fbpx

พาณิชย์ดันนักศึกษาเป็นสตาร์ทอัพสร้างธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา

นนทบุรี 21 เม.ย.-รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์จับมือจุฬาฯ เดินหน้าหนุนนักศึกษาเป็นสตาร์ทอัพไทย หวังสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วยทรัพย์สินทางปัญญา ทางเศรษฐกิจกว่า 50,000 ล้านบาท


นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญากับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สร้างงานวิจัยขายได้ หนุนสตาร์ทอัพไทยสร้างธุรกิจด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 50,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2565 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์

​นายสินิตย์ เปิดเผยว่า “การนำทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการของไทยเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญา นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน โดยการลงนาม MOU ในวันนี้เป็นการจับมือร่วมกันระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงความมุ่งหมายเดียวกันในการขับเคลื่อนประเทศด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการและนักวิจัย นักประดิษฐ์ไทย


อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จภายใต้ MOU ฉบับนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมและการสนับสนุนนักวิจัยนักประดิษฐ์ นิสิต และผู้ประกอบการไทยในเครือข่ายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำผลงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยมีผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่โดดเด่น อาทิ นวัตกรรมเคลือบพื้นผิวทุกชนิดที่มีความต้านทานการกัดกร่อน การพัฒนาคุณภาพน้ำบาดาลให้ดื่มได้ เท้าเทียมช่วยเหลือคนพิการในการเคลื่อนไหว และนาโนแคลเซียมคาร์บอเนตในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางช่วยปกป้องผิว เป็นต้น รวมถึงการจัดทำรายงานวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลก ช่วยให้ผู้ประกอบการไทยรู้แนวโน้มเทคโนโลยีโลก

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญากล่าวว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญามีความพร้อมในการเชื่อมโยงภาคธุรกิจกับสถาบันการศึกษาของไทย โดยเฉพาะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งด้านทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศ และผลงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด อีกทั้งมีเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็งกว่า 300 บริษัท ด้วยความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สามารถทำให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยได้อย่างเต็มที่ ผ่านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 50,000 ล้านบาท และสามารถนำผลงานวิจัยที่ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยมาสร้างโอกาสในการเข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีขนาดตลาดมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านบาท ช่วยลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และสร้างรายได้เข้าประเทศอย่างยั่งยืน.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แม่ค้าโอนเงินผิดบัญชี 3 แสน ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามคืนได้ 1.6 แสน

แม่ค้าจำหน่ายอาหารทะเลแช่แข็งชาวสมุทรสาคร โอนเงินผิดเกือบ 300,000 บาท เข้าบัญชีสาวบุรีรัมย์ ธนาคารอายัดให้ไม่ทัน ตามเองได้เงินคืน 160,000 บาท พบเจ้าของบัญชีปลายทางนำเงินไปซื้อทองและรถจักรยานยนต์

ตำรวจ สน.บางชัน ยึดยาบ้าลอตใหญ่ซุกซ่อนในรถเก๋ง

ตำรวจ สน.บางชัน ตรวจยึดยาบ้าลอตใหญ่ ซุกซ่อนในรถยนต์เก๋งสีขาวซึ่งอยู่หลังรถสไลด์เอกชน เตรียมขนไปส่งที่ จ.นราธิวาส

คนต่างจังหวัดฮือฮาวัฒนธรรมติดป้ายประกาศงานศพตามสี่แยก

คนต่างจังหวัดที่ผ่านไปมายังเมืองตรัง ต่างให้ความสนใจวัฒนธรรมติดป้ายประกาศงานศพ แปรเปลี่ยนจากการติดใบประกาศตามบ้านเรือนมาเป็นการติดป้ายประกาศตามแยกต่างๆ

ทนายอนันต์ชัยเผย “หลวงปู่แสง” ให้อภัยทุกคน ไม่เอาเรื่อง

ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เผยหลังเข้ากราบหลวงปู่แสง ที่วัดป่าอรัญญาวิเวก จังหวัดอำนาจเจริญ เผยหลวงปู่แสงให้อภัยทุกคน ขอให้ทนายอนันต์ชัยยุติเรื่องราวที่เกิดขึ้น และขออโหสิกรรมและอภัยทานให้กับคณะหมอปลาและนักข่าว 

ข่าวแนะนำ

อัยการนนทบุรีแจ้งความมือมืดส่งเอกสารชี้นำคดีสำคัญถึงบ้าน หวั่นไม่ปลอดภัย

อัยการจังหวัดนนทบุรีหวั่นไม่ปลอดภัย หลังมือมืดส่งเอกสารลับชี้นำคดีสำคัญที่สังคมกำลังจับตาถึงบ้าน

นายกฯ เชื่อมั่นผลการประชุมอาเซียน-สหรัฐ ส่งผลดีต่อ ศก.ไทย

โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ เชื่อมั่นผลการประชุมอาเซียน-สหรัฐ สมัยพิเศษ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม ย้ำไทยต้องการให้สถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลกยุติโดยเร็ว

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง

กรมอุตุฯ เตือนไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ส่วนภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนฟ้าคะนอง 60%

พระอุปัฏฐากข้างกาย “หลวงปู่เเสง” ประกาศขอลาออก

ความคืบหน้าการปลดคณะพระอุปัฏฐากในวันเกิดเหตุ เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และทำให้หลวงปู่ถูกติเตียน ล่าสุดประกาศขอลาออก ส่วนเรื่องเงินหลวงปู่แสง ผู้จัดการธนาคารได้เข้ามาชี้แจงเป็นเรียบร้อย