fbpx

ติด GPS Collar ให้ “พลายบุญมี-บุญช่วย” แก้ปัญหาออกนอกป่า

เพชรบุรี 2 มี.ค. – กรมอุทยานแห่งชาติฯ ติดปลอกคอติดตามตัว หรือ GPS Collar ให้ “พลายบุญมี-พลายบุญช่วย” ช้างป่าละอูที่ชอบออกนอกเขตอุทยานฯ แล้วบุกเข้าไปหาของกินในบ้านคน ซึ่งจะช่วยให้ทราบพิกัดของช้างทั้ง 2 ตัว และผลักดันได้ทัน ก่อนออกนอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์


นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการติดตามพฤติกรรมและการเคลื่อนที่ของช้างป่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาการจัดการพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และชุดเฉพาะกิจจงอางศึก ร่วมกันติดปลอกคอติดตามตัว (GPS Collar) ให้แก่ “พลายบุญมีและพลายบุญช่วย” ช้างป่าในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

สำหรับ “พลายบุญมี” อายุประมาณ 40-45 ปี สูง 2.8 เมตร น้ำหนัก 4.5-4.8 ตัน ส่วน “พลายบุญช่วย” อายุประมาณ 45-50 ปี สูง 2.88 เมตร น้ำหนักประมาณ 5 ตัน ซึ่งการติดอุปกรณ์ติดตามตัวเป็นไปตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาช้างป่าและสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์รบกวนประชาชน มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ และเครือข่ายอาสาสมัครฯ ในการป้องกันและเฝ้าระวังช้างป่าออกมาทำลายพืชผลและทรัพย์สินได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ทั้งนี้ ยังมีเป้าหมายระยะยาว เพื่อพัฒนาองค์ความรู้นิเวศวิทยาเชิงลึกที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบพฤติกรรมและลักษณะการเคลื่อนที่ตามฤดูกาล แหล่งอาหาร แหล่งรวมฝูง และขอบเขตการเคลื่อนที่ช้างป่าดังกล่าวสำหรับการอนุรักษ์ด้วย


นายพิชัย กล่าวต่อว่า ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า กลายเป็นปัญหาสำคัญต่อการอนุรักษ์ช้างในปัจจุบัน เนื่องจากมีการขยายตัวของชุมชนอย่างต่อเนื่อง บุกรุกพื้นที่ป่าแหล่งที่อยู่ของช้าง ทำให้ช้างออกมาหากินในชุมชนบ่อยขึ้น

ทั้งนี้ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีช้างป่า 180 ตัว ซึ่งอาศัยอยู่ตอนล่างของอุทยานฯ ในพื้นที่ประมาณ 220 ตารางกิโลเมตร ถือว่ามีความหนาแน่นสูง จึงมีช้างออกมาหากินใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อของป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะ “พลายบุญมีและพลายบุญช่วย” ซึ่งเคยเข้าไปกินพืชไร่ และเข้าไปหาของกินในบ้านเรือนของประชาชนจนเสียหาย อีกทั้งไม่ตอบสนองต่อการขับไล่และการผลักดันของเจ้าหน้าที่

ที่ผ่านมาต้องจัดเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก ดูแลความปลอดภัยช้างและคน บริเวณพื้นที่ล่อแหลมที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาช้างป่าเดินข้ามถนนตามเส้นทางสายพุไทร-ไทรเอน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักไปน้ำตกป่าละอู แหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ รวมทั้งภายในชุมชน ช่วงกลางคืนที่ช้างชอบออกหากิน ต่อมามีการเสนอเรื่องขอย้ายช้างป่าทั้ง 2 ตัว ในความควบคุมของสัตวแพทย์ไปไว้ยังป่าลึกในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อตัดปัญหา แต่ช้างทั้ง 2 ตัวรู้ทัน จะแอบซ่อน ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้


“พลายบุญมีและพลายบุญช่วย” เคยบุกเข้าไปในบ้านประชาชนหลายครั้ง โดยเข้าไปหาของกินในครัว ขโมยอาหารแมว อีกทั้งระหว่างออกหากิน เมื่อมาเจอกันก็ปรี่เข้ามาใช้งวงทักทายกัน ซึ่งมีผู้บันทึกภาพได้ สร้างความตื่นตาแก่ผู้พบเห็นอย่างมาก. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

พบแล้ว เก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยาผู้กำกับ หายไป 5 วัน รถพุ่งจมคลอง

พบแล้ว รถเก๋ง 2 แม่ลูก อดีตภรรยา ผกก.หายไป 5 วัน พุ่งจมคลองมะขามเตี้ย จุดสะพานบางใหญ่ จ.สุราษฎร์ธานี ระดมกู้นานกว่า 3 ชม.

แม่หมูแสนรู้ พาฝูงข้ามถนนไปกินหญ้า

พาไปที่ตรัง ชาวบ้านต่างชื่นชมแม่หมูพันธุ์ผสม (หมูป่าผสมกับหมูบ้าน) เพราะทุกวันแม่หมูตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นจ่าฝูง พาฝูงหมูเดินข้ามถนนไปกินหญ้า

ฉุนถูกแฟนหนุ่มด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านตลาดสี่มุมเมือง

ฝ่ายหญิงเหลืออด ถูกแฟนหนุ่มที่คบหาอยู่กินกันมา 4 ปี ด่าทุกวัน คว้าปืนยิงดับหน้าร้านขายถุงพลาสติกตลาดสี่มุมเมือง

ข่าวแนะนำ

อดีตผู้ว่าการ ธปท.ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง

อดีตผู้ว่าการ ธปท. ชี้สถานการณ์ความยั่งยืนของประเทศน่าห่วง เผย 5 ปี คอร์รัปชันพุ่ง ความเหลื่อมล้ำรอบด้าน ทั้ง “เศรษฐกิจ-โอกาส-การศึกษา” นำไปสู่ความแตกแยก ขณะที่ผู้จัดการ ตลท. ชี้ประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล หรือ ESG กำลังเป็นความปกติใหม่ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันให้เกิดความยั่งยืน

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้