ตร.ประชุมคดี 7 ตำรวจรุมทำร้ายผิดตัว เร่งทำสำนวนส่ง ป.ป.ช.ใน 30 วัน

สน.บางเขน 9 ธ.ค. – รอง ผบก.น.2 ประชุมคืบหน้า 7 ตำรวจรุมทำร้ายผิดตัว เร่งทำสำนวนส่ง ป.ป.ช.ใน 30 วัน หารือร่วมอัยการพิจารณาความผิดเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่


เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีตำรวจกองบังคับการตำรวจจราจรได้ตั้งด่านตรวจบริเวณริมถนนประเสริฐมนูกิจ ได้รุมทำร้ายร่างกายประชาชน หลังเข้าใจผิดว่าแหกด่านจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. เวลาประมาณ 01.40 น. ว่า ในวันนี้ทางตำรวจที่ทำคดีได้ทยอยเดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีที่ 7 ตำรวจ ที่รุมกระทืบผู้เสียหายที่เป็นลูกนายตำรวจ โดยได้ประชุมที่ห้องประชุม ศปก.สน.บางเขน ชั้น 2 มีพ.ต.อ.ธิติพงศ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (รอง ผบก.น.2) เป็นประธานการประชุม

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ กล่าวภายหลังการประชุมนาน 2 ชั่วโมง ว่า ตั้งแต่รับแจ้งเหตุวันที่ 4 ธ.ค.67 เวลาประมาณ 05.00 น โดยเหตุเกิดตั้งแต่เวลา 01.40 น. พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานโดยได้สอบสวนปากคำพ่อแม่และน้องสาวของผู้บาดเจ็บประกอบสำนวนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ทำการไล่กล้องวงจรปิดซึ่งเป็นกล้องของกรุงเทพมหานคร ได้มีการไล่กล้องวงจรปิดตั้งแต่วันแรกในบริเวณจุดที่มีการตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งได้ภาพเรียบร้อยแล้วว่ามีการตั้งด่านจริง และมีรถได้ขับติดตามไปจริง ส่วนจุดเกิดเหตุตำรวจบางเขนได้ค้นหาแล้วแต่ไม่พบจนกระทั่งวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ตำรวจ สน.บางเขน ได้ประสานไปยังน้องสาวและพ่อของผู้บาดเจ็บให้มาชี้จุดเกิดเหตุและหาภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีของพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้วเพื่อพิจารณาความผิดของผู้ต้องหา


พ.ต.อ.ธิติพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นได้มีการสอบสวน ผู้บาดเจ็บ ได้ให้การสอดคล้องกับกล้องวงจรปิดจากภาพข่าวพฤติกรรมของผู้ต้องหา ได้กระทำความผิดจึงได้เรียกตัว ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย มาแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อย ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหาย และข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ทางคณะกรรมการได้มีการประชุมการและมีการปรึกษาผู้บังคับบัญชา รวมถึงพนักงานอัยการว่าพฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่กระทำการแบบนี้จะเข้าข่าย ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 หรือ “พ.ร.บ.อุ้มหาย” หรือไม่ เมื่อพิจารณาแล้วเข้าข่าย ในความผิดตามมาตรา 6 เป็นเจ้าพนักงานทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับความเสียหายหรือบาดเจ็บ หลังจากนี้จะทำหนังสือไปถึงอัยการ เพื่อมาร่วมทำการสอบสวนในประเด็นนี้ หากสอบสวนแล้วปรากฏว่าเป็นความผิด จะเรียกผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ กล่าวว่า ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์ที่แหกด่านแล้วหลบหนีไป เมื่อพิจารณาแล้วมีพฤติการณ์ตั้งแต่ตอนต้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตรวจสอบเบื้องต้นแล้วสงสัยว่าจะดื่มสุรามาในขณะขับรถจึงได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีแอลกอฮอล์ในร่างกาย จึงสั่งให้ผู้ขับขี่ ขับรถชิดซ้ายเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดแต่ผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ตรวจจึงได้ขับรถหลบหนีและชนด่านก่อนหลบหนีไป พฤติการณ์การกระทำต่าง ๆ ของผู้ขับขี่ พิจารณาแล้วเป็นความผิดในข้อหาเมาสุราในขณะขับรถ, ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ที่ให้ขับรถชิดซ้ายแต่ไม่ดำเนินการ และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จะเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาในช่วงเย็นวันนี้ ซึ่งคาดว่าผู้ขับขี่จะให้การรับสารภาพ

