fbpx

วันนี้ร้อนจัด ไฟฟ้าพีกของปี กกพ.สั่ง กฟผ.-ปตท.แข่งนำเข้า LNG

กรุงเทพฯ 27 เม.ย.-ร้อนจัดยอดใช้ไฟฟ้าพุ่ง เกิดพีกใหม่ในปีนี้ แต่ยังไม่ทำลายสถิติสูงสุดก่อนโควิดในปี 62 ด้าน กกพ.มอบ กฟผ.-ปตท.แข่งขันนำเข้าแอลเอ็นจี 4 ลำเรือ ในเดือน พ.ค. ขณะที่การใช้น้ำมันในโรงไฟฟ้าเคว้ง งงการตีความยกเว้นภาษีของ ก.คลัง


จากอากาศร้อนจัดในวันนี้(27 เม.ย.) ประกอบกับเศรษฐกิจฟื้นตัว โรงงานต่างๆ มีการผลิตสินค้าส่งออก ทำให้การใช้ไฟฟ้าปีนี้ขยับขึ้น และส่งผลให้วันนี้ยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก) ในปีนี้ โดยในระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เกิดขึ้นเวลา 15.40 น. โดยมียอดใช้ไฟฟ้าสูงสุด 30,880 เมกะวัตต์  ส่วนในระบบของประเทศที่รวมถึง ระบบ กฟผ.และของเอกชนอื่นๆ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)รายงานว่าเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.38 น. ความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 32,106 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม พีกไฟฟ้าในปัจจุบันส่วนใหญ่จะอยู่ในระหว่างกลางคืนประมาณ20.00-21.00 น. จึงคาดว่าความต้องการไฟฟ้าจะสูงขึ้นอีก สำหรับ พีกในปีนี้ยังไม่ทำลายสถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดโควิด -19 โดยอยู่ที่ 32,272.8 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค.62 เวลา 14.27 น.

สำหรับเชื้อเพลิงที่ผลิตไฟฟ้าของประเทศประมาณพึ่งพาก๊าซธรรมชาติมากที่สุดประมาณร้อยละ 60 อย่างไรก็ตามจากปริมาณก๊าซในประเทศทีลดลง โดยเฉพาะแหล่งเอราวัณที่ปริมาณต่ำกว่าแผนการผลิตทำให้ต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)ตลาดจร (สปอต)สูงถึง4.5 ล้านตัน ในขณะที่ ปตท.นำเข้าในสัญญาระยะยาวอีก 5.2 ล้านตัน แหล่งข่าวจากวงการพลังงานแจ้งว่า การนำเข้าด้วยราคาตลาดจรจะกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน เพราะไม่สามารถจัดหาได้ในราคาต่ำอย่างทีควรจะเป็น โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภาวะสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่มีการคว่ำบาตรรัสเซีย ทำให้ต้นปีราคาแอลเอ็นจีทำสถิติสูงสุดถึงระดับ 70 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู 


ล่าสุดรัสเซียแจ้งระวังการส่งก๊าซฯให้กับโปแลนด์และบัลแกเรีย มีผลวันที่27 เมษายน ดังนั้น ปตท.จึงเสนอ กกพ.ว่าควรทำสัญญาระยะยาวตามสูตรความมั่นคงด้านพลังงานเดิมที่วงการพลังงานเคยหารือกันไว้คือเป็นสัญญาระยะยาวร้อยละ 70 และตลาดจรร้อยละ 30 แต่ทาง กกพ.ไม่เห็นด้วย และยังคงส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันนำเข้าต่อไป อย่างไรก็ตาม จากที่ราคาตลาดจรสูงมาก ในปีนี้ เอกชนจึงไม่มีการนำเข้าแอลเอ็นจี มีเพียง ปตท.และ กกพ.ก็สั่งให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แข่งขันนำเข้า โดย กฟผ.แจ้งว่าสามารถนำเข้าในราคาต่ำกว่า ปตท.ที่ช่วงต้นปี นำเข้าในราคา 36 เหรียญสหรัฐ/ล้านบีทียู โดย กฟผ.จะนำเข้าได้ในราคา 25 เหรียญ/ล้านบีทียู ในขณะที่ช่วงต้นปีนี้ราคาแอลเอ็นจีตลาดโลกสูงมาก และล่าสุดในขณะนี้ราคาลดลงต่ำกว่า 25 เหรียญ/ล้านบีทียู

นางราณี โฆษิตวานิช รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  กล่าวว่า  ไม่ขอเปิดเผยว่านำเข้าจากประเทศใด หรือสั่งซื้อจากใคร โดยลำแรกที่จะนำเข้ามาคือ ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ และอีก 1 ลำจะเข้ามาในเดือนพ.ค.ซึ่งเป็นไป ตามมติ กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 16/2565 เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ที่ให้ กฟผ.นำเข้า 2 ลำเรือโดยมีปริมาณนำเข้าประมาณ 65,000 ตันต่อลำเรือ นอกจากนี้ กกพ.ได้แจ้งล่าสุดว่า ในเดือน พ.ค.นี้จะให้ กฟผ.และปตท.แข่งขันนำเข้าเพิ่มอีก 4 ลำเรือซึ่งในขณะนี้ กฟผ.ก็กำลังเจรจาเพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำที่สุด 

