fbpx

ยอดผลิตรถยนต์ พ.ค. ลดลง 7.80% แต่ส่งขายในประเทศพุ่ง

กรุงเทพฯ 23 มิ.ย.- ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถยนต์ทุกประเภทช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 อยู่ที่ 129,231 คัน ลดลง 7.80% จากช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ส่วนการผลิตเพื่อส่งขายในประเทศ เพิ่มขึ้น 15.71% ส่งออกลดลง 3.20%


นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าวเปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนพฤษภาคม 2565 ดังต่อไปนี้

จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนพฤษภาคม 2565 มีทั้งสิ้น 129,231 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 7.80 ลดลงจากการผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลงร้อยละ 23.05 และ 17.84 ตามลำดับ รวมทั้งผลิตรถยนต์นั่งขายในประเทศลดลงร้อยละ 0.31 จากการขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ในบางรุ่น แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2565 ร้อยละ 9.72 


จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 727,095 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม- พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 2.36 รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 40,147 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม2564 ร้อยละ 9.58 

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 มีจำนวน 213,127 คัน เท่ากับร้อยละ 29.31 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 13.81 รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตันและมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 0 คัน ซึ่งเดือนพฤษภาคม 2564 ยังไม่มีการผลิต รวมเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 0 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 100

รถยนต์บรรทุก เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 89,084 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 6.98 แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 513,968 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม2564 ร้อยละ 10.99 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 85,736 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 7.62  แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 497,913 คัน เท่ากับร้อยละ68.48ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 10.57 


การผลิตเพื่อการส่งออก เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 65,839 คัน เท่ากับร้อยละ 50.95 ของยอดการผลิตทั้งหมดลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 19 ส่วนเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 369,660 คันเท่ากับร้อยละ 50.84 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2564 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 10.20

รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตเพื่อการส่งออก 13,925 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ -23.05  และตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น  72,527 คัน เท่ากับร้อยละ 34.03 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 40.15

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2565 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 51,914 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม2564 ร้อยละ 17.84 และตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 297,133 คัน เท่ากับร้อยละ 59.68 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 2.29 โดยแบ่งเป็น รถกระบะบรรทุก  36,024  คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 1.13 รถกระบะดับเบิลแค็บ227,870 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 0.59 รถกระบะ PPV 33,239 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 17.35

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 63,392 คัน เท่ากับร้อยละ 49.05 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 7.66 และเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 357,435 คันเท่ากับร้อยละ 49.16 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 19.67

รถยนต์นั่ง เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 26,222 คัน ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ0.31 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตได้ 140,600 คันเท่ากับร้อยละ 65.97 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 แล้วเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.52

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนพฤษภาคม 2565 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 33,822 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 14.17  และตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 200,780 คัน เท่ากับร้อยละ 40.32 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 25.62 

รถจักรยานยนต์ เดือนพฤษภาคม 2565 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 215,220 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม2564 ร้อยละ 2.82 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 157,940 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 14.05 ลดลงจากการขาดแคลนชิ้นส่วนและเซมิคอนดักเตอร์ แต่ชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 57,280 คัน เพิ่มขึ้นจากปี2564 ร้อยละ 124.19

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,034,593 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 0.95 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 777,915 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ -6.45 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 256,678 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 20.56

สำหรับยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนพฤษภาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 64,735 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2565 ร้อยละ 2.06 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 15.71 เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายการล็อกดาวน์มากขึ้นของรัฐบาล ทำให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการผ่อนคลายความเข้มงวดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน การประกันรายได้เกษตรกร การส่งออกยังคงเติบโตดีทำให้ประชาชนหลายภาคส่วนมีรายได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีความกังวลราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่สูงขึ้นมากจนอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นมากรวมทั้งหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นสูงจะทำให้อำนาจซื้อของประชาชนลดลง 

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 162,352 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 14.13 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2565 ร้อยละ 33.24 ตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 รถยนต์มียอดขาย 359,351 คัน เพิ่มขึ้นจากปี2564 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 16.59 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 732,344 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 2.98

การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เดือนพฤษภาคม 2565 ส่งออกได้ 76,937 คัน โดยลดลงจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 48.78 และลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 3.20 ลดลงจากการผลิตรถยนต์นั่งเพื่อส่งออกลดลงร้อยละ 23.05 จึงส่งออกไปตลาดรถยนต์นั่งลดลง เช่น ตลาดเอเชียและตลาดยุโรป มูลค่าการส่งออก 46,226.52 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 4.52 โดยเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า ดังนี้

เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,836.84 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 23.02 ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆมีมูลค่าการส่งออก 16,947.15 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 4.33% อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,362.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 13.32 รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนพฤษภาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 68,373.05 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม2564 ร้อยละ 4.91

เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 375,757 คัน โดยลดลงจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 3.77 แต่มีมูลค่าการส่งออก 223,872.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 1.10 เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 18,158.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 15.42 ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 89,353.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม2564 ร้อยละ 3.82 อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 10,368.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม2564 ร้อยละ 7.04 รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 341,753.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 2.66

รถจักรยานยนต์ เดือนพฤษภาคม 2565 มีจำนวนส่งออก 85,809 คัน (รวม CBU + CKD) โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 36.11 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายน 2565 ร้อยละ 22.10  โดยมีมูลค่า 5,480.02 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 3.50

ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 201.92 ล้านบาท ลดลงจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 0.97

อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 201.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 95.40

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนพฤษภาคม 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,883.27 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 5.03

เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 422,185 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี2564 ร้อยละ 7.69 โดยมีมูลค่า 28,845.83 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 16.50 ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 824.37 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 20.37 อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,012.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 21.76

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น30,682.98 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2564 ร้อยละ 15.74 เดือนพฤษภาคม 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 74,256.32 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 4.1  เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 372,436.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 0.84

ขณะที่ ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนพฤษภาคม 2565 เดือนพฤษภาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า(BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 1,567 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วร้อยละ 189.65 โดยแบ่งเป็น รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 519 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 234.84

รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 64 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 6300 รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น  953 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2564 ร้อยละ 147.53 รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน   953 คันเป็นต้น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สลากดิจิทัลมาแรง งวด 1 ก.ค. มีรางวัลที่ 1 ถึง 6 ใบ

สลากดิจิทัลงวด 1 ก.ค. ลุ้นรางวัลผ่านแอปฯ เป๋าตังภาพรวมเรียบร้อย มีรางวัลที่ 1 ถึง 6 ใบ รวม 36 ล้านบาท นักเสี่ยงโชครับเลขชุด 3 ใบ 18 ล้านบาท

ศาลอุทธรณ์สั่งประหารชีวิต “บรรยิน” คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาเเก้โทษ ให้ประหารชีวิต “พ.ต.ท.บรรยิน” อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1 และ “ณรงค์ศักดิ์” จำเลยที่ 3 ในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ส่วนจำเลยที่เหลืออีก 4 คน จำคุกตลอดชีวิต เเละยกฟ้องในบางมาตรา

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด

ฝนกระหน่ำแม่ฮ่องสอน สะสมกว่า 100 มิลลิเมตร น้ำป่าหลากพัดสะพานขาด ตัดขาดตัวเมืองแม่ฮ่องสอน กับ อ.ขุนยวม รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ และน้ำหลากไหลท่วมบ้านอีกเกือบสิบหลัง พร้อมเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่อง

ข่าวแนะนำ

ภาคตะวันออก ฝนหนักมาก ทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูง 2-3 เมตร

กรมอุตุฯ รายงานทั่วไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง ตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออก เตือนทะเลอันดามันตอนบน คลื่นลมมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ถึงวันที่ 6 ก.ค.65

ทีมลูกยางสาวไทย พบศึกหนักบราซิล “กัปตันพู่” ขอสู้เต็มที่

ทีมลูกยางสาวไทยจะลงสนามนัดที่ 3 วอลเลย์บอลหญิง เนชั่นส์ ลีก 2022 ค่ำวันนี้ พบศึกหนัก ทีมสาวแซมบ้า บราซิล ทีมอันดับ 2 ของโลก “กัปตันพู่” ขอสู้เต็มที่ ทำให้ดีที่สุด

ฝนถล่มอาคารรัฐสภา น้ำรั่วซ้ำซาก! สะท้อนงานก่อสร้าง

“วัชระ” ทวงถามปัญหาน้ำรั่วซ้ำซาก! บริเวณอาคารรัฐสภา หลังฝนตกหนัก ชี้สะท้อนถึงความบกพร่องของการก่อสร้าง