fbpx

พ่วง 18 ล้อเบรกแตกชนแหลก 6 คันรวด ตาย 1 เจ็บ 2

กทม. 23 ก.ย. – รถพ่วง 18 ล้อ เบรกแตก ลมเบรกรถเหลือ 6 เปอร์เซ็นต์ คนขับฝืนขับต่อ ชนแหลก 6 คันรวด ก่อนพุ่งชนรถเก๋งจอดติดไฟแดง บริเวณสามแยกการไฟฟ้ามีนบุรี ถ.สุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 2 คน


เมื่อช่วงเช้าวันนี้ สน.มีนบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อ ชนรถยนต์ 6 คัน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณสามแยกการไฟฟ้ามีนบุรี ถ.สุวินทวงศ์ เขตมีนบุรี จึงเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถกึ่งพ่วง 18 ล้อ สีเหลือง สภาพส่วนหัวลากเกยทับหลังคารถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรนา สีบรอนซ์เงิน พังยับทั้งคัน ภายในฝั่งเบาะคนขับมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างซากรถ จึงสามารถนำร่างออกมาได้ ทราบชื่อคือ นายอานัส จิ๊เลาะ อายุ 27 ปี นอกจากนี้ พบผู้บาดเจ็บคือ นายประเสริฐ จิ๊เลาะ อายุ 52 ปี พ่อของผู้ตาย น.ส.อัมพร จิ๊เลาะ อายุ 52 ปี แม่ของผู้ตาย เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่ง รพ.นพรัตน์ 9


นอกจากนี้ยังพบรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายอีก 5 คัน ประกอบด้วย รถยี่ห้อเมอร์เซเดส-เบนซ์สีดำ, รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ยาริส สีขาว, รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า 2 สีบรอนซ์, รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีขาว และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีเขียว รวมทั้งสิ้น 7 คัน

นายสหพล ทองโพธิ์แก้ว อายุ 27 ปี คนขับรถมาสด้า 2 ให้การว่า ขณะเดินทางออกมาจากบ้านพักพร้อมภรรยาและลูก มาตามเส้นทางดังกล่าว เห็นรถกึ่งพ่วงจอดเสียอยู่เลนกลาง จึงเบี่ยงขวาเพื่อแซงรถพ่วง ก่อนขับเข้าซ้ายเพื่อรอสัญญาณไฟจราจร ไม่กี่วินาทีรถพ่วงก็ขับพุ่งชนรถที่จอดด้านหน้าปัดไปปัดมา เหมือนคุมรถไม่อยู่ ก่อนปีนขึ้นทับรถยนต์โตโยต้า โคโรนา ของผู้เสียชีวิต และชนท้ายรถสิบล้อที่จอดหน้าสุด

ต่อมาตำรวจควบคุมตัวนายเพียร ศรีเจริญ อายุ 41 ปี คนขับรถพ่วงที่ก่อเหตุไว้ได้ นายเพียรให้การว่า ขับรถจาก จ.สระบุรี เพื่อมาส่งหินที่ ซ.สุวินทวงศ์ 18 หลังจากนั้นกำลังขับรถกลับ แต่ลมเบรกตัวลูกหมด ในขณะที่เบรกตัวแม่ซึ่งเป็นระบบน้ำมันแตก จึงจอดรถและลงมาดู พบว่าลมเบรกเหลือ 6 เปอร์เซ็นต์ ก่อนตัดสินใจขับรถต่อ แต่ไม่สามารถควบคุมรถได้ และพุ่งชนจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น


เบื้องต้นตำรวจจะสอบปากคำพยานและคนขับรถพ่วง ก่อนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา