เร่งคัดแยก 119 คนไทยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “สมัครใจหรือโดนหลอก”

2 มี.ค. – ผบช.สอท. เผยเร่งคัดแยกแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทย 119 คน ว่าเป็นเหยื่อถูกหลอกไปทำงาน หรือสมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนพิจารณาดำเนินคดี


จากกรณีมีการรับตัวแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทย 119 คน จากทางการกัมพูชา หลังมีการกวาดล้างในฝั่งปอยเปต เข้ามายัง จ.สระแก้ว ส่งให้ทางการไทยกลับมาดำเนินคดีนั้น

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM (National Referral Mechanism การบริหารจัดการคดีและการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ) เพื่อคัดแยกระหว่างเหยื่อที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปทำงาน กับผู้ที่สมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว, ตำรวจภูธรภาค 2, บก.ปคม., สตม. และ บช.สอท. ร่วมสอบสวน


จากการตรวจสอบเบื้องต้นจากระบบ crime และ Thaipolice online ในจำนวนนั้นมีถูกออกหมายจับ 7 ราย 11 หมายจับ มีคดียาเสพติด และคดีฉ้อโกงประชาชนอาชญากรรมออนไลน์ นอกจากนี้ยังพบว่ามีอีก 10 ราย ที่มีการแจ้งความในระบบ Thaipolice online 46 คดี ซึ่ง 10 รายนี้ มีบุคคลคนเดียวกันกับที่ถูกออกหมายจับใน 7 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างขั้นตอนการคัดแยก หากพบว่าเข้าข่ายเป็นผู้กระทำความผิดจะถูกดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน และข้อหาเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งการเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เข้าหลักเกณฑ์ พ.ร.บ.ฟอกเงิน ที่จะต้องสืบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อให้ ปปง. ยึดทรัพย์ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเฉลี่ยทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหายต่อไปในอนาคต

เบื้องต้นมีการนำโทรศัพท์ จำนวน 121 เครื่อง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของคนไทยที่ถูกส่งกลับมาด้วย ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลเพื่อนำมาขยายผลต่อ เพราะช่วงที่ทางการกัมพูชาเข้าไปปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานอยู่ที่ปอยเปต ซึ่งอยู่กันเป็นพันคน ทั้งคนไทยและคนชาติอื่น มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลบหนีไปได้เป็นจำนวนมาก

จากการที่ทางการกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ว่าทั้ง 119 คนนั้น สมัครใจไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่เพื่อความเป็นธรรมจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิสูจน์ว่าใครเป็นเหยื่อ หรือใครจงใจไปทำงาน


จากภาพที่ปรากฏในสื่อมวลชนที่ทางการกัมพูชาได้ระดมกวาดล้างจับกุม จะเห็นว่ามีความพยายามที่จะหลบหนี ไม่ได้เข้ามาขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งผิดวิสัยของเหยื่อ ถ้าถูกหลอกไปทำงานควรจะวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่เพื่อขอความช่วยเหลือ อีกทั้งใน 119 คนที่ส่งตัวกลับมาทุกคนมีโทรศัพท์มือถือใช้ หากเป็นเหยื่อที่ถูกหลอกจะไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ จึงบ่งชี้ได้ว่าส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครใจไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อย่างไรก็ตาม หลังจากสิ้นสุดกระบวนการคัดแยก หรือ NRM จะควบคุมตัวผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิดมาดำเนินคดี โดย บช.สอท. เป็นแม่งานทำคดี ซึ่งหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ฝากขังต่อไป.-414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า