ทั้งนี้ กฟผ.ระบุว่าการนำเข้าแอลเอ็นจี 2 ลำเรือแรกของปีนี้เพื่อใช้ทดแทนเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาสำหรับผลิตไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงสุดในรอบ 7 ปี บวกกับการคาดการณ์ความสามารถในการจัดส่งน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ของกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งคาดการณ์ว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งการจัดหา LNG ครั้งนี้ จะช่วยเสริมความมั่นคงระบบพลังงานของประเทศ และทำให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าลดลงประมาณ 500 ล้านบาทเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น


แหล่งข่าวจากวงการพลังงานกล่าวว่า กรณีที่น้ำมันดีเซล และเตาไม่เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้า ยังเกิดมาจากปัญหาที่กระทรวงการคลังมีความไม่ชัดเจนเรื่องการยกเว้นภาษีน้ำมันตามมติ คณะรัฐมนตรี 8 มี.ค.65 ที่เห็นชอบมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันเตาสำหรับใช้ในการผลิตไฟฟ้าเหลือ 0% เป็นเวลา 6 เดือน จนถึงเดือนกันยายน 65 โดยมีการตีความว่าให้ยกเว้นภาษีเฉพาะน้ำมันที่ผลิตจากโรงกลั่นเท่านั้น ส่วนน้ำมันที่นำเข้าที่เก็บตามคลังน้ำมันต่างๆไม่มีการยกเว้นภาษีแต่อย่างใด โดยเดิมนั้น ครม.มีเจตนายกเว้นภาษีเพื่อเพื่อให้โรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิง 2 ประเภทนี้ แทนก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า 1-1.50 บาทต่อหน่วย กระทรวงพลังงานจึงมีนโยบายปรับเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงจาก LNG มาเป็นน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา ทำให้หลังจากนี้จะต้องมีการนำเข้าน้ำมันดีเซล 200 ล้านลิตรต่อเดือน และน้ำมันเตา 35 ล้านลิตรต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน คิดเป็นเงินภาษี 7 พันล้านบาท โดยเงินในส่วนนี้ได้นำไปช่วยในการตรึงราคาค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

น้ำป่าทะลักท่วมลำปาง บ้านเรือนเสียหายกว่า 300 หลัง

บ้านเรือนชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน ในพื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง เสียหายเป็นวงกว้าง หลังฝนตกเกือบทั้งคืน น้ำป่าทะลักแบบไม่ทันตั้งตัว มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 300 หลังคาเรือน บ้านทรุดตัว 1 หลัง อีก 2 หลัง เริ่มเอียง

มาดามแป้งปลอดภัย! ไม่พบอาการแตกร้าวของกระดูก

แฟนคลับมาดามแป้ง “นวลพรรณ ล่ำซำ” ผู้จัดการทีมฟุตบอลไทย โล่งใจได้ที่เกิดอุบัติเหตุหลังโดนศอก ‘ตอง’ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ จนช้ำที่ผิว-กล้ามเนื้อจมูก แต่ไม่พบอาการแตกร้าวของกระดูก และไม่พบเลือดออกในโพรงจมูก 

วัดป่าอรัญญาฯ เปิดให้เข้าวันแรก ญาติโยมแห่กราบ “หลวงปู่แสง”

“หลวงปู่แสง” ยังคงจำวัดอยู่ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก จ.อำนาจเจริญ โดยทางจังหวัดได้ตั้งกองอำนวยการร่วมดูแลความเรียบร้อย ขณะที่ประชาชนจำนวนมากแห่เข้ากราบ “หลวงปู่แสง” หลังทางวัดเปิดให้เข้าวันแรก

สงครามยูเครน : ยูเครนส่งสัญญาณยอมเสียมาริอูโพล

ยูเครนส่งสัญญาณยอมเสียที่มั่นสุดท้ายในเมืองมาริอูโพล จุดปะทะดุเดือดที่สุดในสงคราม ด้วยการให้อพยพทหารบาดเจ็บที่อยู่ภายในโรงงานอาซอฟทัล ให้ไปอยู่ในการควบคุมของรัสเซีย

ข่าวแนะนำ

น้ำมันกลุ่มเบนซินปรับขึ้น 1 บาท เว้นE85 ขยับ 60 สตางค์

แวะปั๊มด่วน! พรุ่งนี้ (19 พ.ค.) น้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด ปรับขึ้น 1 บาท/ลิตร เว้นE85 ปรับขึ้น 60 สตางค์/ลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลคงเดิม

ชื่นชมเด็กไทยคว้ารางวัลวิทยาศาสตร์นานาชาติ

นายกรัฐมนตรี ชื่นชม เด็กไทยคว้ารางวัลวิทยาศาสตร์ และวิศวกรรมนานาชาติ ย้ำ ฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นใหม่ ช่วยลดปัญหาความขัดแย้ง เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า

มติเอกฉันท์ให้ “เนตร นาคสุข” ออกจากราชการ

กรรมการ​อัยการ หรือก.อ. มีมติเอกฉันท์ให้ “เนตร” อดีตรองอัยการสูงสุด ออกจากราชการ ฐานสั่งคดีโดยใช้ดุลพินิจไม่รอบคอบอย่างร้ายแรง กรณีสั่งไม่ฟ้อง “บอส อยู่วิทยา” ขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต

โคราชอ่วม น้ำป่าท่วมทางหลวงเกือบกิโลเมตร 

ฝนตกหนักตั้งแต่เช้ามืดในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่สูงเข้าท่วมถนนทางหลวงสายหนองสรวง-ขามทะเลสอ ช่วงหลักกิโลที่ 11 -12 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ น้ำป่าสภาพขุ่นแดงหลากท่วมถนน 4  ช่องทาง จราจรระยะทางเกือบ 1 กิโลเมตร