fbpx

จับมือ 3 สมาคม ขยายเวลาลดราคาเคมีเกษตรช่วยเกษตรกร

นนทบุรี 20 พ.ค.-พาณิชย์ – เกษตร จับมือ 3 สมาคม ขยายเวลาลดราคาเคมีเกษตร ป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชให้กับเกษตรกรผ่านสถาบันการเกษตรออกไปเป็นเฟสที่ 3 อีก 3 เดือน เพื่อช่วยเกษตรกรรับฤดูกาลเพาะปลูกนี้


ร้อยตรีจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากฤดูแล้งได้ผ่านพ้นไปและเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเพาะปลูกมากขึ้น โดยที่ปัจจัยการผลิตส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน และราคาพลังงานที่สูงขึ้นทั่วโลก รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่า ซึ่งยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช (ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ยารักษาโรคพืช) เป็นปัจจัยการผลิตที่มีผลต่อผลผลิตของเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร และผู้ประกอบการ 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักขาพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ดำเนินโครงการลดราคาเคมีเกษตร ช่วยเกษตรกร เฟสที่ 1 และเฟสที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา โดยจะสิ้นสุดระยะเวลาโครงการในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาภาระให้แก่เกษตรกร กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันนี้ (19 พ.ค.) โดยทุกหน่วยงานและสมาคมเห็นพ้องกันที่จะขยายเวลาโครงการออกไปเป็นเฟสที่ 3 อีก 3 เดือน โดยจะลดราคาจำหน่ายยาป้องกันหรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืชให้กับเกษตรกรผ่านสถาบันการเกษตร (สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน) อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 นอกจากนี้ ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า รับที่จะนำสารที่ได้รับความนิยมมาลดราคาเพิ่มเติมตามความต้องการใช้ของเกษตรกรในช่วงเวลานี้


ทั้งนี้ เกษตรกรที่สนใจสามารถสั่งซื้อเคมีเกษตรในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดได้ผ่านสถาบันเกษตรกร ที่ตนเป็นสมาชิก จากนั้นสถาบันเกษตรกรจะรวบรวมความต้องการแจ้งต่อสำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานสหกรณ์จังหวัด หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อดำเนินการสั่งซื้อ ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดสินค้าและขั้นตอนการสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าภายใน (www.dit.go.th) หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ได้.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ระอุต่อเนื่องยันรุ่งสาง ทหารเมียนมายิงตอบโต้หนักใส่กะเหรี่ยง

ชายแดน จ.ตาก ยังระอุต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูบุกยึดฐานทหารเมียนมา ก่อนถูกทหารเมียนมายิงอาวุธหนักตอบโต้ พร้อมส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่ ทำให้ทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยูได้รับบาดเจ็บหลายนาย

ยึดตู้เซฟ “เมธา ดารุมะซูชิ” ส่ง ปปง.ตรวจสอบ

ยึดตู้เซฟจากบ้านเมธา ผู้บริหารดารุมะ ซูชิ ในซอยเสรีวิลล่า 2 เขตประเวศ ส่ง ปปง. ตรวจสอบ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีก 13 รายการ

ผู้ว่าฯ กทม.รับ 6 ข้อเสนอ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ไปตรวจสอบ

สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอ 6 ข้อ ปัญหารถไฟฟ้าสีเขียว ขอยึดราคาเป็นธรรมเท่านั้น ด้านผู้ว่าฯ กทม.รับทุกข้อเสนอ ขอนำไปตรวจสอบว่าข้อใดทำได้หรือไม่อย่างไร ย้ำว่าจะมีคำตอบ ยึดหลักการถูกต้องในทุกข้อ

“หมอพรทิพย์” ลั่นผ้าขาวของปลอม – DNA เป็นของผู้ชาย

“หมอพรทิพย์” ยืนยันชัดผลตรวจหลักฐานผ้าขาวเปื้อนเลือดที่ “บังแจ็ค” อ้างเป็นของ “แตงโม” พบเลือดไม่ใช่ของผู้หญิง แถมผ้าน่าจะเป็นของปลอม แต่กลับมีประเด็นให้เกิดความแคลงใจอีก เพราะ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ผลตรวจยังไม่ออก และไม่มีการยืนยันว่าเลือดเป็นของผู้ชาย

ข่าวแนะนำ

ปะทะเดือดชายแดน วันที่ 4 ผู้อพยพทะลักเข้าไทยกว่า 270 คน

ตาก 29 มิ.ย. – สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-เมียนมา เข้าสู่วันที่ 4 มีชาวบ้านฝั่งเมียนมากว่า 270 คน อพยพหนีตายจากการบินรบทิ้งระเบิดมาหลบพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ส่งผลให้ทหารและฝ่ายปกครอง อ.พบพระ ต้องร่วมกันดูแลความปลอดภัย

การสู้รบติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ในรัฐกะเหรี่ยง เข้าสู่วันที่ 4 ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างทหารกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ที่มีกำลังทหารไม่ต่ำกว่า 200 นาย เข้าปิดล้อมเพื่อจะยึดฐานปฏิบัติการขนาดใหญ่ของทหารเมียนมา บ้านอูเกรทะ อ.ซูการี จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับห้วยแม่หม้าย หมู่ที่ 2 บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก โดยมีการยิงปะทะกันอย่างหนัก ผ่านมาถึงวันที่ 4 การปะทะยังคงดุเดือด และทำให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

สถานการณ์บริเวณพื้นที่แนวชายแดน จ.ตาก ในช่วง 4 วันที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายแดน จ.ตาก มีกระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่าย จำนวน 2 ลูก ลอยข้ามมาตกยังฝั่งไทย บริเวณพื้นที่ทำการเกษตรของราษฎรบ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก

ด้านทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้ยิงเตือนด้วยกระสุนควันไปยังฝั่งเมียนมา รับทราบว่ามีกระสุนข้ามมาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเตือนและทำหนังสือประท้วงไปยังคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.พบพระ เข้าสำรวจบริเวณที่พบกระสุนข้ามมาตกยังฝั่งไทย ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ได้เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบโต้หากมีการรุกล้ำอธิปไตย หรือมีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไทย

สำหรับบุคคลสัญชาติเมียนมาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ และขอเดินทางเข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยนั้น ได้รับความช่วยเหลือและการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ล่าสุดศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก อยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังการสู้รบในฝั่งเมียนมาดำเนินมาต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดยมีผู้อพยพทะลักเข้ามาในไทยแล้วกว่า 270 คน. – สำนักข่าวไทย

บขส. ตรึงราคาค่าโดยสาร 3 เดือนทุกเส้นทาง

บขส. ไม่หวั่นราคาน้ำมันแพง ประกาศตรึงราคาค่าโดยสาร ทั้ง 46 เส้นทางทั่วไทย ช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ยาว 3 เดือน เชิญชวนประชาชนมาใช้บริการ คุณภาพบริการเหมือนเดิม

“ศักดิ์สยาม” กล่อม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสิ้นปี 2565

รมว.คมนาคม บรรลุผลหารือร่วม BEM ตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถึงสิ้นปี 2565 ช่วยลดค่าครองชีพให้ผู้ใช้บริการ

นายกฯ ลงพื้นที่เชียงใหม่ ติดตามขับเคลื่อนแผนงาน

นายกฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตรวจราชการติดตามการขับเคลื่อนแผนงานตามนโยบายของรัฐบาล จุดแรกติดตามความคืบหน้าโครงการเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา