fbpx

จ่อออกหมายเรียก “จตุพร-นิติธร” รับทราบข้อกล่าวหาคดีชุมนุม

กรุงเทพฯ 4 ก.ค. – รอง ผบช.น. เผยตำรวจ สน.นางเลิ้ง เตรียมออกหมายเรียก “จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำกลุ่มไทยไม่ทนฯ และ “นิติธร ล้ำเหลือ” แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย รับทราบข้อกล่าวหาพร้อมกันในสัปดาห์หน้า กรณีชุมนุม 24 และ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา


พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์การชุมนุมของมวลชน 3 กลุ่ม ที่นัดหมายชุมนุมเมื่อวานนี้ (3 ก.ค.) ว่า ภาพรวมการชุมนุมของมวลชนทุกกลุ่มอยู่ในเกณฑ์ดี แต่พนักงานสอบสวนก็ยังคงต้องสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ถอดเทปคำปราศรัย และดูพฤติกรรมของมวลชนทั้ง 3 กลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย, กลุ่มของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทนฯ และกลุ่มของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่จัดกิจกรรม “แฟลชม็อบ สมบัติทัวร์” แยกขบวนจากกลุ่มไทยไม่ทนฯ ไปชุมนุมต่อที่แยกราชประสงค์ ซึ่งเบื้องต้นแกนนำทุกกลุ่มเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.โรคติดต่อ, พ.ร.บ.ความสะอาดฯ และ พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งเป็น 4 ข้อหาหลักอยู่แล้ว แต่พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาว่า พฤติกรรมและการปราศรัยของแกนนำจะเข้าข่ายข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะมีการออกหมายเรียกอีกสักระยะ เนื่องจากพนักงานสอบสวนต้องการแจ้งข้อหาทั้งหมดในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เกิดประเด็นว่าเป็นเกมการเมือง

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เตรียมออกหมายเรียกทนายนกเขา กับพวก และนายจตุพร กับพวก เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีการชุมนุม เมื่อวันที่ 24 และ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา คนละ 2 ข้อหา ภายในสัปดาห์หน้า


ส่วนกระแสข่าวว่า ตำรวจได้ยื่นเพิกถอนการประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎรที่ได้รับการประกันตัวออกมา โดยติดเงื่อนไขศาลที่ต้องไม่ทำกิจกรรมที่กระทบความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่ร่วมการชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น ล่าสุด พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ดูแลเรื่องนี้ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้พิจารณาพฤติกรรมของแกนนำที่ได้รับการประกันตัวโดยติดเงื่อนไขศาลแล้ว พบว่า มีแกนนำที่ฝ่าฝืนเงื่อนไข 5 คน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการร่วมชุมนุมในลักษณะมั่วสุม หรือแม้แต่การปราศรัยพาดพิงที่เข้าข่ายละเมิดเงื่อนไขศาล ซึ่งทางตำรวจก็ได้เตือนผ่านทุกช่องทาง แต่ก็ยังมีการฝ่าฝืน ละเมิดเงื่อนไขที่ศาลตั้งไว้ ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำขอเพิกถอนประกันแกนนำ โดยส่งให้พนักงานอัยการเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของพนักงานอัยการ โดยยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดว่ามีใครบ้าง

สำหรับแกนนำกลุ่มราษฎรที่ได้รับการประกันตัวและติดเงื่อนไขนั้น ได้แก่ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน, ทนายอานนท์ นำภา, นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ หมอลำแบงค์, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ น้องมายด์ ซึ่งทั้งหมดถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 และ 116. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

“ตำรวจเก๊” เรียกตรวจ “ตำรวจจริง” สุดท้ายไม่รอด

รวบแก๊งตำรวจปลอมก่อคดีตบทรัพย์วัยรุ่นนับแสนบาท ก่อนเจอตอเรียกตรวจตำรวจจริง สุดท้ายโดนรวบ ผู้เสียหายนับสิบโผล่ชี้ตัว

คปภ. ชี้อาคเนย์ประกันภัย ต้องทำตามหลักเกณฑ์ก่อนเลิกกิจการ

คปภ. ชี้อาคเนย์ประกันภัย ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เลิกกิจการ ย้ำทุกกรมธรรม์ยังได้รับความคุ้มครอง ต้องดูแลประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัย

“มหาเธร์” อาการดีขึ้นแล้ว

ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษของมาเลเซีย อาการดีขึ้นแล้ว หลังเข้าโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านหัวใจ ขณะนี้ย้ายมาพักฟื้นที่แผนกผู้ป่วยทั่วไปและมีกำลังใจดีเยี่ยม

ข่าวแนะนำ

ตำรวจ พฐ.ลงพื้นที่ตรวจทางม้าลายจุดชน “หมอกระต่าย”

ตํารวจกองพิสูจน์หลักฐานกลางลงพื้นที่ตรวจสอบทางม้าลาย หน้า รพ.สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานความเร็วและข้อมูลทางเทคนิคนำไปประกอบสำนวนคดี

“วราวุธ” สั่งย้ายด่วนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เหตุจัดเลี้ยงในเขตอุทยานฯ

รมว.ทส. เผยสั่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามคำสั่งย้ายด่วนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังปรากฏคลิปจัดงานเลี้ยงปีใหม่บนเขาใหญ่ ซึ่งอาจผิดทั้ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค และมีผู้วิพากษ์วิจารณ์จำนวนาก

เช้านี้ คราบน้ำมันอยู่ห่างชายหาดเพียง 2 กม. เร่งขจัด

หลายหน่วยงานเร่งปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันในทะเล รวมถึงเร่งวางทุ่นป้องกันน้ำมันดิบเข้าฝั่ง หลังพบล่าสุดคราบน้ำมันอยู่ห่างชายหาดแม่รำพึงเพียง 2 กม.

ทดลองปลูกข้าวญี่ปุ่น “โคชิฮิคาริ” กก.ละ 4 พัน

เกษตรกรลำปางทดลองปลูกข้าวโคชิฮิคาริ ราคาแพงสุดในโลก แบบตอซัง ถือเป็นการปลูกข้าวแบบโบราณ ลงทุนเพียง 1 ครั้ง เก็บเกี่ยวได้ 3–4 รอบ แยกขายเมล็ดพันธุ์ กิโลกรัมละ 3,000 – 4,000 บาท ข้าวสารกิโลกรัมละ 700 บาท ขณะนี้ข้าวมีไม่เพียงพอในการจำหน่าย