fbpx

เตรียมกำลังตำรวจ 400 นาย ดูแลม็อบชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้

กรุงเทพฯ 5 มี.ค. – ตำรวจจัดกำลัง 400 นาย ดูแลม็อบนัดชุมนุม 3 จุด พรุ่งนี้ (6 มี.ค.) พร้อมแนะนำเลี่ยงการใช้ถนนที่มีม็อบชุมนุม รวมถึงขั้นตอนการดูแลการชุมนุมสาธารณะ


พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการเตรียมการจัดจราจรจากการชุมนุมในพื้นที่การชุมนุม 3 พื้นที่
จุดแรก โลตัสรังสิต-กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จุดที่ได้รับผลกระทบคือ ถ.พหลโยธิน รามอินทรา แจ้งวัฒนะ วงเวียนและอุโมงค์บางเขน ถนนลาดพร้าว-วังหิน แนะนำเลี่ยงใช้ถนนวิภาวดีรังสิต และโทลล์เวย์

จุดที่ 2 ห้าแยกลาดพร้าว-ศาลอาญา รัชดาภิเษก ให้เลี่ยงถนนรัชดาภิเษก พหลโยธิน ลาดพร้าว แนะให้ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต โทลล์เวย์ ซอยโชคชัย สุทธิสาร ประดิพัทธ์ และซอยย่อยต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 จุดนี้อาจมารวมกลุ่มกัน ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนการดูแลการจราจรตามสถานการณ์อีกครั้ง


จุดที่ 3 แยกราชประสงค์ แนะเลี่ยงถนนราชดำริ แยกประตูน้ำ ถนนชิดลม พระราม 1 แนะใช้ถนนราชปรารภ เพชรบุรี พระราม 4 อังรีดูนังต์ และซอยต้นสน

อีกจุดที่เฝ้าติดตามข่าวคือ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เนื่องจากมีการข่าวว่าอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มมารวมตัวในจุดอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้วย

จากการข่าวทั้งหมด กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดเตรียมกำลังตำรวจจราจรไว้ 300 นาย และมีกำลังเสริมจากกองบังคับการตำรวจจราจรอีก 100 นาย คอยดูแลสภาพการจราจรบริเวณโดยรอบการชุมนุมทุกจุด


หากสถานการณ์การชุมนุมรุนแรงมากยิ่งขึ้นจะมีการพิจารณาร่วมกับบริษัทขนส่งทางรางว่าจะต้องปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินในสถานีใดบ้าง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และทรัพย์สินของทางเอกชน เบื้องต้นอาจมีการปิดให้บริการ 3 สถานีคือ สถานีบางบัว วัดพระศรีฯ กรมราบที่ 11

อีกด้านหนึ่ง นางจันทร์ทิพย์ มากคำ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเดินรถ ฝ่ายการเดินรถ ขสมก. เปิดเผยว่า หากสถานการณ์การชุมนุมไม่ปิดการจราจร จะเปิดการเดินรถในเส้นทางต่างๆ ตามปกติ หากมีการปิดการจราจร จะมีการปรับการเดินรถ 11 สาย ให้ไปอีกเส้นหนึ่ง โดยจะจัดเจ้าหน้าที่ ขสมก. ลงไปช่วยดูแลในเส้นทางต่าๆ ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน 1348 โดยทาง ขสมก. จะมีการจัดรถอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการที่ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่การชุมนุมแต่ละจุด เพื่อเชื่อมต่อไปยังจุดที่สามารถต่อรถไปยังเส้นทางอื่นๆ ได้ ที่อยู่ภายในพื้นที่การชุมนุมอาจจะต้องเดินเท้าออกมาในจุดรับส่งของ ขสมก. เล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเตรียมการรับมือหากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการใช้ความรุนแรงและทำลายทรัพย์สินของทางราชการ หรือ ขสมก.

โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันนัดชุมนุม 6 มีนาคม พร้อมกันห้าแยกลาดพร้าว 5 โมงเย็น ไปศาลอาญา รัชดาฯ โดยพร้อมกันในเวลา 17.00 น. และยุติการชุมนุมในเวลา 21.00 น.

ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า เปิดเผยขั้นตอนดูแลการชุมนุมสาธารณะ โดยให้รายละเอียดว่า การชุมนุมสาธารณะเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายอื่น ไม่ล่วงล้ำหรือละเมิดสิทธิของคนอื่น และเป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ

สำหรับขั้นตอนปฏิบัติการดูแลการชุมนุมสาธารณะตามกฎหมายมี 4 ขั้นตอน ดังนี้
1.ขั้นเตรียมการ เช่น ดำเนินการด้านการข่าว ประสานงานหน่วยที่เกี่ยวข้อง เตรียมพื้นที่และอุปกรณ์ เจรจาต่อรองกับผู้แจ้งการชุมนุม
2.ขั้นการเผชิญเหตุ เช่น จัดตั้งจุดตรวจ ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ดำรงการเจรจา ป้องกันภาวะแทรกซ้อน
3.ขั้นการใช้กำลังคลี่คลายสถานการณ์ (กรณีศาลมีคำสั่งให้เลิกการชุมนุม)
4.ขั้นฟื้นฟู (หลังการชุมนุม) เช่น จัดส่งผู้บาดเจ็บ ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ฟื้นฟูสถานที่และทรัพย์สิน รวบรวมพยานหลักฐาน และดำเนินคดี

