แพทย์เผยคนขับรถบรรทุกคลั่ง สำลักน้ำคลองปอดติดเชื้อ-แจ้ง 4 ข้อหาหนัก

กรุงเทพฯ 5 ก.ย. – ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหาหนัก คนขับรถบรรทุกคลั่งไล่ชนดะทั้งคนและรถบนถนนย่านพระราม 4 รอผลตรวจเลือดหาปริมาณแอลกอฮอล์-สารเสพติด ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่ม ขณะที่แพทย์เผยคนขับรถบรรทุกคลั่งปอดติดเชื้อ เพราะสำลักน้ำคลองช่วงหนีลงน้ำ


ความคืบหน้ากรณีนายวัลลภ อายุ 43 ปี คนขับรถบรรทุก เกิดคลุ้มคลั่ง ขับรถไล่ชนดะทั้งคนและรถบนถนนย่านพระราม 4 ขณะที่ตำรวจพยายามควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ แต่กลับถูกคนขับรถบรรทุกใช้อาวุธมีดฟันจนต้องล่าถอย ก่อนตำรวจตัดสินใจยิงปืนใส่ยางรถบรรทุกเพื่อสกัดการหลบหนีแต่ไม่เป็นผล นายวัลลภยังสามารถขับรถหนีขึ้นทางด่วนไปได้

เผยนาทีรถบรรทุกคลั่งหนีสุดชีวิต
ส่วนนายวัลลภได้ขับรถหนีไปในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ก่อนจอดรถทิ้งไว้บริเวณริมคลองบางน้ำจืด ต.บางโฉลง อ.บางพลี แล้วกระโดดลงคลองว่ายน้ำหนี โดยกอดโฟมลอยคอไปตามลำคลอง ขณะที่ตำรวจและผู้สื่อข่าวที่ติดตามไปพยายามตะโกนเกลี้ยกล่อมให้นายวัลลภมอบตัวแต่ไม่เป็นผล ก่อนจะพบว่านายวัลลภหนีเข้าไปซ่อนตัวในท่อระบายน้ำโรงงานแห่งหนึ่ง จึงปิดล้อมพื้นที่ พยายามเกลี้ยกล่อมให้มอบตัว โดยต่อโทรศัพท์ให้คุยกับลูกสาวของนายวัลลภ แต่ไม่สำเร็จ นายวัลลภบอกกับลูกสาวว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ เพราะขับรถชนคนตาย และยังพยายามใช้เชือกร่มที่ห้อยพระอยู่รัดคอตนเอง เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจบุกชาร์จตัวออกมาได้ในที่สุด


ขณะที่วันนี้ภรรยาของนายประวิทย์ วินจักรยานยนต์รับจ้างที่เสียชีวิตจากการถูกคนขับรถบรรทุกคลั่งเฉี่ยวชน เดินทางมารอรับศพที่นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ภรรยาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในทุกๆ วันสามีจะเป็นคนไปรับลูกที่โรงเรียนด้วยตนเอง หากไปช้าจะแจ้งครูประจําชั้น แต่วันเกิดเหตุครูที่โรงเรียนโทรมาบอกว่ายังไม่มีผู้ปกครองมารับลูก ตอนแรกตนก็เอะใจ เพราะปกติสามีจะไปรับลูกเองทุกวัน ขณะนั้นทราบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแถวโรงพยาบาลกล้วยนํ้าไท แต่ไม่คิดว่าเป็นสามีตนเอง กระทั่งตํารวจติดต่อมาบอกว่าสามีตนเสียชีวิตแล้ว ยอมรับเสียใจมาก เพราะสูญเสียเสาหลักของครอบครัว ส่วนตัวมองว่าเหตุแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะนอกจากสามีตนที่ต้องเสียชีวิต ยังมีคนอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ลูกค้าที่ซ้อนท้ายรถจักยานยนต์ของสามีตนขณะเกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่าตอนนี้อาการยังสาหัสเช่นกัน นอนพักรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู

