fbpx

คาดหุ้นไทย พ.ค.ต่างชาติลดขนาดลงทุน

กรุงเทพฯ 3 พ.ค.-คาดหุ้นไทย เดือน พ.ค. ต่างชาติลดขนาดลงทุนในไทย ทั้งปัจจัย เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย และผลกระทบที่จีนล็อกดาวน์รวมทั้งยังใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์ กระทบถึงการท่องเที่ยวไทย  “เจพีมอร์แกน” ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนตลาดหุ้นไทย


นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทย พ.ค.นี้ มีแนวโน้มที่ต่างชาติจะชะลอการลงทุนในหุ้นไทย ด้วยหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเศราฐกิจโลกชะลอตัวลง,ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด ) ที่ประเมินจะเร่งขั้นดอกเบี้ย ร้อยละ 0.50 ในเดือน พ.ค.นี้ และคาดว่าในเดือน มิ.ย.อาจจะเร่งขึ้นอีก ร้อยละ 0.50-0.75  ภาพเช่นนี้ จะคล้ายกับปี 2551 ที่ช่วงนั้น เฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ย และลดขนาดงบดุลลง ก็ส่งผลให้ สภาพคล่องลดลง ต่างชาติมีการขายหุ้นไทยรวมๆประมาณร้อยละ  10 ประกอบกับการที่  เจพีมอร์แกน ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นไทยลง ก็ยิ่งคาดว่าจะกระทบต่อ ฟันโฟลว์การลงทุนของต่างชาติในไทยให้ชะลอตัวลงเช่นกัน 

“กลยุทธ์การลงทุนในเดือน พ.ค.นี้ คงจะต้องเลือกเล่นรายตัวที่มีความโดดเด่น เช่น บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต( BLA)ที่ได้รับผลบวกจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นทะลุระดับ 3% และ  บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ AOT ที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดประเทศ”นายภราดร กล่าว   


ทั้งนี้ นักวิเคราะห์เจพีมอร์แกน ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นไทยจากระดับ “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” (Overweight) สู่ระดับ “คงน้ำหนักการลงทุน” (Neutral) ให้เหตุผลว่า ภาคการท่องเที่ยวของไทยฟื้นตัวค่อนข้างช้าจากปัญหาเงินเฟ้อ และโควิด-19 ในจีนซึ่ง หากจีนยังใช้หลัก Zero Covid ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้กลับมาเที่ยวไทยช้าลง   โดยเมื่อปี 2562 อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยคิดเป็นสัดส่วนถึง 12% ของ GDP เป็นช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 และจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจีนกว่า 1 ใน 4 ที่เดินทางเข้าประเทศไทย

สำหรับวันแรกของการซื้อหุ้นไทยในเดือน พ.ค. วันนี้   (3 พ.ค.)  SET ปิดภาคเช้าวันนี้ที่ระดับ 1,657.26 จุด ลดลง10.18 จุด (-0.61%) มูลค่าการซื้อขายราว 33,900 ล้านบาท

ด้านบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด คาดการณ์ว่า  ในการประชุมเฟด วันที่ 3-4 พ.ค. นี้เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีกร้อยละ  0.50 ตามที่ได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อที่ยังคงเร่งตัวในระดับสูง โดยเฟดยังคงให้น้ำหนักต่อประเด็นการรักษาเสถียรภาพด้านราคาเป็นหลัก ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังคงเร่งตัวสูงขึ้น โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปวัดจากดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. 2565 เร่งตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ ร้อยละ 8.5%  นอกจากนี้ คาดว่าเฟดคงจะต้องเริ่มปรับลดขนาดงบดุลมูลค่ารวมเกือบ 9 ล้านล้านดอลลาร์ฯ  


การเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟดส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ฯ มีทิศทางแข็งค่าขึ้น ในขณะที่ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ ที่มีการดำเนินนโยบายการเงินสวนทางกับเฟดเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกและทิศทางค่าเงินที่อ่อนค่าลง

ทั้งนี้ หากพิจารณาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเซีย ประเทศส่วนใหญ่ต่างยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายท่ามกลางเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในภาวะเริ่มฟื้นตัว ซึ่งนโยบายการเงินที่แตกต่างกันของสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของแต่ละประเทศกับสหรัฐฯ (Interest rate gap) นั้นแคบลง อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกจากประเทศ และไปกดดันทิศทางค่าเงินของแต่ละประเทศให้อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องได้ ดังนั้น ธนาคารกลางต่างๆ คงเผชิญความท้าทายในการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและคงจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเงินและด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อไปในระยะข้างหน้า.–สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศบค.ให้ผับบาร์เปิดบริการ 1 มิ.ย.

นายกฯ เผย ศบค.ผ่อนคลายผับบาร์ 1 มิ.ย. วอนฉีดวัคซีนให้ครบ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้น ดันรายได้ท่องเที่ยวสูงขึ้น

อัยการให้ ตร.แจ้งข้อหาเพิ่ม “กระติก-จ๊อบ-ปอ” คดีแตงโม

ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม ภัทรธิดา” ล่าสุดอัยการมีความเห็นให้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ “กระติก-จ๊อบ” ในข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วน “ไฮโซปอ” โดนเพิ่มอีก 1 ข้อหา เสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พร้อมสั่งตำรวจกลับไปสอบสวนใหม่

ข่าวแนะนำ

ศบค.ให้ผับบาร์เปิดบริการ 1 มิ.ย.

นายกฯ เผย ศบค.ผ่อนคลายผับบาร์ 1 มิ.ย. วอนฉีดวัคซีนให้ครบ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการ เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้น ดันรายได้ท่องเที่ยวสูงขึ้น