หลักการดูแลการชุมนุมสาธารณะอยู่ภายใต้กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง และให้ความสำคัญกับการชุมนุมโดยสงบ มุ่งคุ้มครองทั้งผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไป ส่วนเครื่องมือควบคุมฝูงชนตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกตามความใน พ.ร.บ.การชุมนุม มีหลายประเภท เช่น โล่ใส กระบองยาง แก๊สน้ำตา เสื้อเกราะ เครื่องขยายเสียง เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง รถควบคุมฝูงชน ปืนยิงกระสุนยางหรือแก๊สน้ำตา ฯลฯ

การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการทำหน้าที่เมื่อเผชิญกับกลุ่มผู้ชุมนุม มี 4 ขั้นตอน คือ
1.ใช้การเจรจาต่อรองและแจ้งเตือนก่อน หากมีการฝ่าฝืนกฎหมายให้หยุดการกระทำ
2.ถ้าไม่หยุด ให้แสดงท่าทางพร้อมใช้กำลัง มาตรการ อุปกรณ์ หรือเครื่องมือ
3.หากยังคงฝ่าฝืนให้ใช้กำลังเพื่อกักตัวหรือจับกุมได้ ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
4.การปฏิบัติต่อผู้หญิง เด็ก และผู้สูงอายุ จะต้องเพิ่มความระมัดระวังและปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานภาพ

สำหรับเครื่องมือ-อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน จะใช้ตามความจำเป็น ได้สัดส่วนและเหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะแจ้งเตือนก่อน และมีลำดับความหนักเบาแตกต่างกันไป
1.การใช้กระบอง จะใช้ในกรณีผลักดันกลุ่มคนออกจากพื้นที่ แต่ต้องไม่ตีที่บริเวณอวัยวะสำคัญที่อาจเกิดอันตรายต่อชีวิตหรือทำให้พิการ
2.การยิงกระสุนยาง จะยิงต่อเป้าหมายที่กระทำการหรือมีท่าทีคุกคามต่อชีวิตผู้อื่น
3.การใช้น้ำฉีด จะใช้ในกรณีเข้ายุติการชุมนุม หรือระงับยับยั้งป้องกันเหตุ โดยใช้แรงดันน้ำเท่าที่จำเป็นในการสลายฝูงชน
4.การใช้สารควบคุมการจลาจล เพื่อยุติการชุมนุม หรือระงับยับยั้งป้องกันเหตุ สามารถทำได้ โดยใช้ระดับความเข้มข้นที่เหมาะสม
5.การใช้แก๊สน้ำตา จะระมัดระวังหลีกเลี่ยงการขว้างไปโดนตัวบุคคล และระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุม.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศธ. จ่อชง ครม. แจกนักเรียนคนละ 2,000 จ่ายตรงผู้ปกครอง

ศธ. จ่อชง ครม. ใช้งบฯ 2.1 หมื่นล้าน แจกนักเรียนคนละ 2,000 บาท กว่า 10.8 ล้านคน จ่ายเงินตรงให้ผู้ปกครอง ช่วยค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ลดภาระผู้ปกครอง

สภากาชาดไทยเผยชื่อ อบจ.38 จว. ได้รับจัดสรรโมเดอร์นาให้กลุ่มเป้าหมาย

เลขาธิการสภากาชาดไทยระบุว่า ได้แจ้งผลการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตามที่ อบจ. หลายจังหวัดขอรับมา ซึ่งพิจารณาจัดสรรให้ 38 จังหวัด ย้ำต้องนำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางฟรีตามที่กำหนด โดย อบจ. ทุกแห่งบริจาคเข้ากองทุนจัดหาวัคซีนและยาโควิดเพื่อประชาชน 1,100 บาทต่อโดส

“พล.อ.ประวิตร” ยินดี “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

“พล.อ.ประวิตร” ชื่นชมและยินดีกับ “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก พร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน

ข่าวแนะนำ

“น้องเทนนิส” ขอมอบเหรียญทองให้คนไทยทุกคน ดีใจทำความฝันสำเร็จ

“น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ฮีโร่เหรียญทองเทควันโด โตเกียวเกมส์ 2020 ปลาบปลื้มที่ได้รับแจกันดอกไม้พระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ขอมอบเหรียญทองให้คนไทยทุกคน ดีใจทำความฝันสำเร็จ

จ.ตาก ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม อ.แม่ระมาด

จ.ตาก ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม อ.แม่ระมาด ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว ข้าวของจมน้ำเสียหาย ทหารพรานและฝ่ายปกครองต้องนำกำลังช่วยอพยพประชาชน รวมทั้งทรัพย์สินหนีน้ำโกลาหล

นายกฯ กำชับทุกส่วนบูรณาการฉีดวัคซีนให้ ปชช.รวดเร็วและทั่วถึง

นายกฯ ให้นโยบายทุกส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง

“น้องเทนนิส” ฮีโร่เหรียญทองโตเกียวเกมส์ ถึงภูเก็ต

“น้องเทนนิส” ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 เดินทางถึงภูเก็ต ร่วมโครงการ “ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” 14 วัน เบื้องต้นคาดมีเงินสนับสนุนรวมกว่า 30 ล้าน