fbpx

“กระติก” ให้ปากคำเพิ่มเติม ปัดรู้เห็นโพสต์บนเฟซบุ๊กแตงโม

กทม. 21 พ.ค.- “กระติก” รุดให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติม หลังแจ้งความ “จิน” สามี “หนิง ปณิตา” พร้อมเผยไม่มีส่วนรู้เห็นการโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก “แตงโม”


น.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ แตงโม ดาราสาวชื่อดัง พร้อมนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (รอง ผบก.น.3) หลังแจ้งความดำเนินคดี นายจรินทร์ ธรรมวัฒนะ หรือ จิน สามีของหนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีแสดงความคิดเห็นในอินสตาแกรมของหนิง ปณิตา ที่โพสต์ภาพนายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน ซึ่งถ่ายรูปคู่กับ กระติก จนอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด

นายพรศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ได้พา น.ส.อิจศรินทร์ มาให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม โดยได้นำพยานเป็นบุคคลทั่วไป ที่อ่านโพสต์ดังกล่าว เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพิ่มอีก 1 ราย แม้จะมีคนมองว่าพยานคนนี้ อาจเป็นฝ่ายเดียวกับผู้ถูกกล่าวหาก็สามารถกระทำได้ เนื่องจากต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงในชั้นศาลจึงไม่มีความกังวล


น.ส.อิจศรินทร์ กล่าวว่า วานนี้ได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองนนทบุรี หลังอัยการนนทบุรี แจ้งให้ตำรวจ แจ้งข้อหาคนบนเรือทั้งหมดในข้อหาร่วมกันประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเพิ่มเติม โดยได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การในชั้นศาลอีกครั้ง ส่วนเรื่องโพสต์บนเฟซบุ๊กแตงโมที่มีรูปตัวเองหันหลังนั้น แตงโมเป็นคนถ่ายในช่วงเวลาขากลับ หลังจากไปรับประทานข้าว ซึ่งคนที่จะมีรูปนี้ต้องมีโทรศัพท์แตงโมด้วย เนื่องจากตำรวจได้คืนโทรศัพท์ไปเป็นสัปดาห์แล้ว ก็ไม่ทราบว่าโทรศัพท์อยู่กับใคร แต่ยืนยันว่าไม่ได้อยู่กับตัวเอง เพราะไม่ใช่ทรัพย์สมบัติส่วนตัว

น.ส.อิจศรินทร์ กล่าวอีกว่า คืนก่อนมีเพื่อนแจ้งว่า เห็นบัญชีคลับเฮ้าส์ของแตงโม ขึ้นออนไลน์ แสดงว่ามีคนใช้โทรศัพท์ของแตงโม หากเป็นการแฮก จะต้องไม่มีรูปนี้ เพราะรูปอยู่ในโทรศัพท์แตงโมเท่านั้น ซึ่งทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ปฏิเสธเรื่องแม่ของแตงโม ที่เข้าไปใช้โทรศัพท์แล้ว

ทั้งนี้ จากที่อ่านข้อความในโพสต์ พบว่าเป็นการกล่าวหาตัวเองในลักษณะยุยงปลุกปั่นให้ได้รับความเสื่อมเสียชัดเจน จึงจะขอรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อดำเนินคดีภายหลัง ด้าน พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ กล่าวว่า จากนี้จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหามาพบกันตำรวจภายใน 7 วัน .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา