fbpx

อุกอาจ! วัยรุ่นยกพวกกราดยิงบ้านคู่อริย่านทุ่งครุ

กรุงเทพฯ 10 ต.ค.- วัยรุ่นเลือดร้อน อุกอาจยกพวกไล่ยิงบ้านคู่อริย่านทุ่งครุ พบปลอกกระสุนมากกว่า 10 นัด อีกทั้งยังถีบรถชาวบ้านตกคลองอีก 2 คัน


ตำรวจ สน.ทุ่งครุ รับแจ้งเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืน ไล่ยิงกัน และภายในที่เกิดเหตุมีทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ภายในซอยประชาอุทิศ 79 เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร จึงจัดกำลังพร้อมประสานอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่องรอยของปลอกกระสุนปืนตกอยู่เป็นจำนวนมาก และระยะทางยาวตลอดเเนวเกือบ 100 เมตร  มีกระสุนของปืนหลายชนิดทั้งปืนสั้น และปืนยาว จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน 

ในจุดเกิดเหตุพบชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก บางส่วนก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวยิงกราดเข้าไปภายในบ้าน ได้รับความเสียหายถึง 2 หลัง มีหลักฐานเป็นร่องรอยกระจกแตก และบริเวณฝาบ้าน กับบริเวณฝ้าเพดาน มีหัวกระสุนจำนวนฝังอยู่ชัดเจน เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุทุกคนในบ้านได้ยินเสียงปืน ก็ตกใจเสียขวัญ พากันวิ่งหลบกันอลหม่าน เพื่อหาที่กำบังกระสุน


จากเหตุการณ์นี้ มีผู้ได้รับความเสียหาย 2 คน จากการจอดรถจักรยานยนต์อยู่บริเวณขอบสะพานปูนในจุดเกิดเหตุ แล้วถูกถีบรถตกคลองไปถึง 2 คัน สภาพพังยับเยิน  มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีน้ำเงิน ทะเบียนระยอง อยู่ในลักษณะหัวทิ่มลงไปในคลอง ติดคาอยู่ระหว่างสะพานกับกำแพงรั้วหมู่บ้าน ส่วนอีกคันรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125i สีน้ำเงินคาดดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ตกลงไปภายในคลอง ลึก 3 – 4 เมตร จนจมมิดทั้งคัน ต้องให้กู้ภัย ชุดปฏิบัติการทางน้ำ ลงไปงมค้นหาแล้วผูกเชือก จึงจะสามารถนำขึ้นมาบนสะพานได้  

น.ส.พรพรรณ มีศิริ ผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ระหว่างเกิดเหตุตนกำลังจะขี่รถออกไปซื้อของ พอมาถึงสะพานไม้ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน พากันยิงปืนสาดกระสุนเข้ามาทางตรง ตนจึงจอดรถและวิ่งหลบข้ามสะพานเข้าไปตรงกำแพงอีกฝั่ง กลุ่มวัยรุ่นยังตามยิงเข้าไป โชคดีที่ไม่โดนตน แต่กำแพงเป็นรูหลายรู พอสถานการณ์สงบลง จึงออกมาเอารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน แต่ปรากฏรถตกน้ำจมหายไปแล้ว แล้วก็มีรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่งโดนผลักให้ตกข้างทางเหมือนกัน  ไม่รู้ว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้มาจากไหน น่ากลัวมาก 

น.ส.ณัฐวิภา เบ้าวรรณ อายุ 20 ปี ผู้เสียหายอีกคนเล่าว่า ตนคร่อมรถอยู่เสียบกุญแจเปิดไฟแล้วกำลังจะขี่ออกไปข้างนอก พอเกิดเหตุ ได้ยินเสียงปืนดังมาแต่ไกล จึงลงจากรถ ทั้งๆ ที่กุญแจและไฟหน้ารถยังเปิดคาอยู่ วิ่งหลบหาที่กำบัง ไม่ให้โดนกระสุน เพราะยิงกันสนั่นหลายนัด พอเหตุการณ์สงบลง ตนออกมาดูรถปรากฏว่าตกลงไปซอกกำแพงลักษณะคว่ำลงไป ไฟหน้ารถยังเปิดค้างอยู่ กระเป๋าผ้าใส่ของใช้ส่วนตัวก็ติดอยู่ในรถ มันอุกอาจมาก ดีที่ว่าไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ 


