fbpx

สตม.จับกุมผู้ต้องหา 4 คดีสำคัญ

กทม. 9 ก.ค.- ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาก่อคดีสำคัญ โดยเฉพาะการลักลอบขนแรงงานเข้าประเทศ


พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงจับกุม 4 คดีสำคัญ คดีแรก พนักงานสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จับกุมนายยาว อายุ 44 ปี สัญชาติกัมพูชา ซึ่งเป็นผู้นำพาแรงงานหลบหนีเข้าเมืองรายใหญ่ ในฐานความผิด ร่วมกันนำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยวิธีการใดๆอันเป็นอุปการะช่วยเหลือฯ สามารถจับกุมได้ในกรุงเทพมหานคร โดยขยายผลมาจากการจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติ ท้ายหมู่บ้านแก้วเพชรพลอย อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว จำนวน 25 คนและมีคนไทย 3 คน  หลังนายโก๊ะให้การซักทอด ถึงนายยาว ว่าเป็นผู้ติดต่อนายหน้าที่กัมพูชา

จากการสอบปากคำนายยาว รับสารภาพ มีหน้าที่จัดหาชาวกัมพูชามาเป็นแรงงงาน ยอมรับทำมาแล้ว 2-3 ครั้ง ได้ค่าตอบแทนหัวละ 5,000-7,000 บาท โดยแต่ละครั้งก็จะนัดหมายกับนายโก๊ะ และตนจะนำรถส่วนตัวมารับแรงงาน ใช้เส้นกบินทร์บุรี หลบการตรวจ มุ่งหน้ามายังพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  ส่งให้นายจ้างที่ต้องการแรงงาน เพื่อทำงานก่อสร้าง


คดีที่ 2 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี จับขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมือง 3 ขบวนการ ประกอบด้วย ลักลอบขนแรงงานต่างด้าว ออกจากหมู่บ้านบ่อญี่ปุ่น ประเทศเมียนมา ใกล้ชายแดนไทย อำเภอสังขละบุรี ผ่านช่องทางธรรมชาติ สามารถจับกุม รถยนต์กระบะได้ 2 คัน ในเวลาใกล้เคียงกัน ขณะขนแรงงานจำนวน 29 คน จากการตรวจสอบทั้งหมดไม่มีเอกสารเดินทาง ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วน 2 ผู้ต้องหาชาวไทย ทำหน้าที่ขับรถ คือนายบุญชู อายุ 30 ปีและนายชนน อายุ20 ปี แจ้งข้อกล่าวหา “ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น และช่วยประการใดๆให้บุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม”จากกการสอบปากคำ จะได้รับค่าจ้าง 10,000 บาทต่อครั้ง ปลายทางอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครและกรุงเทพมหานคร /   ส่วนขบวนการที่ 3 จับกุมนาย Thant อายุ 43 ปี สัญชาติเมียนมา เป็นผู้ขับรถเก๋งแบบแวน ภายในบรรทุกแรงงาน 9 คน ไม่มีเอกสารเดินทาง โดนนายแทรน ได้ค่าจ้างหัวละ 1,000 บาท

คดีที่ 3 ตำรวจ ตม.จังหวัดสมุทรปราการ จับแก๊งชาวจีนและเวียดนาม รวม 8 คน โดยมีชาวจีน 7 คน เวียดนาม 1 คน พร้อมนายหน้าคนไทย 1 คน  / โดยมีพฤติการณ์ มีนายสมบุญ เป็นนายหน้าคนไทย ทำหน้าที่ขับรถ หรือขับรถนำ ส่วนผู้ต้องหาเหล่านี้ ลักลอบเข้ามาจากทางอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เดินทางเข้ามาที่อำเภอราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่กรุงเทพมหานครบางส่วน  ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่มีเอกสารเดินทาง จึงแจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายสมบุญ ข้อหา ซ่อนเร้นและช่วยเหลือฯ

เบื้องต้น นายสมบุญ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างครั้งละ 10,000 บาท หากเป็นรถนำ จะได้ 7,000 บาท ถ้านำแรงงานต่างด้าวมาส่งได้ จะได้เพิ่มอีก 3,500 ต่อคน 


คดีที่ 4 หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา และตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง ว่ามีขบวนการผ่อนชำระสินค้าในอัตราดอกเบี้ยสูง ตำรวจตม.จังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่สืบสวนทราบว่า นายราม สัญชาติอินเดีย รายใหญ่ พร้อมพวกอีก 3 คน โดยมีพฤการณ์ขายสินค้าลักษณะเงินผ่อนรายวัน อาทิ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เป็นต้น ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20-30 ต่อเดือน  นอกจากนี้พบว่า ผู้ต้องหา 3 คน เป็นบุคคลโอเวอร์สเตย์เป็นระยะเวลานาน (นานสุด 1,023 วัน) โดยมีหลักฐานที่ยืนยันความผิดจำนวนมาก มีผู้เสียหายกว่า 40 คน นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงขบวนการเงินกู้นอกระบบอื่นๆอีก ซึ่งจะมีการขยายผลต่อไป .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศธ. จ่อชง ครม. แจกนักเรียนคนละ 2,000 จ่ายตรงผู้ปกครอง

ศธ. จ่อชง ครม. ใช้งบฯ 2.1 หมื่นล้าน แจกนักเรียนคนละ 2,000 บาท กว่า 10.8 ล้านคน จ่ายเงินตรงให้ผู้ปกครอง ช่วยค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ลดภาระผู้ปกครอง

สภากาชาดไทยเผยชื่อ อบจ.38 จว. ได้รับจัดสรรโมเดอร์นาให้กลุ่มเป้าหมาย

เลขาธิการสภากาชาดไทยระบุว่า ได้แจ้งผลการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตามที่ อบจ. หลายจังหวัดขอรับมา ซึ่งพิจารณาจัดสรรให้ 38 จังหวัด ย้ำต้องนำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางฟรีตามที่กำหนด โดย อบจ. ทุกแห่งบริจาคเข้ากองทุนจัดหาวัคซีนและยาโควิดเพื่อประชาชน 1,100 บาทต่อโดส

“พล.อ.ประวิตร” ยินดี “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

“พล.อ.ประวิตร” ชื่นชมและยินดีกับ “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก พร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน

ข่าวแนะนำ

หลายคนสงสัย ทำบุญออนไลน์ได้บุญจริงหรือ?

ทุกปีในวันเข้าพรรษา สิ่งที่เราคุ้นเคยคือการไปทำบุญตักบาตรที่วัด แต่ปีนี้โควิด-19 ระบาดหนัก พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ต้องปรับเปลี่ยนหันมาทำบุญออนไลน์มากขึ้น เพราะสะดวก และลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ แต่หลายคนยังสงสัยว่าการทำบุญออนไลน์จะได้บุญจริงหรือไม่?

บช.น.เร่งตรวจสอบค่าเก็บศพโควิดรายละ 17,000 บาท

บช.น.ส่งตำรวจลงพื้นที่เสริมกำลัง ทหาร-สธ. ร่วมคัดแยกผู้ป่วยในชุมชน พร้อมเร่งตรวจสอบค่าเก็บศพโควิด สูงถึงรายละ 17,000 บาท