fbpx

“พระพยอม” ถูกไล่ที่วัดสวนแก้ว เชื่อกฎแห่งกรรมมีจริง

วัดสวนแก้ว 14 มิ.ย. – “พระพยอม” ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย ระบุเอกสารเจ้าของที่ดินพิพาทไม่มีอำนาจบังคับตามกฎหมาย จึงจะต้องรอคำสั่งศาลที่ชัดเจนจึงจะเริ่มเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่
 

พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่า ก็ต้องยอมรับในคำตัดสินของศาลที่ออกมาแล้ว แต่ทั้งนี้ในส่วนของข้อมูลหรือเอกสารที่ทนายความ และเจ้าของที่ดินที่มีข้อพิพาท ได้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายหลายท่าน เช่น อาจารย์ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม และอาจารย์สมบัติ วงศ์กำแหง โดยระบุว่าเอกสารที่ทางวัดได้มาแล้วระบุว่าให้ออกจากพื้นที่พิพาทภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เป็นเพียงใบสนเท่ห์ หรือเอกสารข่มขู่ ที่ต้องการให้ออกจากพื้นที่เท่านั้น ซึ่งในทางกฎหมายแล้วหากยังไม่มีหมายศาล หรือหมายบังคับคดีที่ระบุระยะเวลาให้ออกจากพื้นที่แน่นอนก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบย้ายออกจากพื้นที่นั้นแต่อย่างใด ซึ่งอาจจะยังไม่ต้องให้ลูกจ้างที่อาศัยในพื้นที่นั้นออกมาในช่วงนี้ให้อยู่ไปก่อนจนกว่าจะมีคำสั่งศาลที่ชัดเจนมาสั่งอีกครั้ง
 
 
พระพยอม กล่าวอีกว่า ไม่รู้ว่าเจ้าของพื้นที่ใจร้อน หรือใจร้าย ที่จะเร่งให้ออกจากพื้นที่เร็วขนาดนี้ ทั้งที่พื้นที่ดังกล่าวเมื่อวัดซื้อมา ได้ใช้เวลาพัฒนากว่า 2 ปี 7 เดือน แต่กลับจะมาขอมาไล่ให้ออกภายในเดือนเดียว น่าจะเห็นใจให้วัดได้ใช้ประโยชน์คุ้มกับเงิน 10 ล้านบาท ที่เสียไปก็ยังดี สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนเป็นตัวอย่างให้ทุกคนต้องมีความรอบคอบ ตรวจสอบสิ่งต่างๆให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ ให้สังคม ให้คนที่ฉ้อฉลมีกลโกงได้เกรงกลัวต่อความผิด โดยแม้กฎหมายจะไม่สามารถให้ความเป็นธรรมกับทุกคนได้ แต่เชื่อว่ากฎแห่งกรรมจะทำหน้าที่ของตัวเองได้ เขาชนะคดี แต่เขาไม่ชนะใจประชาชน ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ เช้านี้บิณฑบาตรก็ได้รับกำลังจากชาวบ้าน แต่อาจต้องทำความเข้าใจกับทุกคนว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดสวนแก้วกว่า 210 ไร่ ยังอยู่ไม่ได้ถูกยึดไป มีเพียงแค่ที่ผืนเดียว 1 ไร่ ที่มีปัญหาเท่านั้น พื้นที่ทั้งหมดยังสามารถสร้างประโยชน์ สร้างงานให้กับคนที่เดือดร้อนได้มีที่อยู่ มีงาน มีอาชีพได้อีกมาก
 

