fbpx

ขอความเป็นธรรมสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาซิ่งรถหรูชนลูกสาวดับ

กรุงเทพฯ 9 ส.ค. – ช่างเหล็กดัดชาวจันทบุรี ยื่นหนังสือต่อ “สิระ เจนจาคะ” ขอความเป็นธรรมกรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องผู้ต้องหา แฟนสาวนักการเมืองท้องถิ่นขับรถหรูเฉี่ยวชนลูกสาววัย 19 ปี เสียชีวิต เมื่อปี 2561 ขณะที่ตำรวจ สภ.เมืองจันทบุรี ยืนยันมีหลักฐานเอาผิดคู่กรณี และทำสำนวนคดีครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด


นายชูเกียรติ โพธิ์วงษ์ อายุ 48 ปี อาชีพช่างทำเหล็กดัด ชาว ต.แสลง อ.เมือง จ.จันทบุรี และครอบครัว เข้าพบนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม ให้ช่วยตรวจสอบและทบทวนคดี น.ส.สุกฤตา โพธิ์วงษ์ อายุ 19 ปี บุตรสาวที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรี ชั้นปีที่ 1 ขับขี่รถจักรยานยนต์และถูกรถหรูของแฟนสาวนักการเมืองท้องถิ่น จ.จันทบุรี เฉี่ยวชนจนเสียหลักไปชนท้ายรถยกระบะที่จอดอยู่ข้างทางจนเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนรักศักดิ์ชมูล ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี เมื่อกลางดึกวันที่ 31 พฤษภาคม 2561

นายชูเกียรติ เล่าว่า หลังจากพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนคดีไปที่อัยการจังหวัดจันทบุรี แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว อัยการจังหวัดจันทบุรีกลับสั่งไม่ฟ้อง พร้อมทั้งส่งสำนวนการสอบสวนมาให้ตำรวจภูธรภาค 2 ต่อมาตำรวจภูธรภาค 2 เห็นแย้ง จึงส่งสำนวนไปที่อัยการสูงสุด และสุดท้ายอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังรับหนังสือร้องเรียน นายสิระได้รับปากนายชูเกียรติ และครอบครัว ว่าจะตรวจสอบให้


ส่วนความเคลื่อนไหวที่ จ.จันทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ พ.ต.ท.ปิติ พานิช รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ซึ่งเผยว่า จุดที่ทำให้คดีสาวไปถึงผู้ต้องหา เนื่องจากหลังเกิดเหตุ นายชูเกียรติ พ่อของผู้เสียชีวิต ไปตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของลูกสาว สังเกตพบว่า ที่ท่อรถมีสีขาวติดอยู่กับรอยถลอกชัดเจน ซึ่งไม่ใช่สีของรถจักรยานยนต์ จึงออกไปตามหาขอดูภาพกล้องวงจรปิดด้วยตัวเอง

จุดแรกได้ไปบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ บนถนนรักศักดิ์ชมูล บริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี มีภาพลูกสาวขี่รถจักรยานยนต์ไปกลับรถ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่รถจักรยานยนต์ลูกสาวเสียหลักไปชนท้ายรถกระบะประมาณ 250 เมตร ซึ่งในช่วงเวลาเพียง 4-5 วินาที มีรถเบนซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กข 832 กรุงเทพฯ ขับตามหลังผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ

ส่วนกล้องวงจรปิดบริเวณแยกพระยาตรัง จุดเชื่อมถนนรักศักดิ์ชมูล พบว่า รถเบนซ์สีขาวคันเดียวกัน ขับมาจอดติดไฟแดง ในระยะเวลาใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ


จากนั้นตำรวจได้เชิญตัวเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวมาสอบปากคำ โดยเจ้าของรถให้การว่า วันเกิดเหตุ แฟนสาวเป็นผู้ขับรถ และตนเองก็นั่งโดยสารมาด้วย ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบรถยนต์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมเก็บตัวอย่างสีรถเปรียบเทียบกับสีที่ติดกับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิต และมีการคำนวณความเร็วของรถ พบว่า หากรถทั้ง 2 คัน ใช้ความเร็วตามที่ปรากฏในคลิป ก็มีความเป็นไปได้ที่รถเบนซ์จะเคลื่อนไปทันรถจักรยานยนต์ตรงจุดที่เกิดเหตุ จึงเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ทำให้ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาคู่กรณี ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ ความตาย และเป็นผู้ขับรถในทางซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดช่วยเหลือ และไม่แสดงตัว

พ.ต.ท.ปิติ ยืนยันอีกว่า คดีนี้แนวทางการสืบสวน ตลอดจนวัตถุพยาน หลักฐานที่มีการตรวจสอบ ใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์และเคมีฟิสิกส์ ทำให้สำนวนคดีมีความสมบูรณ์ครบถ้วนมาก. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้รอดชีวิตเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิต ไฟไหม้ผับสัตหีบ

ผู้รอดชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เล่าเหตุการณ์นาทีชีวิเห็นไฟลุกไหม้จึงพยายามตะโกนบอกกลุ่มเพื่อนแต่ไม่มีใครได้ยิน จึงตัดสินใจวิ่งหนีออกทางด้านประตูหน้า ปกติมาเที่ยวบ่อยครั้งแต่ไม่เคยสังเกตว่ามีประตูหนีไฟ

ญาติผู้เสียชีวิตเดินทางไปดูศพ ยายร่ำไห้หลานวัย 17 ดับ

ญาติของผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้ผับดังกลางเมืองสัตหีบ เดินทางไปดูศพ ท่ามกลางความโศกเศร้า เบื้องต้นยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 13 รายแล้ว

ลุงเลือดเดือดพิพาทปาดหน้า ซัลโว 8 นัดดับคู่กรณี

ลุงวัย 61 ปี เมาขับรถหวาดเสียว มีปากเสียงกับคู่กรณี ก่อนฟิวส์ขาดขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงไปกระหน่ำยิง 8 นัด ดับคู่กรณี ตำรวจตามรวบตัวได้คาบ้าน

ข่าวแนะนำ

ศาลให้ประกัน “เสี่ยบี” ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยาน

ศาลจังหวัดพัทยาให้ประกัน “เสี่ยบี” เจ้าของร้าน Mountain B ตีราคาประกัน 300,000 บาท ติดกำไลอีเอ็ม ห้ามยุ่งพยานหลักฐาน

“ชัชชาติ” สั่งปิดสถานบริการ 3 แห่ง แก้ทางหนีไฟ

กทม. 8 ส.ค. – ผู้ว่าฯ กทม. สั่งตรวจสอบสถานบันเทิงเพื่อป้องกันเหตุไฟไหม้ เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง ออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขอีกกว่า 60 แห่ง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสถานบริการที่ต้องปรับปรุงเรื่องทางหนีไฟ จำนวน 83 แห่ง เบื้องต้นสั่งปิดปรับปรุงแล้ว 3 แห่ง และออกจดหมายให้ดำเนินการแก้ไขกว่า 60 แห่ง ซึ่งมีบางส่วนได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว แต่สำหรับทั้ง 83 แห่ง อาจจะไม่ได้เป็นสถานที่ที่อันตรายมาก เนื่องจากเป็นเพียงร้านอาหารที่มีการเล่นดนตรีและมีผู้คนใช้บริการไม่ได้หนาแน่น แต่เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบให้เข้มข้น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด

เร่งหาทางช่วยเหลือค่าไฟฟ้า 

ก.พลังงาน 8.ส.ค.-ก.พลังงานยังไม่ได้ข้อสรุป มาตรการบรรเทาผลกระทบจากค่าไฟฟ้าที่จะปรับขึ้นงวดสุดท้ายของปีนี้ด้านปตท.สผ.เร่งการผลิตเอราวัณ​คาดได้500ล้านลูกบาศก์ฟุต​ต่อ​วันปลายปีนี้