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ กล่าวว่า ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 7 ที่ได้กระทำความผิด จะส่งให้ ป.ป.ช.ก่อนเพื่อพิจารณา ว่าทาง ป.ป.ช.จะดำเนินการเองหรือจะคืนกลับมาให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนต่อไป ทั้งนี้ในส่วนของตำรวจเมื่อได้รับแจ้งเหตุจะทำการสอบสวนให้เสร็จสิ้น ภายใน 30 วัน และส่งสำนวนให้กับทางป.ป.ช. ส่วนทาง ป.ป.ช.จะดำเนินการเร็วแค่ไหนไม่อาจก้าวล่วงได้


ส่วนมาตรการในการตั้งด่านหลังจากนี้มีนโยบายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีนโยบายอยู่แล้วให้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่มีหนังสือสั่งการเรียบร้อย หากเกิดความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่แล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก็จะมีความผิดทางวินัยอยู่แล้ว ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นหากไปกระทบต่อประชาชน หรือได้รับความเสียหายก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกส่วนหนึ่ง

พ.ต.อ.ธิติพงศ์ กล่าวว่า หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีหนังสือแจ้งไปยังต้นสังกัด ว่าตำรวจมีพฤติการณ์ อย่างไร เพื่อให้ยืนยันตัวบุคคล ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดบ้าง และขอให้ส่งภาพถ่ายจากวีดีโอที่ติดอยู่ที่เสื้อ ของตำรวจมาประกอบสำนวนคดีด้วย ซึ่งทางกองบังคับการตำรวจจราจรรับทราบแล้ว ทั้งนี้ เบื้องต้นยังไม่ได้มีการส่งมา แต่ได้มีการประสานงานกันแล้วว่าจะมีการนำภาพกล้องมาส่งให้เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายจากกล้องวีดีโอที่ติดอยู่ที่เสื้อของตำรวจเป็นเพียงส่วนประกอบหนึ่งของพยานหลักฐาน แต่ยืนยันว่าพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดและคำให้การของผู้เสียหายกับครอบครัวของผู้เสียหายครบถ้วนเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 7 นายแล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงตั้งข้อสังเกตว่ากล้องตัวนี้อาจจะมีการบันทึกบทสนทนาได้ดีกว่ากล้องวงจรปิดหากยังไม่ได้พยานหลักฐานส่วนนี้ จะทำให้คดีคลาดเคลื่อนหรือไม่ พ.ต.อ.ธิติพงศ์ ยืนยันว่าไม่มีผลใดๆ เพราะทางตำรวจมีพยานหลักฐานด้านอื่นๆ ครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ไม่กังวลว่ากล้องจะมีปัญหาว่าเสีย เพราะกล้องดังกล่าวนั้นมีหรือไม่มีก็ไม่ใช่สาระสำคัญ ส่วนการเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายเบื้องต้นจะมีค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้ ได้มีการสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว 2 ครั้งที่โรงพยาบาล หลังจากนี้หากผู้บาดเจ็บออกจากโรงพยาบาลแล้วจะรอสอบปากคำเพิ่มเติ่มอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะแจ้งสิทธิให้กับผู้เสียหายที่จะได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บหากจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายก็ขึ้นอยู่กับผู้เสียหายว่าจะมีการเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้กระทำความผิดทางแพ่งอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหา 7 ราย ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเรียบร้อยแล้วโดยผู้ต้องหาได้ให้การปฏิเสธ โดยจะนำคำให้การอย่างละเอียดส่งมอบเป็นหนังสือภายใน 7 วัน และหลังจากนี้ได้มีการนัดหมายให้ผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ได้เข้ามาพบกับทางพนักงานสอบสวนตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อมาสอบสวนปากคำเพิ่มเติม.-419- สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ ปชน. เห็นพ้องทุกข้อเสนอ

