fbpx

บช.น.รับตรวจสอบศพโควิดล่าช้า ยันไม่ทอดทิ้ง

กทม.-21 ก.ค.- “พล.ต.ต.ปิยะ” รอง ผบช.น. ยืดอกยอมรับ ตรวจสอบศพโควิด-19 ล่าช้า ขอประชาชนเข้าใจ ยืนยันไม่ได้ทอดทิ้งศพ


พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยกรณีพบผู้เสียชีวิต 4 คน บนถนนในกรุงเทพมหานคร พื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ , สน.ชนะสงคราม และ สน.ทองหล่อ ว่าในจำนวน 4 คน พบว่าติดเชื้อโคสิด-19 จำนวน 2 คน อีก 2 คน อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ยอมรับมีบางรายที่มีความล่าช้า กว่าจะเก็บศพได้ ก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมง ทำให้สร้างความอนาถใจให้กับประชาชนที่เห็นภาพตามที่ปรากฎนั้น

พลตำรวจตรีปิยะ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนพยายามปฎิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เริ่มจากที่ตำรวจเป็นผู้รับแจ้งจากประชาชน จากนั้นก็เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยความระมัดระวัง โดยมีการจัดเตรียมสถานที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เด็ดขาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ จากนั้นได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ แพทย์นิติเวช และมูลนิธิกู้ภัย ซึ่งยอมรับว่ามีความล่าช้าไปบ้าง แต่ไม่ได้ละเลยการปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากบางรายเจ้าหน้าที่ต้องทำการกู้ชีพก่อน อีกทั้งการเก็บศพกรณีที่ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อโควิด-19 ต้องมีขั้นตอนมากกว่าเก็บศพทั่วไป และที่สำคัญคือช่วงนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องไปตรวจสอบและเก็บศพตามลำดับ จึงทำให้เกิดความล่าช้า เพราะต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ไม่ได้ละเลยทิ้งศพในที่เกิดเหตุนานเกินไปตามที่เข้าใจ จึงอยากให้ประชาชนเห็นใจผู้ปฎิบัติด้วย


สำหรับไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน คือ รายแรกเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม พบผู้เสียชีวิตภายในตรอกบ้านพานถม แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร ตำรวจได้รับแจ้งมีประมาณ 11.00 น. ว่ามีผู้เป็นลม ตำรวจประสานแพทย์ช่วยเหลือให้โดยออกซิเจน และกู้ชีพ กระทั่งเวลา 17.00 น. ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ตำรวจจึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลวชิระพยาบาลเข้าตรวจสอบ ซึ่งพบว่าผู้เสียชีวิตมีอาการปอดอักเสบ และมีไข้สูง 38.5 องศาเซลเซียส จากนั้นเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ก็มาเก็บศพ ส่งตรวจพิสูจน์ยังโรงพยาบาลวชิระพยาบาล ผลตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 กรณีนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการการช่วยชีวิต 2-3 ชั่วโมง ดำเนินการตามกระบวนการทุกขั้นตอน ซึ่งโซเชียลบางโซเชียลให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดในการปฎิบัติหน้าที่

รายที่ 2 เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลา 18.31 น. ว่ามีผู้เสียชีวิตหน้าศึกษาภัณฑ์ ถนนราชดำเนิน แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร พบศพนายเสรี เรืองโรจนฤทธิ์ อายุ 59 ปี ชาวจังหวัดระยอง ประสานแพทย์ นิติเวชโรงพยาบาลวชิระเข้าตรวจสอบเวลา 19.15 น. ต่อมาเจ้าหน้าที่มูนิธิป่อเต็กตึ๊งได้เก็บศพไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลวชิระ เบื้องต้นอยู่ระหว่างรอผลตรวจว่ามีการติดเชื้อโควิดหรือไม่

รายที่ 3 เกิดขึ้นในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ พบผู้เสียชีวิตคือ นายบรรพต เจิมเจนการ อายุ 81 ปีภายในบริเวณวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและเก็บศพในเวลา 21.00 น. ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19


และรายที่ 4 ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ โดยพบผู้เสียชีวิต บริเวณคิมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าเทสโก โลตัส สาขาพระรามที่ 4 ไม่มีเอกสารประจำตัว เป็นบุคคลเร่ร่อน ตำรวจได้รับแจ้งเหตุเวลา 20.53 น. ต่อมาเวลา 23.15 น. แพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เข้าตรวจสอบ ผลไม่พบว่าติดเชื้อโควิด-19 .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์

สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้

เริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้

อธิบดีกรมควบคุมโรคแจงเริ่มฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 9 ส.ค.นี้ มีทั้งหมอพยาบาลด่านหน้า ,ผู้สูงอายุ ,ป่วย 7โรคเรื้อรัง และเด็กอายุ 12 ปี ใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุด แจงเหตุต้องผสมน้ำเกลือเป็นสูตรของทางไฟเซอร์เอง 1 ขวด ฉีดได้ 6 โดส และ 1โดส ใช้แค่ 0.3 ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ย้ำการเก็บในอุณหภูมิ 2-8 องศาฯ จะเก็บได้แค่ 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นต้องนัดหมายแม่นยำเพื่อการฉีดให้ได้ตามเป้า คาดฉีดครบภายในเดือนสิงหาคม

สั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้สูงอายุเฮสั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนและจ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้สูงอายุ 4.7 ล้านคน พร้อมขยายโครงการพักหนี้คนแก่ให้อีก 6 เดือนถึง มี.ค.65

ข่าวแนะนำ

ภาคเหนือ-อีสาน-ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ฝนหนักบางแห่ง

กรมอุตุฯ รายงานภาคเหนือ อีสาน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่ง เตือนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ตั้งแต่ จ.พังงา ขึ้นมา มีกำลังแรง

ยังไร้วี่แวว 2 นักโทษแหกคุกสุพรรณบุรี

ผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง กับปฏิบัติการไล่ล่า 2 นักโทษหลบหนีออกจากเรือนจำสุพรรณบุรี แต่ยังไร้วี่แวว หลังจับได้ไปก่อนหน้านี้แล้ว 3 คน