กรมอุทยานฯ ห่วงสวัสดิการ “ผู้พิทักษ์ป่า” ย้ำจำเป็นต้องขึ้นเงินเดือน

กรุงเทพฯ 26 พ.ค. – อธิบดีกรมอุทยานฯ เผย รมว. ทส. ย้ำให้ดูแลเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ และสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าให้ดีที่สุด เหตุไม่ได้ปรับขึ้นเงินเดือนมา 11 ปีแล้ว ล่าสุดเสนอกรมบัญชีกลางปรับขึ้นเงินเดือนจาก 9,000 เป็น 11,000 บาท เพื่อช่วยค่าครองชีพและขวัญกำลังใจสำหรับงานเสี่ยงภัย ด้านมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเลเชิญชวนบริจาคช่วยเหลือผู้เสียสละเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โอกาสครบ 5 ปีการก่อตั้งมูลนิธิ ในแคมเปญ“อย่าปล่อยให้พวกเขาสู้อย่างโดดเดี่ยว”


นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า  และพันธุ์พืชกล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กำชับกรมอุทยานฯ ให้ดูแลเรื่องค่าตอบแทน สวัสดิการ และสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าให้ดีที่สุด เนื่องจากปัจจุบันได้รับในอัตรา 6,000 บาทต่อเดือน เมื่อเทียบเงินค่าตอบแทนกับภาระงานที่ปฏิบัติและความเสี่ยงภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตลอดจนหากเปรียบเทียบกับบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านอื่นแล้ว จะเห็นได้ว่า มีความแตกต่างอย่างมาก ทั้งในด้านอัตราค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการ และขวัญกำลังใจ

ปัจจุบันกรมอุทยานฯ มีบุคคลภายนอกที่ปฏิบัติงานให้แก่กรมอุทยานฯ ในตำแหน่งผู้พิทักษ์ป่า 13,419 อัตราซึ่งปรับอัตราค่าตอบแทนครั้งสุดท้าย 11 ปีก่อนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 จาก 6,000 บาทต่อเดือนเป็น 9,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่า ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ล่าสุดจึงทำส่งหนังสือไปถึงอธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเพื่อขอปรับค่าตอบแทนให้แก่ผู้พิทักษ์ป่าเป็นไม่เกิน 11,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยขอให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป


สำหรับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีภารกิจในการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า การป้องกันปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรของชาติในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน พื้นที่ต้นน้ำชั้น 1 และพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ รวมกว่า 73 ล้านไร่ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จึงมีความจำเป็นและสำคัญมาก เนื่องจากการปฏิบัติงานภาคสนามและการอยู่ในพื้นที่ป่าเป็นงานที่มีลักษณะพิเศษ เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีการออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย ปราบปรามการลักลอบจุดไฟเผาป่า ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการวางแผนจับกุมผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ ตลอดจนติดตาม จับกุม ควบคุมผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี เป็นต้น

ดังนั้นจึงต้องจ้างบุคคลภายนอกซึ่งเป็นราษฎรในท้องถิ่นผู้มีความรู้ความสามารถ มีความชำนาญในสภาพภูมิประเทศ มีทักษะในการเดินป่า เพื่อร่วมปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ โดยต้องออกไปลาดตระเวนในพื้นที่ป่าทุรกันดารตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน บางครั้งมีความจำเป็นต้องพักแรมในป่าจนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ การปฏิบัติงานดังกล่าวมีความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดแก่สุขภาพจากสัตว์มีพิษ เชื้อโรค และภัยอันตรายต่างๆ ที่มีอยู่ในป่า นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตอันเกิดจากสัตว์ป่าดุร้าย ที่สำคัญคือ อันตรายจากผู้กระทำผิดในป่าที่มุ่งร้ายต่อเจ้าหน้าที่อีกด้วย

มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเลเชิญชวนชวนประชาชน องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ในโอกาสครบ 5 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเลซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือแก่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งครอบครัวของผู้ปฏิบัติงานพิทักษ์ป่า ตลอดจนบุคคล องค์กร กลุ่ม ชมรม สมาคมและอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้มีสวัสดิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม โดยตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่รวม 255 ราย เป็นเงิน 9,812,500 บาท


ในโอกาสครบรอบ 5 ปีได้จัดทำแคมเปญ “อย่าปล่อยให้พวกเขาสู้อย่างโดดเดี่ยว” เพื่อเชิญชวนบริจาคในชื่อบัญชี มูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล เลขที่บัญชี 053-436926-9 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา บางบัว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานมูลนิธิผู้พิทักษ์ป่าและรักษาทะเล โทร. 062-047-8887 ตามวันและเวลาราชการ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สั่งย้ายครูแบทแมน

สั่งเด้ง “ครูแบทแมน” ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน

กัน จอมพลัง บุก ก.ศึกษาธิการ ร้องเอาผิดครูชายสวมหน้ากากแบทแมน ถ่ายคลิปไม่เหมาะสมในโรงเรียน จ.อุทัยธานี ล่าสุดสั่งย้าย “ผอ.โรงเรียน-ครูแบทแมน” เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้าน “สส.ชาดา-กัน จอมพลัง” ลงพื้นที่ ขีดเส้นตายสอบเอาผิด

แม่อดีตครูสาว ยังติดใจสาเหตุ หลังพบศพในรถลานจอด รพ.

“น้องกิ๊ฟ” อดีตครูหายตัวไปเกือบ 1 เดือน พบอีกทีเป็นร่างไร้วิญญาณในรถยนต์บนลานจอดของโรงพยาบาล ญาติยังติดใจสาเหตุวอนตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิด ไขข้อสงสัย

สั่งจำคุก “อัจฉริยะ” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาสั่งจำคุก “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เผยแพร่เอกสารสรุปย่อคำพิพากษาต่อสื่อมวลชนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น-ใต้ฝนลดลง

กรมอุตุฯ เผยไทยตอนบน อุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง กรุงเทพฯ-ปริมณฑล อุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย

เคลื่อน 18 ศพเหยื่อบัสมรณะ ถึงบ้านเกิด ญาติร่ำไห้อาลัย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนร่างผู้เสียชีวิต 18 ราย จากเหตุรถบัสพลิกคว่ำ ถึงวัดป่าวิเวกธรรมคุณ อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของญาติที่รอรับศพ

สำรวจจุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ

ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุรถบัสมรณะ 18 ศพ พบว่ารถคันดังกล่าวฝ่าฝืนคำสั่งไม่ยอมจอดพักรถและลงชื่อก่อนจุดเกิดเหตุ 1 กิโลเมตร ทำให้รถเกิดเบรกแตกไหลลงเขาจนเกิดโศกนาฏกรรม

นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ถกปราบบุหรี่ไฟฟ้า

“แพทองธาร” นายกฯ เรียก “รมต.จิราพร-ผบ.ตร.” ประชุมปราบปราม “บุหรี่ไฟฟ้า” ขีดเส้น 30 วัน ดำเนินการให้เด็ดขาด สั่งเข้มห้ามขายใกล้สถานศึกษา ต้องจัดการผู้นำเข้า