พรรคประชาชน 29 ส.ค.-“อนุทิน” ยิ้มร่าหลังหารือ “ปชน.” กว่า 1 ชม. เผยเห็นพ้องทุกข้อเสนอ เดินสายต่อขอเสียง “กล้าธรรม” หนุนนั่งนายกฯ ขณะ “ศรายุทธิ์” ยิ้มรับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือกับหัวหน้าพรรคประชาชน และแกนนำพรรคประชาชน กว่า 1 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และนายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โดยมี นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ลงมาส่งที่รถ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินว่า การพูดคุยเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็คุยกัน” เมื่อถามว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบว่า ขอกลับไปประชุมพรรคก่อน สำหรับเงื่อนไขที่เห็นพ้องตรงกันโดยไม่มีข้อสงสัย คือ การยุบสภาฯ […]

“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา

กทม. 29 ส.ค.-“ภูมิธรรม” นำพรรคร่วมรัฐบาลเดิมแถลง ยันจับมือเดินหน้าแก้ปัญหา ไม่ปล่อยเกียร์ว่าง พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลต่อ แจง “กล้าธรรม” ยังอยู่ จนกว่าจะมีความชัดเจน มั่นใจตั้งรัฐบาลได้ ขอรอกระบวนการเสนอดัน “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ บอกแม้ รมต.บางคนโผล่ ภท. ต้องรอผลทางการจากพรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลานหลวง บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินทางมารวมตัวกันเพื่อหารือ นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.มหาดไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกฯ และรักษาการ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงรักษาการรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาอย่างพร้อมเพียง ขณะเดียวกันบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้เดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รักษาการ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา รักษาการรมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม […]

บอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ

กทม. 29 ส.ค.-“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนาม “โผทหาร” ไฟเขียวตามที่ ผบ.เหล่าทัพ เสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส. “เสกสรร” ผบ.ทอ. “ไพโรจน์” ผบ.ทร. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ์” รับสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา จับตา 5 เสือ ทบ. วาง “อมฤต-ณรงค์ฤทธิ์” รอชิง ผบ.ทบ.ปี 70 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13:35 น. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยมี พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบกพล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ […]

“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันบริสุทธิ์ใจ

ทำเนียบ 29 ส.ค.-“แพทองธาร” แถลงน้อมรับคำตัดสินศาล รธน. ยืนยันเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ ทำเพื่อประเทศไทย รักษาชีวิตทหารและประชาชน พร้อมขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสได้มาทำงาน ขอให้ร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ไม่มีจุดเปลี่ยนที่ฉับพลันเช่นนี้อีก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคลิปสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และทำให้คณะรัฐมนตรีพ้นทั้งคณะ ว่า ขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอยืนยันในความบริสุทธ์ใจ ความตั้งใจอย่างแท้จริง ที่ตั้งใจทำเพื่อประเทศตลอดมา บทสนทนาที่เป็นคลิปเสียงออกไป ไม่ได้ขออะไรเพื่อเป็นประโยชน์ของตนเอง จึงอยากบอกประชาชนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ยึดมั่นเสมอ คือ ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทหาร พลเรือน ซึ่งความตั้งใจจริงด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาชีวิตเขาเหล่านั้นไว้ให้ได้ ซึ่งคลิปนี้เกิดขึ้นก่อนการปะทะที่รุนแรงในวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ตั้งใจสื่อสาร นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า คำตัดสินของศาลในวันนี้ เป็นอีกครั้งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน เราต้องช่วยกันทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ประชาชน และทุกคน ต้องมารวมใจกัน สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับมาเข้มแข็ง ให้ไม่มีจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันเช่นนี้อีก ตนเองในฐานะคนไทยคนหนึ่งต้องขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสมาทำงานเพื่อประเทศชาติเกือบหนึ่งปีเต็ม ตนเองมีความภาคภูมิใจที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ได้ทำเพื่อประเทศชาติ […]