ตั้งแต่เกิดเรื่องทางญาติของผู้ก่อเหตุยังไม่มีการขอโทษหรือติดต่อเข้ามาแต่อย่างใด มีเพียงบริษัทประกันของรถคันก่อเหตุเท่านั้นที่ติดต่อมาพูดคุย พร้อมขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ครอบครัวหรือญาติผู้ก่อเหตุเข้ามาพูดคุยหรือขอโทษ และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอยากฝากอะไรถึงสามีหรือไม่ ภรรยาระบุว่า “ไม่ต้องห่วงลูก และอย่าผูกเวรผูกกรรมกับใคร”


ทั้งนี้ หลังจากครอบครัวรับศพเสร็จจะเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เพื่อทําพิธีเชิญดวงวิญญาณไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดมักกะสัน โดยจะมีพิธีสวด 3 คืน และฌาปนกิจในวันอาทิตย์

นอกจากนายประวิทย์ที่เสียชีวิต เหตุการณ์รถบรรทุกคลั่งครั้งนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน คือ น.ส.พรพรรณ คนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์นายประวิทย์ ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ หลังจากเมื่อวานนี้เข้ารับการผ่าตัดนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยมีอาการบาดเจ็บแขนขวาหัก นิ้วนางข้างซ้ายแตก มีแผลที่ข้อเท้าและตามตัว ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แต่ตอนนี้อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว

ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนคือ นายสมนึก เป็นคนเดินเท้า รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ล่าสุดญาติระบุว่านายสมนึก ยังคงอาการหนัก และยังคงรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู

แพทย์เผยรถบรรทุกคลั่งสำลักน้ำคลอง ทำปอดติดเชื้อ
นายวัลลภ คนขับรถบรรทุก หลังถูกจับกุมกู้ภัยนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลบางพลี แต่ทางผู้ก่อเหตุมีประกัน จึงย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 ถ.เทพารักษ์ เบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยว่าปอดติดเชื้อ เนื่องจากสำลักน้ำคลองช่วงที่หลบหนี ต้องนอนดูอาการ 1 คืน ทาง สภ.บางพลี ได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเฝ้าควบคุมและใส่เครื่องพันธนาการ หากแพทย์ลงความเห็นให้กลับบ้านได้จะประสานส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สน.ท่าเรือ ต่อไป

ตร.แจ้ง 4 ข้อหาหนักโชเฟอร์รถบรรทุกคลั่ง
พ.ต.อ.ปณิธิ ชาอุ่น ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยว่า การดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุจะต้องพิจารณาแบ่งเป็นหลายพื้นที่ ทั้ง สน.ท่าเรือ สน.ทองหล่อ และ สน.คลองตัน มีทั้งข้อหาขับรถเฉี่ยวชนให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต, เฉี่ยวชนรถยนต์ให้ได้รับความเสียหาย, หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน

นอกจากนี้ตำรวจ สน.ท่าเรือ ส่งหนังสือเพื่อขอให้แพทย์ตรวจเลือดหาปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นผลจะออกภายใน 3 วัน หากพบมีปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดจะดำเนินการพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม หลังจากนี้จะรวมสำนวนคดีทั้งหมดมาไว้ที่ สน.ท่าเรือ โดยมีคณะกรรมการกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เป็นผู้กำกับดูแล เนื่องจากเกิดเหตุครอบคลุมในหลายพื้นที่

เบื้องต้นจากการซักถามข้อมูลจากลูกยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจ แต่ต้องเชิญตัวมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าเรือ เพิ่มเติม ส่วนประวัติของผู้ก่อเหตุพบว่าในปี 2560 มีคดียาเสพติดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

