แจ้ง 2 ข้อหา 3 เยาวชนก่อเหตุทำร้ายคู่อริจนประสบอุบัติเหตุ

กรุงเทพฯ 29 เม.ย. – แจ้ง 2 ข้อหา 3 เยาวชนก่อเหตุทำร้ายคู่อริ จนประสบอุบัติเหตุ ขับรถชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บอีก 1 คน ที่ย่านรามอินทรา


หลังเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 21.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุรถ จยย.เสียหลักพลิกคว่ำชนเสาไฟฟ้ามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดภายในซอยรามอินทรา 5 ถนนรามอินทรา พบร่างผู้นอนเสียชีวิต 2 ศพ เป็นหญิง 1 ศพ อายุ 17 ปี และเป็นชาย 1 ศพ อายุ 15 ปี และบาดเจ็บ 1 ราย อายุ 17 ปี พร้อมกับพบอาวุธมีดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เช้าวันนี้ (29 เม.ย.) พนักงานสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางเขนควบคุมตัว 3 เยาวชน อายุ 14 – 15 ปี ขึ้นรถออกจากสถานีตำรวจนครบาลบางเขนไป ทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุย่านรามอินทรา

พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เปิดเผยว่า ฝ่ายสืบสวนได้ไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดกรณีที่เยาวชน 2 กลุ่ม ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ทำร้ายร่างกายกันที่บริเวณซอยรามอินทรา 5 เมื่อคืนที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน และมีผู้บาดเจ็บ 1 คน จนสามารถพิสูจน์ทราบตัวคนร้ายทั้ง 3 คน ซึ่งเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ได้พาผู้ก่อเหตุมามอบตัว สำหรับมูลเหตุจูงใจนั้น ผู้ก่อเหตุอ้างว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มตัวเองและกลุ่มผู้เสียชีวิตรู้จักกันมาก่อน แต่มาแตกหักกันในเรื่องชู้สาว ซึ่งทั้งสองกลุ่มได้มีเหตุปะทะกันมาอย่างต่อเนื่อง ครั้งล่าสุดเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งสองกลุ่มก็ได้กระทบกระทั่งและใช้อาวุธปืนยิงกันที่บริเวณถนนงามวงศ์วาน แต่เหตุการณ์นั้นไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต สำหรับการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุธมีดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 เล่ม ส่วนขั้นตอนการสอบปากคำ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้นัดผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คน ให้มาสอบปากคำร่วมกับสหวิชาชีพอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และจะดำเนินการฝากขังที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในข้อหาทำร้ายร่างกายและพกพาอาวุธในพื้นที่สาธารณะ ส่วนจะเข้าข่ายข้อหาพยายามฆ่าหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม


ด้านพ่อของหญิงสาวผู้เสียชีวิต ระบุว่าเมื่อคืนเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนได้รับสายจากเพื่อนกู้ภัยด้วยกัน ถามว่าลูกชื่ออะไร เพราะที่ตัวของผู้ประสบเหตุไม่มีบัตรประชาชนติดตัว ตนจึงไปที่เกิดเหตุพบว่าเป็นลูกสาว

พ่อยังระบุทั้งน้ำตาว่า เมื่อคืนลูกสาวแค่ออกมาหาข้าวกินกับเพื่อนอีก 2 คน แล้วบังเอิญไปเจอกับคู่อริของน้องผู้ชายที่เสียชีวิตพอดี และก็ขับรถไล่กันมา โดยที่ลูกสาวไม่รู้เรื่อง และตั้งแต่เด็ก ลูกสาวช่วยตนเก็บศพและช่วยงานตนอยู่เสมอ และจากที่ได้พูดคุยกับคนเจ็บในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ลูกสาวตนพูดกับผู้ก่อเหตุว่า “อย่าทำหนูเลย หนูเป็นผู้หญิง” พอได้ยินคำนั้นตนก็เสียใจเป็นอย่างมาก เพระตนไม่เคยตีลูก โดยต่อจากนี้ก็ให้เป็นไปตามขบวนการตามกฎหมาย

ขณะที่พ่อของเด็กชายวัย 15 ปี ที่เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเคยตักเตือนลูกชายมาหลายครั้งแล้ว ว่าให้หยุดพฤติกรรมต่าง ๆ เพราะตนรู้สึกเอือมระอาที่ต้องไปเจรจา และจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณี หลังจากที่ลูกชายไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายมาหลายครั้ง สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ในขณะที่เกิดเหตุนั้นตนกำลังขับรถแท็กซี่ไปส่งผู้โดยสารที่ย่านธัญบุรี และมีญาติโทรมาบอกตนว่าลูกชายของตนประสบอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ตนจึงรีบมาที่เกิดเหตุ และพบว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว พร้อมกับพบว่าบริเวณร่างกายมีบาดแผลที่ถูกของมีคมทำร้ายมาก่อน


ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าลูกชายของตนไม่ได้เป็นเด็กที่ดี แต่ก็ไม่ควรต้องมาเสียชีวิตแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะถามกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า สะใจหรือยัง พอใจหรือยัง ที่ลูกชายตนตายไปแล้ว พร้อมกับถามผู้ปกครองของกลุ่มผู้ก่อเหตุว่า จะเยียวยาชดใช้ตนอย่างไร. -420-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ทีมกู้ภัยเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายแผ่นดินไหวเมียนมา

ทีมกู้ภัยยังเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา แม้จะผ่านมา 4 วันแล้ว จนกลิ่นศพเริ่มคละคลุ้งไปทั่ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตใกล้แตะหลัก 3,000 ราย

ตึกถล่มพบเสียชีวิตเพิ่ม

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่าง

พบผู้เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ในพื้นที่โซน B และโซน C มีซากอาคารถล่มทับร่างอยู่ ทีมกู้ภัยเร่งกู้ร่างและค้นหาผู้สูญหายใต้ซากอาคารต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหายตึกถล่ม

ครบ 7 วันเหตุแผ่นดินไหว อาคารถล่ม ล่าสุดผู้ว่าฯ กทม. สั่งปรับแผนค้นหาผู้สูญหาย ใช้เครื่องจักรหนักรื้อถอนทุกโซน เบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 2 ร่าง ยังไม่สามารถนำออกมาได้

ยุน ซ็อก ยอล

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ถอดถอน ยุน ซ็อก ยอล จากตำแหน่ง ปธน.

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้มีคำวินิจฉัยในวันนี้ให้ถอดถอนนายยุน ซ็อก ยอล ออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีตามที่รัฐสภาลงมติไปก่อนหน้านี้ ทำให้เขาต้องพ้นจากตำแหน่งผู้นำเกาหลีใต้

เจาะโซน C และ D สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์-บันไดหนีไฟ

กู้ภัย เผยเจาะโซน C และ D ได้สำเร็จ อีก 1 เมตรถึงลิฟต์และบันไดหนีไฟ เชื่อมีผู้สูญหายติดอยู่โซนนี้จำนวนมาก หลังพบเสียงขอความช่วยเหลือจากโซน B ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

ลุ้นช่วยผู้รอดชีวิต หลังพบสัญญาณชีพ

ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายจากอาคาร สตง.ถล่ม ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขณะนี้ในพื้นที่เสียงเครื่องจักรหนักหยุดลง เป็นสัญญาณว่าทีมกู้ภัย ทั้งเจ้าหน้าที่ค้นหาและสุนัข K9 กำลังเข้าไปเดินสำรวจหลายจุด ซึ่งปฏิบัติการตลอดทั้งวันนี้เน้นจุดโซน B หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมา (2 เม.ย.) มีสัญญาณตอบกลับจากผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต