิมุติสุข ณ ร่มไม้จิก เป็นเวลา 7 วัน เกิดเหตุการณ์ฝนตกอยู่ไม่ขาดสาย พญามุจลินทร์นาคราชจึงได้ออกจากนาคพิภพ เพื่อปกป้องการบำเพ็ญสมาธิของพระพุทธองค์ โดยทำขนดล้อมพระวรกาย 7 ชั้น แล้วแผ่พังพานบังฝนถวายด้วยประสงค์มิให้ฝนและลมหนาวต้องพระวรกาย การกระทำของพญามุจลินทร์นาคราชครั้งนี้ นับว่าเป็นผู้ประเสริฐทั้งกายและใจ จึงเป็นที่มาของการจัดสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรกในเวลาต่อมา นอกจากนี้ เมื่อครั้งที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจากเสด็จไปเทศนาโปรดพระพุทธมารดาแล้ว ครั้งนั้นพญานาคได้ทอดกายเป็นบันไดนาคให้พระพุทธองค์เสด็จลงสู่โลกมนุษย์ จึงเป็นที่มาของความเชื่อว่าบันไดนาคเป็นทางเชื่อมระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ ดังนั้น เพื่อรำลึกถึงคุณความดีของนาคที่มีความมุ่งมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงปรากฏงานศิลปกรรมอันงดงามเกี่ยวเนื่องกับนาคในพระอารามต่างๆ เช่น นาคที่หน้าบัน ซุ้มประตูนาคหรือบันไดนาค เป็นต้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีนโยบายต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่ทุนทางเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมให้มีการนำทุนและทรัพยากรทางวัฒนธรรมเสริมสร้างคุณค่าทางสังคมควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม ความเชื่อทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ส่งเสริมศักยภาพวัด ศาสนสถาน ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที และรวมพลังขับเคลื่อนพลังสร้างสรรค์ ต่อยอดทุน ทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่มีอยู่อย่างหลากหลาย สู่ทุนทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง นำพาประเทศสู่ความยั่งยืนสืบไป .-สำนักข่าวไทย612

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

ภาคเหนือตอนล่างยังเสี่ยงน้ำท่วม-หลากจากฝนสะสม

กรุงเทพฯ​ 31 ส.ค.​ – กรม​อุตุนิยม​วิทยา ​เตือน​จังหวัด​ภาคเหนือ​ตอน​ล่าง​ เฝ้า​ระวัง​น้ำท่วม​-น้ำหลาก​ แม้พายุ “​หนอง​ฟ้า” ​อ่อนกำลัง​ลง​ แต่ห่วง​ปริมาณ​ฝนสะสม​ ขณะที่​ ปภ. แจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ในจังหวัดเสี่ยง นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า แม้พายุ “หนองฟ้า” อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ​ แต่​ยัง​ส่งผล​ให้​มีฝนตก​ต่อเนื่อง​อีก​ 1-​2​ วัน สำหรับ​ลักษณะ​ของ​ฝนระยะ​นี้​ไม่ใช่​ฝนหนัก​ แต่เป็นห่วง​ปริมาณ​น้ำฝน​สะสมในพื้นที่​ที่​ฝนตกก่อน​หน้า​จนดินอิ่ม​น้ำ​และ​ยังไม่ทันระบายน้ำ​ โดยเฉพาะ​พื้นที่​จังหวัด​พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร และพะเยา เสี่ยงต่อการเกิดน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประชุมเพื่อ​ประเมินสถานการณ์​ โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (31 ส.ค. 68) ได้ส่งแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก […]

“ป๋านวย” รับเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง ขอโทษ ตร.ทำถูกเด้ง

31 ส.ค.- “ป๋านวย” เจ้าของบ่อนในตำนาน สารภาพเคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง พร้อมขอโทษตำรวจทำถูกเด้งเดือดร้อนหลายนาย บอก “ถ้าไม่ตายในคุกแล้วได้ออกมา คงต้องมาไล่จับผมอีก” สืบเนื่องจากชุดสืบสวนสอบสวนนครบาล ร่วมกันจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย อายุ 69 ปี ผู้ต้องหาตามจับศาลแขวงดอนเมือง และศาลอาญา รวม 8 หมาย ขณะหลบหนีคดีบ่อนพนัน หลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครองนำกำลังบุกจับนักพนันได้ 176 คน พร้อมของกลางจำนวนมาก เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นได้นำตัวนายอำนวย พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 30 สิงหาคมเข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.บ้านลี่ อ.บางปะหัน ก่อนติดตามจับกุมนายอำนวย ได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งย่านพระราม 4 ซึ่งพนักงานสอบสวน จะนำตัวนายอำนวยพร้อมสำนวนไปยื่นต่อศาลแขวงเช้าวันพรุ่งนี้ (1 ก.ย.) ล่าสุดมีรายงานการสอบสวนระบุว่า ในชั้นจับกุมนายอำนวย หรือป๋านวย ให้การว่า “เดิมตนเป็นคนขับแท็กซี่ จากนั้นได้หันมาทำบ่อนการพนันและทำมาทั้งชีวิตจนถึงปัจจุบัน ติดคุกมาแล้ว 6 ครั้ง บางครั้งน้ำหนักลดลงไปกว่า 30 […]

เพื่อไทยเดินสายลุยจัดตั้งรัฐบาล จับตาถก “ปชน.” บ่ายสอง

31 ส.ค.- แกนนำเพื่อไทยพร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมตบเท้าเข้าหารือพรรคประชาชน 14.00 น. ย้ำยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ความเคลื่อนไหวการเดินสายรวมเสียง สส. ตั้งรัฐบาล วันนี้เวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทย ได้ประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดยบรรยากาศล่าสุด บรรดาสื่อมวลชนปักหลักติดตามสถานการณ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าแกนนำพรรคประชาชนจะทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงบ่าย โดยพรรคเพื่อไทย วันนี้ส่งนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดี จะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น […]

ม็อบทยอยร่วมชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 31 ส.ค.- ม็อบรวมพลังแผ่นดิน ทยอยร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เอานายกฯเพื่อไทย บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการจัดตั้งเวทีและเครื่องขยายเสียงเตรียมปราศรัย ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับ “คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” กันอย่างต่อเนื่อง หลังแกนนำ ซึ่งนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชวิกรม นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ วันนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป เพื่อแสดงพลังและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศอีกต่อไป ส่วนใครจะมาบริหารประเทศต่อนั้น ต้องเป็นบุคคลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติน้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ประกาศ 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิม และสร้างความเสียหายให้ประเทศในระยะยาว -สำนักข่าวไทย