เพื่อไทยเดินสายลุยจัดตั้งรัฐบาล จับตาถก “ปชน.” บ่ายสอง

31 ส.ค.- แกนนำเพื่อไทยพร้อมตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล เตรียมตบเท้าเข้าหารือพรรคประชาชน 14.00 น. ย้ำยินดีตอบรับทุกข้อเสนอ ความเคลื่อนไหวการเดินสายรวมเสียง สส. ตั้งรัฐบาล วันนี้เวลา 14.00 น. พรรคเพื่อไทย ได้ประสานนัดหมายกับพรรคประชาชน เพื่อหารือเรื่องข้อเสนอในการจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคประชาชน โดยบรรยากาศล่าสุด บรรดาสื่อมวลชนปักหลักติดตามสถานการณ์กันตั้งแต่ช่วงเช้า คาดว่าแกนนำพรรคประชาชนจะทยอยเดินทางเข้ามาในช่วงบ่าย โดยพรรคเพื่อไทย วันนี้ส่งนายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นางสาวจิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรค พร้อมมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาล นำโดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปร่วมด้วย ก่อนหน้านี้ นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การหารือกันของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน จะสร้างบรรยากาศการเมืองที่ดี จะไม่เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากมีข้อเสนอที่ชัดเจนในกรอบเวลาที่เหมาะสม ซึ่งพรรคเพื่อไทย ตอบรับเงื่อนไขต่างๆ ตามข้อเสนอของพรรคประชาชนตั้งแต่ต้น […]

ม็อบทยอยร่วมชุมนุมอนุสาวรีย์ชัยฯ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 31 ส.ค.- ม็อบรวมพลังแผ่นดิน ทยอยร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชู 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่เอานายกฯเพื่อไทย บรรยากาศที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีการจัดตั้งเวทีและเครื่องขยายเสียงเตรียมปราศรัย ขณะที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมชุมนุมกับ “คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย” กันอย่างต่อเนื่อง หลังแกนนำ ซึ่งนำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ นพ.วรงค์ เดชวิกรม นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ วันนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป เพื่อแสดงพลังและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ว่า ประชาชนไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทยบริหารประเทศอีกต่อไป ส่วนใครจะมาบริหารประเทศต่อนั้น ต้องเป็นบุคคลที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติน้อยที่สุด โดยก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ประกาศ 6 เงื่อนไขตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลใหม่เดินซ้ำรอยเดิม และสร้างความเสียหายให้ประเทศในระยะยาว -สำนักข่าวไทย

เร่งเปิดการจราจร เหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2

31 ส.ค.- กรมทางหลวงเร่งเปิดการจราจร พร้อมสั่งหยุดงานก่อสร้าง 3 วัน หลังเกิดเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ย้ำดูแลทั้งหมดเต็มที่ กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถเครนพลิกคว่ำบนถนนพระราม 2 บริเวณกิโลเมตรที่ 27 (ขาเข้ากรุงเทพฯ) จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลาประมาณ 02.30 น. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานยกท่อนเหล็กของบริษัทผู้รับจ้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 สายทางยกระดับบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ตอน 4 สาเหตุเบื้องต้นมาจากการที่รถเครนเสียการทรงตัวระหว่างทำงาน ทำให้บูมและท่อนเหล็กหล่นลงมาในช่องทางคู่ขนาน และกระทบกับรถกระบะที่ขับผ่านมา ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการอย่างปลอดภัยแล้ว ทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้วิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ทันทีเพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและเคลื่อนย้ายรถเครนออกจากพื้นที่ และสามารถคืนผิวจราจรในช่องทางหลักฝั่งขาเข้าได้ภายในเวลา 09.30 น. ทำให้การจราจรกลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย กรมทางหลวงได้สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดดำเนินงานก่อสร้างเป็นเวลา 3 วัน เพื่อตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยและทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานทั้งหมดอย่างละเอียด […]

อุตุฯ เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง

กทม. 31 ส.ค.- กรมอุตุฯ เผยไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนถล่ม-ลมแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุนิยมวิทยาเผยประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กับมีลมแรง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองบัวลำภู เลย เพชรบูรณ์ พิจิตร พิษณุโลก อุตรดิตถ์ น่านตอนล่าง แพร่ ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 […]