fbpx

จ่อเอาผิด 13 คน ม็อบ 18 ก.ค.-ขอโทษสื่อถูกลูกหลง

กรุงเทพฯ 19 ก.ค. – ทีมโฆษก ตร. และ บช.น. แถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง 18 ก.ค. สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 13 ราย พร้อมขอโทษสื่อมวลชนถูกลูกหลงกระสุนยางของตำรวจ


ช่วงเที่ยงวานนี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง แนวร่วม 15 กลุ่ม นำโดยกลุ่มเยาวชนปลดแอก ร่วมชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จัดขบวนประชาชน ก่อนเคลื่อนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกโดยไม่มีเงื่อนไข 2.ปรับลดงบสถาบัน-กองทัพ สู้โควิด 3.เปลี่ยนวัคซีนหลักเป็นชนิด mRNA

ก่อนจะเริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อเวลา 15.44 น. การ์ดผู้ชุมนุมพยายามเข้ามาตัดรั้วลวดหนามที่ติดกับแนวเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ประกาศอีกครั้งจะใช้มาตรการขั้นตอนเด็ดขาด โดยเจ้าหน้าที่ใช้รถจีโน่ฉีดน้ำเป็นระยะไปในทางที่มีการพยายามจะรื้อรั้วลวดหนาม รวมถึงมีเสียงคล้ายการยิงกระสุนยางเป็นระยะ สั่งรถจีโน่ผสมแก๊สใส่เฉพาะกลุ่มคนที่รื้อสิ่งกีดขวาง แต่ไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้นุมนุมที่นั่งด้วยความสันติ


ต่อมาเวลา 17.00 น. บริเวณหน้าโรงเรียนราชวินิตมัธยม ถนนพิษณุโลก กลุ่มมวลชลนำรถบรรทุก 6 ล้อ มาจอดขวางช่องทางการจราจรทั้งหมด 4 เลน เพื่อเป็นแนวกั้นไม่ให้ทางเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายกำลังพลจากสะพานชมัยมรุเชษฐ์ แยกพาณิชยการ เข้าประชิดกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถอยร่นไปรวมกลุ่มกันอยู่ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังมีการใช้แก๊สน้ำตายิงใส่มวลชนบางส่วนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับรถบรรทุกเป็นระยะๆ ก่อนรถบรรทุกจะเคลื่อนย้ายออกจากสถานที่ดังกล่าว

ต่อมาเวลา 18.20 น. ที่บริเวณแยกนางเลิ้ง กลุ่มผู้ชุมนุมจัดกิจกรรมฌาปนกิจหุ่นผู้นำประเทศและกลุ่มนายทุนผูกขาดต่างๆ ก่อนใช้น้ำมันเชื้อเพลิงราดและจุดไฟเผาในทันที พร้อมกันนี้มีการทำพิธีสาปส่งโดยการนำเกลือมาโรย เพื่อแสดงถึงพิธีกรรมเผาพริกเผาเกลือ จากนั้น 18.30 น. ตัวแทนกลุ่มได้ประกาศยุติการชุมนุม โดยให้มวลชนเดินทางกลับมุ่งหน้าไปทางแยกยมราช เพื่อลดการเผชิญหน้ากับทางเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย เพราะทางเจ้าหน้าที่ยังมีการยิงแก๊สน้ำตาเป็นระยะๆ

ขณะที่เวลา 21.00 น. กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมเยาวชนปลดแอก และเครือข่ายอื่นๆ


พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ 13 ราย โดยตำรวจ 191 และฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุมนายธนเดช หรือ “ม่อน อาชีวะ” แกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน พร้อมพวกอีก 13 คน พร้อมของกลางรถกระบะ มีดสปาต้า คมแฝก หนังสติ๊ก และหัวน็อตล้อรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ขณะจอดรถรับ-ส่งเพื่อนร่วมอุดมการณ์ บริเวณวงเวียนบางเขน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน

เบื้องต้นตำรวจเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปทำประวัติและลงบันทึกจับกุมไว้เป็นหลักฐานที่สน.บางเขน ก่อนส่งตัวนายธนเดช ไปดำเนินคดีที่สภ.เมืองนนทบุรี ส่วนผู้ต้องหาอีก 13 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก่อนนำตัวส่ง ตชด.ภ.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่า กรณีที่มีสื่อมวลชนถูกลูกหลงกระสุนยางของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เบื้องต้นกองบัญชาการตำรวจนครบาลต้องขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการพูดคุยกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทราบว่ากระสุนยางพลาดไปโดนที่แขนซ้าย ขณะนี้ตัวของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์

สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ซื้อผลไม้ 1 ตัน ช่วยเกษตรกรมอบด่านหน้า

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยนายกฯ ซื้อลำไย มังคุด เงาะ รวม 1 ตัน อุดหนุนโครงการ”เกษตรกรแฮปปี้” สั่งผลไม้ออนไลน์ไปรษณีย์ส่งฟรี มอบเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด่านหน้า

ชลบุรี ยอดโควิดพุ่ง 1,359 ราย ดับอีก 5

ชลบุรี ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,359 ราย ในจำนวนนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ 20 ราย และเสียชีวิตอีก 5 ราย

ถกห้างฯ ยันสตอกสินค้ามีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องกักตุน

อธิบดีกรมการค้าภายในได้ร่วมประชุมกับห้างสรรพสินค้าทั้งเล็กและใหญ่ต่างยืนยันสตอกสินค้าอุปโภคและบริโภคมีเพียงพอ ย้ำประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้าไว้แต่อย่างใด