กรุงเทพฯ 25 มี.ค. – “โอ๊ต” อดีตบอดี้การ์ด “ดิว” แจ้งความกับเกด หมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ เผยดิวยังไม่มีแผนกลับมาไทย
นายโอ๊ต อดีตบอดี้การ์ด ดิว อริสรา ที่ทำหน้าที่คุ้มกันเงินและอยู่ในเหตุการณ์แลกธนบัตรดอลลาร์ปลอม ออกมาเปิดเผยหลังให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ว่า วันนี้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงกับพนักงานสอบสวนว่า ทั้งตนและดิว อริสรา ไม่มีเจตนากระทำความผิดเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวและรีดไถ่ทรัพย์แต่อย่างใด โดยได้มอบหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดและคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องที่ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ให้กับทางพนักงานสอบสวน
ยืนยันได้รับมอบหมายจากดิว อริสรา ให้มาปฏิบัติหน้าที่คุ้มกันเงินที่จะนำมาลงทุนทางธุรกิจและปกป้องความปลอดภัยของทุกคนระหว่างทำธุรกิจ ไม่ทราบมีการตกลงกันเรื่องอะไร แต่เมื่อดีลธุรกิจล้มเหลว แต่ละคนก็ตกลงที่จะอยู่ร่วมกันเพื่อหาทางชดใช้หนี้ โดยที่ตนก็อยู่ด้วยเพื่อคอยดูแลความปลอดภัยและเพื่อยืนยันได้ว่าคุณดิว อริสรา จะได้เงินครบ ซึ่งในช่วงระหว่างที่อยู่ที่โรงแรม ไม่มีลักษณะพฤติการณ์กักขังหน่วงเหนี่ยวแต่อย่างใด ทุกคนใช้ชีวิตกันตามปกติ ตั้งแต่ลงมารับประทานอาหาร ซื้อเสื้อผ้า รวมทั้งจัดปาร์ตี้ภายในห้อง ไม่มีการเฝ้าจับตาพฤติกรรมของแต่ละคนแต่อย่างใด ซึ่งตนเองก็ปรากฏในคลิปเห็นได้ชัดว่า อยู่อย่างมีความสุข ไม่ได้มีการกักขัง จนกระทั่งวันสุดท้าย ทุกคนตกลงกันก่อนออกจากโรงแรมว่าจะหาเงินใช้หนี้ร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายไปชี้แจงและพบกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากตอนนั้นพ่อของเกดได้แจ้งความให้ตำรวจมาที่โรงแรม แต่สุดท้ายเป็นฝั่งเกดเองที่ยืนยันว่าไม่ติดใจและเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทั้งตำรวจก็เลยปล่อยตัวทุกคนไป ไม่ใช่เป็นการที่มีผู้ใหญ่มาคุยคดีตามที่มีรายงานข่าว
ทั้งนี้ไม่เข้าใจว่า ทำไมเกดต้องออกมาพูดเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยว เพราะทุกคนสมัครใจที่จะมาอยู่ร่วมกันเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องเงิน มองว่าถ้าหากว่าพวกตนกักขังหน่วงเหนี่ยวจริง ควรจะต้องเอาผิดตั้งแต่แรก อีกทั้งยังมองว่า ตัวเกดเองก็มีพฤติกรรมที่แปลก พูดกลับไปกลับมา สำหรับประเด็นที่ตนมีเรื่องชกต่อยกับชิน ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงแต่เป็นเรื่องส่วนตัว
ทั้งนี้ การที่ตนถูกกล่าวหาว่ากักขังหน่วงเหนี่ยวนั้น สร้างความเสียหายแก่หน้าที่การงานของตนเองเป็นอย่างมาก จนเกิดความทุกข์ใจและได้รับแรงกดดันจากสังคม จึงแจ้งความกับเกดในข้อหา “แจ้งความเท็จอันเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ ทางอาญา” และ “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา”
แต่อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งดิวยังไม่ได้มอบอำนาจหรือแจ้งเจตจำนงว่าจะแจ้งความดำเนินคดีกับเกด เพราะเมื่อวาน ตนแค่รายงานให้ดิวทราบว่า วันนี้จะมาพบพนักงานสอบสวน ดิวก็ตอบกับตนเพียงแค่ว่า “จ้า” และเบื้องต้นเท่าที่คุย ดิว ยังไม่มีแผนเดินทางกลับไทย
ในส่วนคดีฉ้อโกงท้องที่ สน.ดุสิต เบื้องต้นพบว่าเป็นความผิดพลาด เนื่องจากผู้ก่อเหตุในคดีนั้นมีชื่อและนามสกุลเดียวกันกับตน แต่เลขบัตรประชาชนเป็นคนละเลขกัน ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนได้ไปชี้แจงกับตำรวจ สน.ดุสิต แล้ว คดีดังกล่าวจึงได้จบไปและหลังจากนี้ตนจะไปเดินเรื่องที่กองทะเบียนประวัติ อาชญากรให้ลบประวัติคดีดังกล่าว ส่วนคดีครอบครองยาเสพติดประเภทที่ 1 นั้น ยอมรับว่าทำผิดเรื่องดังกล่าวจริง เป็นการครอบครองยาเสพติดในปริมาณที่เล็กน้อยมาก แต่เป็นเรื่องราวเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมาแล้วและเป็นบทเรียนให้กับตนเอง. -416-สำนักข่าวไทย