รู้จัก “เสี่ยโป้” ผู้ต้องหาคดีพนันออนไลน์-ฟอกเงิน

กรุงเทพฯ 4 ก.พ. – เปิดประวัติ “เสี่ยโป้” ผู้ต้องหาเครือข่ายพนันออนไลน์และฟอกเงิน หลังถูกชุดหนุมานกองปราบฯ บุกจู่โจมจับกุมพร้อมพวกอีก 11 คน ในบ้านพักย่านเพชรเกษม วันนี้


“เสี่ยโป้” มีชื่อจริงว่า อภิรักษ์ ชัชอานนท์ เริ่มเป็นที่พูดถึงบนโลกโซเชียล จากช่วงที่เกิดคดีสะเทือนขวัญ “เปรี้ยวฆ่าหั่นศพ” เนื่องจากเขาออกมาเปิดเผยแชทข้อความว่า เคยคุยกับคนร้ายที่ตำรวจกำลังตามหาตัว แต่ก่อนหน้าคดีนั้น เขาก็โด่งดังและเป็นเน็ตไอดอลมาก่อน เพราะบนโลกโซเชียลมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียว ชื่อของเขาเป็นที่พูดถึงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเป็นเรื่องชักชวนคนเล่นพนันออนไลน์ การใช้ชีวิตที่โลดโผนมากมาย และถูกตั้งข้อสังเกตมาตลอดว่า ทำไมอายุน้อย แต่มีเงินจำนวนมากมาย “เสี่ยโป้” เคยบอกว่า ตัวเขานั้นทำธุรกิจต่างประเทศ รวมถึงถือหุ้นเปิดกาสิโนอยู่ ธุรกิจที่อาจดูผิดกฎหมายในไทย แต่เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในต่างประเทศ และยังมีธุรกิจอาหารเสริมสำหรับผู้ชาย ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำเงินมากอีกด้วย

“เสี่ยโป้” มักแสดงตัวว่ามีเงินทองมากมาย และถูกมองว่าเป็นแบดบอย แต่เขาก็บอกเสมอว่า ชอบบริจาคเงินให้ผู้ยากไร้ ซึ่งเขามองว่าเป็นการทำบุญและตอบแทนสังคมทางหนึ่งด้วย


“เสี่ยโป้” ชื่อจริงว่า นายอภิรักษ์ ชัชชานนท์ เกิดวันที่ 6 พฤษภาคม 2535 ฐานะทางบ้านถือว่า “ดีมาก” พ่อแม่เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อรายใหญ่ ส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ สมบัติของครอบครัวแต่เดิมมีอยู่แล้วในระดับร้อยล้านบาท โดยครอบครัวนี้มีลูกชาย 3 คน “เสี่ยโป้” เป็นคนกลาง

“เสี่ยโป้” เริ่มตั้งแก๊งเล็กๆ ของตัวเองอยู่ในย่านเพชรเกษม ด้วยความที่มีฐานะดี ทำให้มีเด็กวัยรุ่นมารวมตัวกันเป็นลูกน้องของเขาจำนวนมาก และมีเรื่องทะเลาะวิวาทบ่อยครั้ง เขาเคยบอกว่า มีลูกน้องประมาณ 40-50 คน โดย “เสี่ยโป้” ตั้งตัวเป็นผู้คุ้มครอง

อายุ 18 ปี “เสี่ยโป้” เปิดบ่อนพนันของตัวเองเป็นครั้งแรก ขณะที่ตัวเขาเองก็ติดการพนันอย่างหนัก หอบเอาเงินที่ได้จากบ่อนตัวเองไปเล่นที่บ่อนอื่น จนมีหนี้สินจำนวนมาก เมื่อเงินขาดมือ จึงเริ่มเข้าสู่วงการยาเสพติด


“ผมเคยยุ่งกับยาเสพติดพักหนึ่ง คนเป็นหัวหน้าก็ต้องมีเงินเลี้ยงลูกน้อง ก็เลยต้องขายยา หาเงิน การมียาเสพติด ทำให้ลูกน้องอยู่กับเรา เราก็เอายาให้เขาทั้งเสพและขาย”