ขณะที่ประชาชนที่เดินทางมากราบนมัสการ เที่ยวชมวัด ต่างเห็นใจเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ซึ่งวัดได้สร้างประโยชน์อย่างมากให้กับชุมชน ให้กับประชาชนที่ทั้งมาทำบุญ และที่เดือดร้อนจากที่ต่างๆได้มีที่พักพิง ซึ่งกรณีจะเป็นตัวอย่างเป็นข้อเตือนใจให้ทุกคนระวังในการธุรกรรมต่างๆ ต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ต้องให้ความรู้ และให้ความเป็นธรรมกับประชาชนอย่างเท่าเทียม .- สำนักข่าวไทย
📷 ภาพโดย ชำนาญวุฒิ สุขุมวานิช ทีมช่างภาพ สำนักข่าวไทย อสมท
 


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ต้องหา 6 คน คดีแตงโม รายงานตัวอัยการนนทบุรี

ผู้ต้องหา 6 คน คดีการเสียชีวิตของแตงโม ได้แก่ กระติก แซน จ็อบ โรเบิร์ต ปอ และภีม กุนซือให้คำแนะนำ 5 คนบนเรือ เข้ารายงานตัวอัยการจังหวัดนนทบุรีแล้ว ด้าน “กระติก” บอกคลิปฆ่า กรีดขา ถ้ามีให้เอาออกมาเลย

ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 4 ลำปาง

ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 4 ลำปาง หลังพบ “วัฒนา สิทธิวัง” ได้รับเลือกตั้งมาไม่สุจริต คาดกำหนดหย่อนบัตร 10 ก.ค. รับสมัคร 9-13 มิ.ย.

“ส.ส.เต้-อัจฉริยะ” ควงแม่แถลงรับผิดชอบ “คดีแตงโม”

“ส.ส.เต้” และ “อัจฉริยะ” พาแม่ของ “แตงโม” แถลงรับผิดชอบคดี ขณะที่แม่ร้องไห้ เชื่อมั่นทีมงานคุณภาพจะช่วยให้ความจริงคดีแตงโมกระจ่าง

หาแฟนไม่เจอ โมโหใช้น้ำมันราดเผาบ้านเพื่อนแฟน วอดทั้งหลัง

แบบนี้ก็ได้เหรอ เหตุเกิดที่เมืองพัทยา หญิงคนหนึ่งตามหาแฟนไม่เจอ ใช้น้ำมันราดเผาบ้านเพื่อนแฟนวอดทั้งหลัง

ข่าวแนะนำ

“ชัชชาติ” เดินตลาดจตุจักร ย้ำไม่ทิ้งพ่อค้าแม่ค้า

“ชัชชาติ” เดินตลาดจตุจักร ฟังเสียงผู้ค้าเดือดร้อน ย้ำไม่ทิ้งพ่อค้าแม่ค้า เตรียมผลักดันจตุจักรสู่ตลาดนัดระดับโลก ชี้ กทม. ต้องคิดนอกกรอบระบบราชการ พัฒนาสมบัติล้ำค่า กทม. ให้กลับมาเปล่งประกาย

แม่ยัน “บังแจ็ค” เป็นคนดี บอกทำให้รู้ว่า “แตงโม” ตายบนบก

แม่ยัน “บังแจ็ค” เป็นคนดี ช่วยตรวจสอบหลักฐาน​ในโทร จนพบแตงโมตายบนบกไม่ใช่ในน้ำ ด้าน ส.ส.เต้ พร้อมพาบังแจ็คกลับไทย และให้การคุ้มครองในฐานะพยานผู้ตรวจสอบหลักฐานทางคดี​ ก่อนฝากถึงคนบนเรือ ไม่ต้องมาเคลียร์​คดีกับตนเอง หากมีถึง 5,000 ล้านค่อยคุยกัน

ทนายเดชา ห่วงแม่แตงโม ถูกฟ้องกลับ

ทนายเดชา เป็นห่วงแม่แตงโม จะถูกฟ้องกลับ หากมีการฟ้องคดีฆาตกรรมกับเพื่อนแตงโม 5 คนบนเรือ ทั้งนี้ยอมรับว่าการที่แม่อ้างโทรศัพท์อยู่กับตนเอง ทำให้ได้รับความเสียหาย