fbpx

ทลายโกดังขายปุ๋ยไม่ขึ้นทะเบียน มูลค่า 2.5 ล้านบาท

กทม. 17 มี.ค.- ปคบ. ร่วม สารวัตรเกษตร ทลายโกดังขายปุ๋ยไม่ขึ้นทะเบียน มูลค่าความเสียหาย 2.5 ล้านบาท

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ฯ รรท.รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.2 บก.ปคบ. พ.ต.ท.กานต์กนิษฐ์ จงประเสริฐ รอง ผกก.2 บก.ปคบ. พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.2 บก.ปคบ.


ด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการเสนอขายปุ๋ยอินทรีย์ ชื่อการค้า “ต้าถง” ทางสื่อออนไลน์ โดยที่กระสอบระบุว่าเป็นวัสดุอินทรีย์ปรับปรุงดิน แต่มีการนำมูลสัตว์มาแปรสภาพโดยการอัดเป็นเม็ดบรรจุกระสอบจำหน่าย การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น วิดีโอ เอกสารการโฆษณา ระบุว่าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 โดยมีสถานที่ผลิต ตั้งอยู่เลขที่ 188 ม.9 ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

ต่อมาวานนี้ (16 มี.ค.65) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปคบ.พร้อมสารวัตรเกษตร สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตรร่วมกันเข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตดังกล่าว เมื่อเดินทางมาถึง พบนายยุทธนา เดชมงคล (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 56 ปี ผู้ดูแล นำตรวจสอบ


ผลการตรวจสอบพบ 1.ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยว่าปุ๋ยอินทรีย์ ตราต้าถง บรรจุกระสอบละ 50 กก. จำนวน 2,556 กระสอบ (127.8 ตัน) 2.วัตถุดิบ รวม 136 ตัน 3.อุปกรณ์การผลิต รวมจำนวน 10 รายการ มูลค่าประมาณ 2,500,000 บาท

เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบต้องสงสัยว่าเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ขึ้นทะเบียนไว้จึงได้ตรวจยึดอายัดไว้ในที่เกิดเหตุและจะได้ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคบ. ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด มาตรา 30(5), 71 วรรคหนึ่ง, 72/4 วรรคสอง (โทษหนึ่งในสี่ ของโทษ 1 ปีถึง 5 ปีหรือปรับตั้งแต่สี่หมื่นถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) พ.ร.บ.ปุ๋ย 2518 แก้ไข 2550

เจ้าหน้าที่สารวัตรเกษตรสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรกรมวิชาการเกษตรได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กองวิจัยและพัฒนาปัจจัยการผลิตกรมวิชาการเกษตร เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


บก.ปคบ.ฝากเตือนเกษตรกรที่ซื้อปุ๋ยเคมีไม่ได้ขึ้นทะเบียนที่ไม่ได้ผ่านการตรวจคุณภาพจากกรมวิชาการเกษตร อาจทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ควรจะได้ และเป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกร เนื่องจากได้ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารไม่ครบถ้วน อาจจำเป็นจะต้องใส่ปุ๋ยในปริมาณที่เพิ่มขึ้น .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เหยื่อ Mountain B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รวมเป็น 17 คน

เหยื่อไฟไหม้ Mountain B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย รวมผู้เสียชีวิตเป็น 17 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือ รักษาตัวในสถานพยาบาลที่มีหน่วยดูแลแผลจากความร้อน

ชาวบ้านชัยภูมิพบรอยประหลาดใต้ถุนบ้าน

ชาวบ้าน จ.ชัยภูมิ พบรอยประหลาดใต้ถุนบ้าน เดินเป็นทางยาวและวนเวียนเป็นวงกลม เชื่อเป็นรอยพยานาค เพื่อนบ้านแห่มาดูและกราบไหว้ขอโชคลาภ

กรุงโซลของเกาหลีใต้เตรียมแบนอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดิน

โซล 11 ส.ค. – กรุงโซลของเกาหลีใต้กำลังพิจารณาแผนห้ามก่อสร้างอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดิน หลังเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมกรุงโซลทำให้มีประชาชนอย่างน้อย 4 คนเสียชีวิตจากการจมน้ำในอพาร์ตเมนต์ลักษณะดังกล่าว ซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำทางสังคมในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) กรุงโซลระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า กำลังพิจารณาแผนห้ามก่อสร้างที่พักอาศัยชั้นใต้ดินและชั้นกึ่งใต้ดินหลังจากที่ได้ประสานงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้ เจ้าของที่พักอาศัยชั้นใต้ดินและชั้นกึ่งใต้ดินจะมีเวลา 10-20 ปีในการรื้อถอนที่พักลักษณะนี้ หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) ประกาศของทางการกรุงโซลมีขึ้นหลังจากหลายพื้นที่ในกรุงโซลต้องเผชิญกับเหตุฝนตกหนักครั้งใหญ่ในช่วงต้นสัปดาห์จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 คน ทั้งนี้ ข้อมูลของทางการกรุงโซลระบุว่า กรุงโซลมีที่พักอาศัยชั้นใต้ดินและชั้นกึ่งใต้ดินราว 200,000 ห้อง หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด สื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า มีประชาชน 4 คนที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดิน ได้แก่ ครอบครัวหนึ่งที่มีสมาชิกเป็นหญิงอายุ 40-49 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับน้องสาวและหลานสาววัยรุ่นในย่านที่อยู่ไม่ไกลจากเขตกังนัมของเกาหลีใต้ และมีหญิงอายุ 50-59 ปีอีก 1 คนที่เสียชีวิตจากการจมน้ำในที่พักลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ อพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเหลื่อมล้ำในสังคมเกาหลีใต้ในภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายหลังออกฉายในปี 2562 และสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์ 2020.-สำนักข่าวไทย

ต่างชาติแห่เรียนทำอาหารไทย เมนูยอดฮิต “ข้าวซอย”

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เรียนทำอาหารไทยในโรงเรียนสอนที่เชียงใหม่คึกคัก ทั้งจ่ายตลาดและปรุงอาหารเอง 5 เมนู โดยเมนูยอดฮิต ข้าวซอย อาหารเมืองเหนือ น้ำซุปติดเทรนด์ระดับโลก จนทางโรงเรียนรับแทบไม่ไหว

ข่าวแนะนำ

“ครูบาบุญชุ่ม” อาพาธ รักษาตัว รพ. ใน กทม.

มูลนิธิดอยเวียงแก้ว ออกประกาศ “ครูบาบุญชุ่ม” อาพาธ ศิษยานุศิษย์นิมนต์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใน กทม. เผยเคยอาพาธด้วยโรคมาลาเรียขึ้นสมองมาก่อน

“มะลิ” ก่อนวันแม่ ทะลุกิโลกรัมละ 1,000 บาท

ชาวสวนมะลิใน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ยิ้ม ราคาดอกมะลิวันแม่พุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท ชี้เป็นช่วงสั้นๆ เนื่องจากความต้องการของตลาดมีมาก ทำให้ปรับขึ้นจากที่เคยขายได้ 300-400 บาท/กิโลกรัม

รัฐบาลเชิญชวนร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ

รัฐบาลเชิญชวนร่วมกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ สืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลายหน่วยงานรัฐจัดเข้าชมฟรี