fbpx

กรมเจ้าท่าแก้ปัญหา ชายหาดนาจอมเทียน จ.ชลบุรี

กรุงเทพฯ 1 ก.ค. – กรมเจ้าท่า เผยผลสำเร็จแก้ไขการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ ชายหาดนาจอมเทียน หลังถมทราย พร้อมประกาศเตรียมลุยเฟส 2 เริ่มสร้าง ม.ค.66-มิ.ย.68


นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า  กรมเจ้าท่าเร่งแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะบริเวณชายหาดนาจอมเทียน และแนวปฏิบัติสำหรับเรือ นายเรือ ผู้ควบคุมเรือ คนประจำเรือ และผู้ที่อยู่ในเรือที่จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (ทางน้ำ) ว่า โครงการเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เป็นโครงการต่อเนื่องของกรมเจ้าท่า ในการบูรณะชายฝั่งในพื้นที่ภาคตะวันออกและเป็นแหล่งธุรกิจภาคการท่องเที่ยว

โดยในปี 63 กรมเจ้าท่า ได้ว่าจ้าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดำเนินโครงการเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียนระยะที่ 1 ระยะทาง 3,575 เมตร ตั้งแต่เดือน พ.ค.63-พ.ย.65 จำนวน 900 วัน เริ่มเสริมทรายตั้งแต่บริเวณนาจอมเทียน 4 จนถึงบริเวณจอมเทียน 11 เมื่อแล้วเสร็จระยะที่ 1 ทำให้จากเดิมที่มีชายหาดกว้างประมาณ 5 เมตร เปลี่ยนเป็นชายหาดกว้างขึ้นเฉลี่ย 51 เมตร และมีความยาว 800 เมตร เมื่อโครงการดำเนินการมาได้ระยะทาง 800 เมตรกรมเจ้าท่าจึงส่งมอบพื้นที่ให้ทางเทศบาลนาจอมเทียนบริหารจัดการดูแลสาธารณประโยชน์ เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.64 เพื่อให้เทศบาลบริหารจัดการชายหาด การจัดระเบียบใช้ประโยชน์ชายหาด การดูแลรักษาความสะอาดและความปลอดภัย อีกทั้งเป็นหูเป็นตาคอยแจ้งเหตุปัญหาการกัดเซาะชายหาด เพื่อแจ้งกรมเจ้าท่าเข้ามาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสม


ปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าว ปรากฏเป็นข่าวในโลกออนไลน์ มีผู้ร้องเรียนว่า มีขยะและสิ่งปฏิกูลปริมาณมากถูกทิ้งเกลื่อนชายหาด ส่งผลให้ภาพลักษณ์ชายหาดจอมเทียนไม่สวยงามดังเดิม กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ได้บูรณาการร่วมกับเทศบาลตำบลนาจอมเทียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 ดำเนินการจัดประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหาการจัดระเบียบการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณชายหาดจอมเทียน โดยที่ประชุมมีมติให้ผู้ประกอบการฯ หยุดจำหน่ายสินค้า อาหารหรือเครื่องดื่ม รวมถึงห้ามนำสิ่งของหรืออุปกรณ์ต่างๆ มาติดตั้งหรือวางบนพื้นที่ชายหาด ซึ่งเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ได้มีประกาศ เรื่องห้ามมิให้มีการจำหน่ายสินค้า อาหารหรือเครื่องดื่มบนพื้นที่ชายหาดนาจอมเทียน ทางเท้า และถนนเลียบชายหาดนาจอมเทียน และห้ามมิให้นำสิ่งของและอุปกรณ์ต่างๆ มาติดตั้งบนพื้นที่ชายหาด ทางเท้า และผิวจราจร ลงวันที่ 21 มิ.ย.65

นายภูริพัฒน์ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 27 มิ.ย.65 นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา จำนวน 10 นาย ลงพื้นที่สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอสัตหีบ เทศบาลตำบลนาจอมเทียน สถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริเวณชายหาดนาจอมเทียน อ.สัตหีบ เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยการปฏิบัติตามประกาศเทศบาลตำบลนาจอมเทียนฯ โดยมีการตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติงานและปล่อยแถวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานออกเป็น 5 จุด ตลอดแนวชายหาด 1,050 เมตร ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน นับตั้งแต่บริเวณร้านลุงไสวเป็นต้นไป ซึ่งจากการลงตรวจสอบยังไม่พบผู้ฝ่าฝืนกฎหมายแต่อย่างใด

