คุมฆ่าหมกศพโบกปูนใต้บ้านหรู ทำแผนฯ

กทม. 22 ก.ค.- คุมตัวนายจะหวะ ลาหู่เมอเน่อ ผู้ต้องหาที่ร่วมกับพวกอีก 2 คน ก่อเหตุฆ่าฝังดินโบกปูนในบ้านหรู ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ


ตำรวจ สน.บางเสาธง คุมตัวนายจะหวะ ลาหู่เมอเน่อ หรือ พงษ์เทิดไท ผู้ต้องหาที่ร่วมกับพวกอีก 2 คน ก่อเหตุฆ่าฝังดินโบกปูน นายสิทธิโชค สาโรจน์ หรือ ช่างสนอำพรางศพ ในคฤหาสถ์ย่านตลิ่งชัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดประมาณ 7 จุด อาทิ จุดที่นายพงษ์ กับผู้ร่วมก่อเหตุเดินไปเรียกผู้ตาย ในช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม เพื่ออกมาร่วมดื่มกินอีกครั้ง หลังจากที่ในช่วงหัวค่ำมีการร่วมวงดื่มสุราไปแล้ว 

จากนั้นชี้จุดที่ก่อเหตุใช้มีดฟันคอ และตามร่างกายผู้ตาย จนล้มลงในบ้านพัก , จุดที่นำมีดมาล้างเลือด,  จุดที่นายพงษ์และผู้ต้องหาอีกสองคนช่วยกันลากร่างผู้ตาย ที่ขณะนั้นยังไม่เสียชีวิตมาวางไว้ที่หน้าช่องปูนใต้บ้านพัก ก่อนจะใช้ผ้าม่านมาห่อตัวและใช้จอบทุบตีร่างผู้ตายซ้ำจนเสียขีวิต , จุดหยิบกระเบื้องมาใช้ปิดปากช่องว่างใต้บ้าน เพื่อใช้อำพรางศพ ก่อนโบกปูน ปิดทับ


โดยตลอดการคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ผู้ต้องหาไม่ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนทั้ง สาเหตุฆาตกรรม มูลเหตุมาจากเพียงแค่ผู้ตายไม่ยอมจ่ายเงินจริงหรือ เหตุใดต้องถึงขั้นอำพรางร่างด้วย ซึ่งผู้ต้องหาได้แต่ก้มหน้าเดินตามเจ้าหน้าที่และชี้จุดต่างๆก่อนจะถูกคุมตัวขึ้นรถตู้กลับออกไป

พลตำรวจตรีเอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 ระบุว่าหลังการเข้าสอบปากคำนายจะหวะ  ผู้ต้องหาฆ่าหมกปูน เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อมูลที่ตำรวจมีข้อมูลอยู่ก่อนหน้า และคำให้การสอดคล้องกับผู้ต้องหาทั้งสองราย ซึ่งสาเหตุของการก่อเหตุมาจากมีปากเสียงทะเลาะกันในวงสุราจากเรื่องค่าแรง ที่ไม่ได้ระบุว่าค่าแรงใด หรือจำนวนเท่าใด โดยตำรวจไม่ได้นำคำให้การของผู้ต้องหามาประกอบสำนวนเพียงอย่างเดียว ต้องนำหลักฐานอื่นมาประกอบด้วย เช่น ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์

สำหรับคดีนี้ ผู้ต้องหาก่อเหตุเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ที่ผ่านมา จนมาพบศพของนายสิทธิโชคถูกฆ่าฝังดินโบกปูนในบ้านหลังดังกล่าว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 กรกฎาคม โดยนายจะหวะถูกจับกุมได้ที่จังหวัดเชียงราย ก่อนนำตัวมาควบคุมที่ สน.บางเสาธง ส่วนนายธีรวัฒน์ สุขราช หรือช่างวัฒน์ และนายทรงพล ต๊ะปิง หรือ ช่างรุ่ง ผู้ที่ร่วมฝังอำพรางศพนายสิทธิโชคถูกนำตัวส่งฝากขังไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทั้งสามถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและอำพรางศพ.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า