ขณะที่ น.ส.ธนกานต์ จิตรชื่น ซึ่งถ่ายคลิปตอนเกิดเหตุไว้ได้บอกว่า ตนได้ยินเสียงปืนดัง 2-3 นัด ตกใจโทรหาญาติพร้อมทั้งอัดคลิปไว้ จากนั้นก็มีเสียงปืนดังตรงสะพานอีก 2-3 นัด คิดว่าบ้านตนก็น่าจะโดน 2 นัด ตรงกระจกห้องนอน พอเสียงปืนสงบลง จึงวิ่งไปหาพ่อกับแม่และโทรแจ้งตำรวจ 

เบื้องต้นตำรวจจะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดภายในที่เกิดเหตุอีกครั้งวันนี้ และการสอบสวนทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก มันเกิดเหตุมาแล้วติดต่อกันประมาณ 2-3 วัน แต่ครั้งนี้โหดมาก ที่ยิงปืนเข้าไปถึงภายในบ้านเรือนประชาชน และมาทำลายทรัพย์สิน ชาวบ้านขอให้ตำรวจเร่งดำเนินคดีจับกุมกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด หากปล่อยไว้เกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย และภายในที่เกิดเหตุยังพบกับรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยอีก 1 คัน เป็นยี่ห้อฮอนด้า รุ่น ADV  สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และภายใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ยังพบมีดดาบยาว 1 เล่ม อยู่ระหว่างการตรวจสอบ.-สำนักข่าวไทย 

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

อาลัย “น้องไอซ์” สังเวยเพลิงไหม้ “Mountain B” รายที่ 19

แม่โพสต์เศร้า “น้องไอซ์” แฟนสาวนักร้องผับ Mountain B คืนเกิดเหตุ เสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 19 ชาติหน้ามีจริงขอให้เกิดมาเป็นลูกแม่เหมือนเดิม

รวบสองพี่น้องชิงทรัพย์-ยิงผู้เสียหายเสียชีวิต พบมีคดีติดตัวเพียบ

ตำรวจตามรวบตัวสองพี่น้องจี้ชิงทรัพย์สามีภรรยาที่ชลบุรี ก่อนยิงฝ่ายชายเสียชีวิต พบประวัติก่อคดีโชกโชนและมีคดีติดตัวเพียบ

ข่าวแนะนำ

“ครูบาบุญชุ่ม” หายจากอาการอาพาธแล้ว

มูลนิธิดอยเวียงแก้ว เผยแพร่ภาพ “ครูบาบุญชุ่ม” หายจากอาพาธแล้ว ถือเป็นภาพแรกของ “ครูบาบุญชุ่ม” นับจากเข้ารักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

พบผู้ป่วยฝีดาษวานรรายที่ 5 เป็นหญิงไทยกลับจากดูไบ

กรมควบคุมโรค เผยพบผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษวานรรายที่ 5 เป็นหญิงไทยเดินทางกลับจากดูไบ มีประวัติป่วยมาตั้งแต่ก่อนเดินทาง ตรวจพบอาการที่สุวรรณภูมิ

ตามคาด! สภาล่มวันสุดท้าย สูตรหาร 500 ตกไป กลับไปใช้สูตรหาร 100

ล่มตามคาด การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ครบกรอบเวลา 180 วัน หลังจากรอมา 1 ชั่วโมง เปิดประชุมได้เพียง 20 นาที ก็ต้องปิดประชุม เพราะองค์ประชุมไม่ครบ