คลุกคลีอยู่ในธุรกิจสีเทาอย่างต่อเนื่อง สร้างชื่อในวงการนักเลงอยู่แถวฝั่งธนฯ แต่สาเหตุที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในประเทศ คือ การทะเลาะกับนักเลงคนอื่น ซึ่งได้แก่ “แอล โอรส” กับ “เน วัดดาว”

“เสี่ยโป้” กลายเป็นไอดอลของกลุ่มเด็กๆ ที่อยากเป็นนักเลง ครั้งหนึ่งเขานำเงิน 1 ล้านบาท นำแบงก์พันมาวางเรียงกันแล้วถ่ายรูป

เมื่อเริ่มมีชื่อเสียงในวงกว้าง “เสี่ยโป้” ยืนยันว่า เขาเลิกขายยาเสพติดแล้ว แต่ยังอยู่ในวงการพนัน โดยเฉพาะพนันออนไลน์ นอกจากนั้นก็ขายของออนไลน์ไปด้วย ทำรายได้ไปพร้อมกัน ของที่ “เสี่ยโป้” ขาย เช่น ครีมยี่ห้อไฮโดรเซลล์ อาหารเสริมยี่ห้อ OMG สำหรับใช้เพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย

ความนิยมของ “เสี่ยโป้” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนในเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามระดับหลักล้าน นั่นทำให้ยอดขายสินค้าของเขา ทั้งครีมทาหน้า และอาหารเสริม ขายดีตามไปด้วย นอกจากนั้นเขายังรับรายได้อีกหลายทาง ทั้งจากโต๊ะพนันบอล โดยเคยเป็นคนให้ทีเด็ดฟันธงบอลแต่ละคู่มาแล้ว รวมถึงเขายังไปเปิดบ่อนพนันในต่างประเทศ แล้วเชิญชวนคนไทยให้ไปเล่นในบ่อนของเขาทางออนไลน์

“เสี่ยโป้” เคยบอกว่า มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 40-50 ล้านบาท โดยครั้งหนึ่งมีลูกเพจไปแซว “เสี่ยโป้” ในเฟซบุ๊กว่า เป็นเศรษฐีกำมะลอ ทำให้ “เสี่ยโป้” โมโห หยิบเงินหลายล้านมากองบนโต๊ะ แล้วพูดว่า “เงินกูนี่ถมบ้านมึงได้เลย เงินกูทับพ่อมึงตายได้เลย”

จุดที่ทำให้ “เสี่ยโป้” เป็นที่ชื่นชอบของคนกลุ่มหนึ่ง เพราะความรวยของเขานั่นเอง “เสี่ยโป้” จะมีกิจกรรมแจกเงินจริงในโลกออนไลน์อยู่เสมอ อยู่ๆ ก็แจกเงิน 500 หรือ 1,000 บาท ให้กับคนที่มาฟังไลฟ์สด ซึ่งทำให้เวลาที่เขาไลฟ์เมื่อไหร่ จะมีคนมาดูไลฟ์พร้อมกันระดับหลักหมื่น

ดราม่าที่ทำให้ “เสี่ยโป้” เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ มีอยู่ 3 เรื่อง

เรื่องแรกคือ คดีเปรี้ยวหั่นศพ โดย “เสี่ยโป้” กับ “เปรี้ยว” นั้นแอบกิ๊กกันในช่วงสั้นๆ ประมาณ 1 เดือน โดยทั้งคู่ส่งภาพโป๊แลกกันไปมา จนถึงวันที่ “เปรี้ยว” ทำการฆาตกรรม ณ วันนั้นยังแชทคุยกับ “เสี่ยโป้” อยู่เลย แต่จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า “เสี่ยโป้” ไม่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม แค่แชทกับผู้ต้องหาเฉยๆ

เรื่องที่ 2 คือ ดราม่ากับ “กานต์ วิภากร” ภรรยาของ “เสก โลโซ” โดยในช่วงหนึ่งที่กานต์กับเสกเลิกกัน ได้ไปคบหากับเสี่ยโป้ โดยทางฝั่งกานต์ อายุมากกว่าเสี่ยโป้ถึง 19 ปี เสี่ยโป้ขอกู้เงินกานต์ 50 ล้านบาท เพื่อเอาไปเล่นพนัน โดยบอกกานต์ว่า ถ้าได้กำไรจะเอามาแบ่งให้กานต์ แต่ปรากฏว่า เงินก้อน 50 ล้านบาท เสี่ยโป้เล่นเสียทั้งหมด และขอไกล่เกลี่ยหนี้ แต่สุดท้ายกานต์ไม่ยอม แถมยังด่าเสี่ยโป้ว่าเล่นเสียแบบจัดฉากไว้แล้ว และส่งฟ้องศาลให้เสี่ยโป้ใช้หนี้ พร้อมดอกเบี้ยอีก 10 ล้านบาท รวมเป็น 60 ล้านบาท พร้อมออกสื่อประจานเสี่ยโป้ทุกรูปแบบ

และเรื่องที่ 3 คือ วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 “คณะก้าวหน้า” จัดกิจกรรมคอนเสิร์ตระดมทุน ในชื่องาน #MAYDAYMAYDAY เพื่อหาเงินช่วยเหลือประชาชนที่ลำบากจากโควิด-19 ปรากฏว่า มีแฟนคลับจำนวนมากแชทไปหา “เสี่ยโป้” ว่าให้ร่วมบริจาคด้วย ซึ่ง “เสี่ยโป้” ด้วยความรำคาญจึงบริจาคไปแบบประชด ด้วยจำนวนเงิน 1 บาท

“เสี่ยโป้” ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับการพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของเครือข่าย โดยร่วมกับพวก 31 คน ซึ่งมีพฤติการณ์ร่วมกันประกาศ โฆษณา ชักชวน และร่วมกันจัดให้บุคคลทั่วไปเข้าเล่นการพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์พนันออนไลน์ www.lagalaxy1.com, www.Gpbvegas.com, www.lagalaxy88.com, www.lagalaxy911.com, www.lagalaxy6.com และ www.lagalaxy168.com โดย “เสี่ยโป้” จะทำหน้าที่ในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ชักชวน ให้คำแนะนำ ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กของตนเอง บัญชีเฟซบุ๊กของภรรยา และบัญชีเฟซบุ๊กของเว็บไซต์พนันออนไลน์อื่นๆ โดยมีพฤติกรรมชี้นำให้ประชาชนเข้าไปเล่นการพนันผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ “เสี่ยโป้” เป็นผู้เกี่ยวข้อง หรือเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย

จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า กลุ่มของผู้ต้องหาได้สมคบคิดกันในการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เปิดรองรับไว้จำนวนหลายบัญชี ในลักษณะเป็นบัญชี “รับแทง” / บัญชี “รับจ่าย” / บัญชี “แถว 2” และ บัญชี “พัก” เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของเงินที่ได้จากการกระทำความผิด นอกจากนี้ ทางกลุ่มผู้ต้องหายังได้นำเงินจากการกระทำความผิดไปดำเนินการในกิจการอื่นๆ เพื่ออำพรางลักษณะที่แท้จริงของการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ซึ่งเข้าข่ายเป็นความผิดร่วมกันฟอกเงินอีกด้วย

สำหรับบทสรุปของ “เสี่ยโป้ อานนท์” ปัจจุบันอายุ 28 ปี เขายังคงอยู่ในแวดวงของการพนันออนไลน์ และประกอบธุรกิจส่วนตัว ขายเครื่องสำอางนำเข้าจากเกาหลีเช่นเดิม ขณะที่ยอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊ก เพิ่มสูงขึ้นเป็น 1.6 ล้านคนแล้ว กระทั่งตำรวจบุกจับในวันนี้. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