ทั้งนี้ การตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อปฏิบัติงานสนธิกำลังร่วมของเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะ บริเวณชายหาดนาจอมเทียน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา พร้อมให้ความร่วมมือจัดส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าร่วมการปฏิบัติงานให้เสร็จสิ้นภารกิจตามแผนฯ ซึ่งมีการกำหนดแผนปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.65-วันที่ 3 ก.ค.65


นายภูริพัฒน์ กล่าวด้วยว่า กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม  ขอขอบคุณเทศบาลตำบลนาจอมเทียน หน่วยงานทุกภาคส่วน ที่เข้ามาดำเนินการบริหารจัดการคืนพื้นที่สาธารณะและจัดระเบียบพื้นที่ให้กับประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนผู้มาใช้ชายหาดจอมเทียนทุกท่าน โปรดช่วยกันรักษาความสะอาด ปฏิบัติตามคำแนะนำของเทศบาลตำบลนาจอมเทียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยป้องกัน ดูแล รักษาชายหาดและระบบนิเวศชายฝั่งให้ยังคงสภาพเดิม ลดการเกิดความเสื่อมโทรมในพื้นที่ และส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ส่วนโครงการเสริมทรายชายหาดจอมเทียน อ.บางละมุง ระยะที่ 2 มีระยะทาง 3 กม. งบประมาณ 400 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง เดือน ม.ค.66-มิ.ย.68 ในอนาคตมีแผนงานเสริมทรายชายหาดท่องเที่ยวในอนาคต เช่น ชายหาดบางแสน ชายหาดชะอำ ชายหาดสมิหลา ชายหาดเขาหลัก ชายหาดบางเสร่ ชายหาดอ่าวดงตาล ชายหาด แสงจันทร์ ซึ่งการเสริมทรายชายหาดนอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะและฟื้นฟูชายหาดอย่างยั่งยืนแล้ว ยังช่วยส่งเสริม สนับสนุนภาคการท่องเที่ยว และสร้างรายได้เป็นจำนวนมากให้กับประเทศอีกด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน

เหยื่อไฟไหม้ MOUNTAIN B เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นพลทหารเรือ อายุ 23 ปี รวมมีผู้เสียชีวิต 16 คน และยังมีผู้บาดเจ็บต้องใส่ท่อช่วยหายใจอีก 16 คน

นายกฯ สั่งรับมือ “พายุมู่หลาน”

นายกฯ กำชับหน่วยงานดูแลให้ความช่วยเหลือและบริหารจัดการน้ำเตรียมความพร้อม หลังกรมอุตุฯ ประกาศเตือนดีเปรสชัน “มู่หลาน” ทำให้ภาคเหนือ อีสาน และตะวันออกมีฝนตกหนัก 11-13 ส.ค. นี้

พายุโซนร้อนมู่หลาน มุ่งหน้าไปไหหลำที่กำลังตรวจโควิดครั้งใหญ่

พายุโซนร้อน “มู่หลาน” (Mulan) กำลังแรงมีแนวโน้มจะเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ในวันนี้ และอาจกระทบต่อเกาะไหหลำที่กำลังมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครั้งใหญ่

ตำรวจงง! รถเก๋งชนแบริเออร์ ผ่านไปเกือบ 12 ชม. จึงพบศพ

ตำรวจงง! รถเก๋งประสบอุบัติเหตุชนแบริเออร์บนถนนมอเตอร์เวย์ กู้ภัยตรวจสอบไม่พบคนขับ คิดว่ามีพลเมืองดีช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลแล้ว จึงให้ลากรถมาเก็บรอเจ้าของ สุดท้ายพลบค่ำไม่มีใครมาจึงไปตรวจสอบรถอีกที ปรากฏว่าพบร่างคนขับเสียชีวิตอยู่ในรถ