fbpx

สั่งสอบกรณีให้เมียเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขึ้นฮ. ถ่ายรูป

กรุงเทพฯ 22 เม.ย. – ปลัดทส. เผยสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข่าวนักบินให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ พาเมียขึ้นเฮลิคอปเตอร์ขณะปฏิบัติภารกิจพิทักษ์ป่า ลั่นไม่ใช่งานวันเด็ก กำชับตรวจสอบผู้ขึ้นอากาศยานอย่างเคร่งครัด


นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า สั่งให้ผู้อำนวยการกองการบินตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข่าวที่นำเสนอภาพเจ้าหน้าที่ให้ภรรยาสวมเครื่องแบบติดอักษรย่อว่า “สปป. ที่ 1 ภาคกลาง” ชื่อเต็มของหน่วยงานคือ สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของทส. ทั้งนี้ตามข่าวระบุว่า ภรรยาของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จนถูกสังคมตำหนิอย่างร้ายแรง

ปลัดทส. กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ไม่ใช่โอกาสจัดงานวันเด็กที่จะให้บุคคลภายนอกมาขึ้นอากาศยานและถ่ายรูปได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้และดูแลทรัพย์สินของราชการตามระเบียบ หากผู้อำนวยการกองการบินตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีมูล จะพิจารณาแต่งตั้งขณะกรรมการตรวจสอบต่อไป รวมทั้งกำชับให้นักบินปฏิบัติตามแผนการบินอย่างเคร่งครัดและตรวจสอบบุคคลที่จะขึ้นอากาศยานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สอบถามไปยังนักบินสังกัดกองการบิน สำนักปลัดทส. ซึ่งได้รับคำตอบว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง โดยหญิงคนดังกล่าว สวมเครื่องแบบของหน่วยงานสังกัดกรมอุทยานฯ จึงเข้าใจว่า เป็นเจ้าหน้าที่ที่จะขึ้นปฏิบัติภารกิจพิทักษ์ป่าเนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เป็นผู้หญิงมีหลายคนและเคยร่วมขึ้นบินปฏิบัติการเช่นนี้ หากทราบว่า เป็นบุคคลภายนอกจะไม่ให้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของราชการแน่นอน ล่าสุดผู้อำนวยการกองการบินได้แจ้งเตือนนักบินทุกคนให้ตรวจสอบอย่างละเอียดทุกครั้งก่อนขึ้นบินแล้ว. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่า จ.สุโขทัย

จบภารกิจ “สมศักดิ์” ร่วมออมสิน มอบโฉนดที่ดินให้ 4 แม่เฒ่าสุโขทัย เผยเอาไปจำนอง-ขายต่อไม่ได้ ส่วนเงินบริจาคยังอยู่ครบ ให้คณะกรรมการพิจารณาเบิกจ่าย

คลิปเสียงว่อนเน็ตปมหมอเจรจา “ณวัฒน์” ออกจาก รพ.

โลกออนไลน์แชร์คลิปเสียงสนทนาระหว่าง “ณวัฒน์” กับหมอโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ลักษณะให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้ อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย

สภากาชาดไทยยืนยันวัคซีนโมเดอร์นาที่จัดสรรให้อบจ. ต้องฉีดให้กลุ่มเป้าหมาย
กรุงเทพฯ 23 ก.ค. – เลขาธิการสภากาชาดไทยมั่นใจว่า แนวทางบริหารจัดการวัคซีนที่กำหนด จะป้องกันให้อบจ. ทุกแห่งที่ขอรับมา นำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่สามารถฉีดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและครอบครัวได้ เผยข่าวดี ปีหน้าขอซื้อวัคซีนรุ่น 2 ป้องกันเชื้อไวรัสกลายพันธุ์
นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทยกล่าวว่า ได้ปิดรับการขอจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตั้งแต่เที่ยงวานนี้ (22 ก.ค.) โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายจังหวัดยื่นขอรับการจัดสรร จนเกินกว่า 1 ล้านโดสที่สภากาชาดไทยสั่งซื้อ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทุกอบจ. ต้องทำแผนการฉีดวัคซีนฟรีที่รับรองโดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเสนอมาด้วย โดยกลุ่มเป้าหมายต้องเป็นกลุ่มเปราะบาง 5 กลุ่ม จึงมั่นใจว่า จะป้องกันการนำไปฉีดให้ผู้บริหารอบจ. และครอบครัวตามข่าวได้แน่นอน
ทั้งนี้ วัคซีนที่จะจัดสรรไปยังอบจ. ต่างๆ จะต้องนำไปเก็บที่โรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดนั้นๆ เนื่องจากต้องควบคุมอุณหภูมิ โดยบริษัทผู้ผลิตและนำเข้าแจ้งว่า ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิระหว่าง 36-46 องศาฟาเรนไฮต์ (2.22-7.77 องศาเซลเซียส) ซึ่งมีอายุเก็บเพียง 30 วัน และหากเก็บในช่องแช่แข็งที่อุณหภูมิ -4 องศาฟาเรนไฮต์ (-20 องศาเซลเซียส) จะสามารถเก็บได้ 7 เดือน
นายเตชกล่าวต่อว่า วัคซีนที่จะมาถึงไตรมาส 4 ของปีนี้ 1 ล้านโดส ทางสภากาชาดไทยสำรองไว้ให้บุคลาการทางการแพทย์ 150,000 โดสและจัดสรรให้อบจ. 850,000 โดส รวมแล้วฉีดให้ได้ 500,000 คนเท่านั้น ขณะที่คนด้อยโอกาสในประเทศไทยมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้สภากาชาดไทยมีกำลังที่จะช่วยรัฐเพียงเท่านี้ แต่ข่าวดีคือ ในปีหน้าทางโมเดอร์นาจะผลิตวัคซีนรุ่น 2 ที่ต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ออกมาซึ่งสภากาชาดไทยได้ประสานกับบริษัทผู้นำเข้าเพื่อจัดซื้อแล้ว โดยในปีหน้าบริษัทที่นำเข้าสามารถทำสัญญากับสภาพกาชาดไทยได้โดยตรงซึ่งจะทำให้การจัดหาวัคซีนมาช่วยเหลือประชาชนทำได้คล่องตัวขึ้น
ทางด้านนายชูพงศ์ คำจวง นายกอบจ. สกลนครแถลงยืนยันว่า อบจ. ได้ขอรับการจัดสรรวัคซีนจากสภากาชาดไทยเพื่อนำมาฉีดให้แก่กลุ่มเปราะบางตามที่กำหนด ไม่ได้จะนำมาฉีดให้หัวหน้าส่วนราชการและครอบครัวตามที่เป็นข่าว ส่วนหนังสือที่ปรากฏออกมานั้น เป็นการสำรวจรายชื่อบุคลากรอบจ. ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เท่านั้น นอกจากนี้การทำอนุมัติแผนฉีดวัคซีนว่า จะฉีดให้ใครเป็นจำนวนเท่าไรเป็นอำนาจของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของอบจ. – สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

สปสช. ปรับแนวทางจ่ายเงินดูแลผู้ติดเชื้อโควิดสิทธิบัตรทองที่บ้าน-ชุมชน

สปสช. ปรับแนวทางการจ่ายชดเชยสนับสนุนการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 สิทธิบัตรทองที่บ้าน-ชุมชน (Home-Community Isolation) เหมาจ่ายให้หน่วยบริการทันที 3,000 บาทต่อราย โดยจะโอนทุกสัปดาห์ เพื่อดูแลผู้ป่วย หากมีส่วนเกินสามารถเบิกชดเชยได้อีกครั้ง

“อนุชา” สั่งตรวจสอบเมรุ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข

“อนุชา” สั่งการ พศ. ตรวจสอบเมรุวัดต่างๆ หากพบปัญหาให้เร่งแก้ไข พร้อมสนับสนุนงบประมาณ ยืนยันวัดเป็นที่พึ่งของประชาชน

สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระคติธรรม วันอาสาฬหบูชา

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันเสาร์ ที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔

สัปดาห์หน้า “แอสตราเซเนกา” ส่งมอบวัคซีนอีก 2.3 ล้านโดส

ประธาน บ.แอสตราเซเนกา (ประเทศไทย) ส่งจดหมายเปิดผนึกแจ้งกำหนดส่งวัคซีนแอสตราเซเนกา อีก 2.3 ล้านโดส ในสัปดาห์หน้า รวมยอดส่งมอบ 11.3 ล้านโดส ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม