fbpx

ตร.สั่งฟ้อง “ทวี-ปารีณา” บุกรุกป่าราชบุรี กว่า 700 ไร่

ราชบุรี 2 พ.ย. – ตำรวจ ปทส. สรุปสำนวนคดีเห็นควรสั่งฟ้อง “ทวี-ปารีณา” บุกรุกผืนป่าใน จ.ราชบุรี เบื้องต้นพบเข้าข่ายผิด 4 ข้อหา นัด “ปารีณา” มารับทราบข้อกล่าวหา 5 พ.ย.นี้ ส่วน “ทวี” ให้มารับทราบข้อกล่าวหา 23 พ.ย.


พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) เปิดเผยว่า คณะทำงานได้สรุปสำนวนคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กรณีครอบครองที่ดินใน ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี หลังคณะทำงานได้ตรวจทานรายละเอียดสำนวน เบื้องต้นมีความเห็นสั่งฟ้องตามความเห็นของคณะพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการเตรียมส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการ จ.ราชบุรี สั่งฟ้องคดี โดย น.ส.ปารีณา นัดเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

อย่างไรก็ตาม สำนวนที่สรุปสั่งฟ้องมีทั้งหมด 6 แฟ้ม กว่า 2,408 หน้า และได้สอบปากคำพยานเพิ่มเติมตามที่ น.ส.ปารีณา ร้องขอ 3 ปาก เป็นพยานที่ดินข้างเคียง อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าเข้าข่ายการกระทำความผิดใน 4 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม.14 และ ม.31 “ร่วมกันยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเบ็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต”


2.ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 “ร่วมกันก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินยี่สิบห้าไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่”

3.ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน “ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้างหรือเผาป่า กระทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน โดยได้กระทำเป็นเนื้อที่เกินกว่าห้าสิบไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต”

4.ความผิดตาม พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 “ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาล ในเขตน้ำบาดาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสิทธิหรือสิทธิครอบครองที่ดิน ในเขตน้ำบาดาล โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดจำคุก 4-20 ปี ปรับ 200,000-2,000,000 บาท


โดย น.ส.ปารีณา จะถูกดำเนินคดีในฐานะบุคคลและนิติบุคคลด้วย เนื่องจากคดีมีผู้กล่าวหา 5 คน คือ นายวีระ สมความคิด, นายพัฒนะ ศิริมัย นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการสำนักป่าไม้จังหวัดราชบุรี, นายสุรเชษฐ์ ศรีแดงรักษา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ผู้อำนวยการป่าไม้จังหวัดราชบุรี, นายวัชระ ละอออ่อน นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 และนายสมชาย เลขาวิวัฒน์ ผอ.สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดราชบุรี ให้ดำเนินคดีกับบริษัท ปารีณา ไกรคุปต์ จำกัด โดยมี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว หลังพบว่าบุกรุกที่ เขาสนฟาร์ม หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 711 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา นอกจากนี้ บก.ปทส. ยังได้เรียกนายทวี ไกรคุปต์ บิดา น.ส.ปารีณา มารับทราบข้อกล่าวหาข้อหาเดียวกันกับ น.ส.ปารีณา ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ กรณีถูกร้องเรียนว่าบุกรุกที่ดินรัฐกว่า 1,000 ไร่ บริเวณหมู่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุช

รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนวิหารและเจดีย์เก่าวัดเอี่ยมวรนุชในโครงการรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ(วงแหวนกาญจนาภิเษก)

กรมบังคับคดีแจง จนท.ติดโควิด เพื่อนร่วมงานติดอีก 2

กรมบังคับคดี เผยเจ้าหน้าที่ธุรการติดโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ขึ้นรถประจำทาง สาย 33 (กรุงเทพฯ – ปทุม) ล่าสุดพบเพื่อนร่วมงานติดเพิ่ม 2 ราย

หมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีน

อธิบดี คร. เผยพบหมอเป็นลม 1 คน หลังรับวัคซีนโควิด ส่วนแพทย์หญิงรายแรก ที่รับวัคซีนและมีประวัติแพ้ยาเพนนิซิลิน และมีอาการท้องเสียมากถึง 4 ครั้ง ไม่เกี่ยวกับวัคซีนแต่เป็นอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เพราะรับประทานอาหารทะเล

เปิดวงจรปิดปาระเบิดถล่มร้านมือถือ คาดพลาดเป้า

เปิดวงจรปิดวัยรุ่นปาระเบิดถล่มร้านมือถือ จ.ตรัง คาดตั้งใจปาใส่ร้านเหล้าที่มีปัญหากัน แต่พลาดเป้า วิ่งหนีล้มหัวขมำ

ข่าวแนะนำ

ระทึก! ล้อมคอนโดฯ หนุ่มหลอกขายทะเบียนรถสวย

เชียงใหม่ 5 มี.ค. – ตำรวจปิดล้อมคอนโดฯ กลางเมืองเชียงใหม่ จับผู้ต้องหาหลอกขายป้ายทะเบียนเลขสวย แต่คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองในห้องพร้อมอีก 3 ชีวิต มีเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด เจ้าหน้าที่เกรงจะคิดสั้น

ตำรวจสืบสวนภาค 5 และตำรวจสืบสวน สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ นำกำลังเข้าปิดล้อมคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนโชตนา ใกล้สำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ นานกว่า 24 ชั่วโมง เพื่อจับกุมนายสุเมธ ครองวงศ์ อายุ 25 ปี และแฟนสาววัย 18 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติกรรมหลอกลวงขายป้ายทะเบียนเลขสวย จนมีฐานะร่ำรวย มีรถยนต์หรูหลายคัน โดยหลบหนีมาพักที่ชั้น 3 ห้อง 310 คอนโดฯ ดังกล่าว ซึ่งพักด้วยกันทั้งหมด 4 คน มีผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พี่เลี้ยงลูก และลูกอีก 1 คน แต่ขณะแสดงตัวเข้าจับกุม คนร้ายไม่ยอมมอบตัว และขังตัวเองอยู่ในห้อง พร้อมทั้งแจ้งให้ญาติมารับตัวลูกออกไปก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องปิดล้อมคอนโดฯ ไว้ และให้ผู้ที่พักอาศัยออกมาจนหมด

กระทั่งช่วงค่ำที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนน แต่ช่วงบ่าย 2 ของวันนี้ มีเสียงปืนดังออกมาจากห้องพักของคนร้าย 4 นัด และ 1 นัด กระสุนทะลุกระจกออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพากันหลบ และยังคงตรึงกำลังไว้ โดยใช้ทั้งโดรน และเครื่องตรวจความร้อน ดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง จนถึงขณะนี้ยังคงปิดล้อมพื้นที่ไว้ โดยผู้ต้องหา แฟนสาว และพี่เลี้ยงลูก อยู่ในห้องชุดที่ชั้น 3 เกรงว่าจะคิดสั้น ซึ่งขณะนี้กำลังรอดูความเคลื่อนไหวภายในห้อง. – สำนักข่าวไทย

เตรียมกำลังตำรวจ 400 นาย ดูแลม็อบชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้

ตำรวจจัดกำลัง 400 นาย ดูแลม็อบนัดชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้ (6 มี.ค.) พร้อมแนะนำเลี่ยงการใช้ถนนที่มีม็อบชุมนุม รวมถึงขั้นตอนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ

นักวิชาการชี้เวนคืนที่ดินสร้างรถไฟฟ้าไม่กระทบวัดเอี่ยมวรนุช

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช สร้างสถานีรถไฟฟ้าบางขุนพรหม ต้องยึดตาม EIA ที่ระบุชัดเจนไม่มีการเวนคืน ด้าน รฟม. ยืนยันไม่เวนคืนที่วัดเอี่ยมวรนุช พร้อมชี้แจงทำความเข้าใจกับวัด