จับโจรลักทอง-เงินสด วัดนามะตูม เชื่อมีคนชี้เป้า

ชลบุรี 29 ส.ค. – รวบแล้วคนร้ายงัดกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ขโมยทองคำ-เงินสด ที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคสร้างพระสมเด็จองค์ปฐม 28 พระองค์ เชื่อเกลือเป็นหนอน มีคนชี้เป้า ภาพจากกล้องวงจรปิดจะเห็นคนร้ายเข้ามางัดประตูกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี โดยใช้เวลาไม่กี่นาที เข้าไปขโมยทองคำและเงินสดกว่าล้านบาท แล้วหลบหนี เมื่อช่วงวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้ (29 ส.ค.) ตำรวจ สภ.พนัสนิคม แกะรอยจนติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ที่ จ.สุรินทร์ พร้อมของกลางทองคำและเงินสดจำนวนหนึ่ง ผู้ต้องหาอ้างว่านำไปขายแล้วบางส่วน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนต่อที่ สภ.พนัสนิคม เจ้าของพื้นที่ นางชนิษฐา อายุ 65 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ปัจจุบันเป็นสมาชิก อบต.นามะตูม เปิดเผยว่า ช่วยงานที่วัดมานานหลายปี ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ใหญ่บ้าน จนเป็นสมาชิก อบต. พระอาจารย์เป็นพระนักปฏิบัติและพัฒนาอยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยเหลือเด็กยากไร้ประจำ จากข่าวที่ออกไปเป็นทองที่ชาวบ้านร่วมกันบริจาคไว้ในงานเททองหล่อสมเด็จองค์ประฐม 28 พระองค์ และเพิ่งหล่อไปเพียง 1 พระองค์ เหลืออีก 27 พระองค์ […]

“แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัยปมคลิปเสียง

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “นายกฯ แพทองธาร” เข้าทำเนียบฯ แล้ว ลุ้นศาล รธน.วินิจฉัย ปมคลิปเสียง ก่อนยิ้มโบกมือทักทายสื่อ เมื่อเวลา 12.35 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี ได้หันมาโบกมือและไหว้ทักทายกองทัพสื่อมวลชน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จากนั้นได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรอฟังการอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในเวลา 15.00 น. .-316 -สำนักข่าวไทย

เกาะติดชี้ชะตาเก้าอี้นายกฯ ยังไม่พบมวลชนเคลื่อนไหว

29 ส.ค. – จับตา 15.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคุณสมบัติ “นายกฯ แพทองธาร” ว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ ปมคลิปเสียงคุย “ฮุน เซน” หลังนัดแถลงด้วยวาจาและลงมติในช่วงเช้า ด้านตำรวจตรึงเข้มดูแลความปลอดภัย ยังไม่พบมวลชนมาเคลื่อนไหว.-สำนักข่าวไทย

“ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล มั่นใจพรรคร่วม

ทำเนียบ 29 ส.ค.- “ภูมิธรรม” ยันไม่มีดีลพลิกขั้วรัฐบาล จะพูดคุยจนถึงตี 2 ก็เชิญ ไม่มีปัญหา มั่นใจพรรคร่วมฯ โยนถามคนปล่อยสูตร 270 เสียง มอง “บิ๊กป้อม-อนุทิน” กินข้าวกัน เป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง ใครกินข้าวกับใครก็ได้ ระบุให้กำลังใจนายกฯ ทุกวัน ทุกอย่างเป็นดุลยพินิจของศาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าว เมื่อคืนที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงสูตรพลิกขั้วรัฐบาล มีการส่งสัญญาณถึงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณและเรื่องดีลข้ามขั้วนั้น มีการพูดกันมานาน จะเป็นเดือนแล้ว ไม่เป็นไรทุกอย่างชัดเจน เรามั่นใจว่านายกรัฐมนตรีแสดงความจริงใจ ในการทำทุกอย่างและมีความตั้งใจจริงในการที่จะทำ ไม่ได้มีปัญหาอย่างที่ถูกกล่าวหา ตนพูดหลายครั้งแล้วว่าเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและเราก็รับดุลยพินิจถ้าศาลตัดสินใจอย่างไร ก็ว่าไปตามนั้น เราได้แสดงหลักฐานทุกอย่างแล้ว ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคฝ่ายค้านจะประชุมกันจนถึงตีสอง ก็เชิญประชุม ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหน้าที่ที่เขาจะต้องทำ “ทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญเขาก็ประชุม จะไปถามว่ามีเงินเท่านั้นมาซื้อ ผมว่า อย่าไปไร้สาระ เรื่องต่างๆ เอาเรื่องที่เป็นความจริง พรรคร่วมฝ่ายค้านมีสิทธิ์ที่จะประชุม ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้น ตนก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ ว่าเขาไปตกลงอะไรกัน ไม่ได้อยู่ด้วย” นายภูมิธรรม […]