fbpx

บขส.เตรียมรถรองรับการเดินทางสงกรานต์ 65

กรุงเทพฯ 29 มี.ค.- บขส.ยอมรับเทศกาลสงกรานต์ 2565 จะมีการใช้รถโดยสารสาธารณะมากขึ้นจากสถานการณ์ราคาน้ำมัน คาดผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยวันละ 40,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาประมาณ 30% พร้อมย้ำคุมเข้มความปลอดภัย พนักงานขับรถ สารเสพติด-แอลกอฮอล์เป็นศูนย์


นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นประธานในการประชุมแผนปฏิบัติการเดินรถ วันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2565 ร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการขนส่งทางบก การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักงานเขตจตุจักร กองบังคับการตำรวจจราจร กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ และสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารเริ่มทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 11-12 เมษายน 2565 และจะเดินทางกลับในระหว่างวันที่ 16-18 เมษายน 2565

โดย บขส.คาดการณ์ว่า จำนวนผู้ใช้บริการในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเพิ่มขึ้นจากเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาประมาณ 30 % เนื่องจากรัฐบาลได้ผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางในเที่ยวไป เฉลี่ยวันละ 40,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) เฉลี่ยวันละ 3,700 เที่ยว ส่วนเที่ยวกลับ คาดว่ามีผู้โดยสารใช้บริการเฉลี่ยวันละ 38,000 คน ใช้รถโดยสารประมาณ 3,700 เที่ยว อย่างไรก็ดี ในช่วงที่สถานการณ์ราคาน้ำมันมีความผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น บขส.ยอมแบกรับภาระต้นทุนค่าน้ำมัน และยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน ผู้โดยสารสามารถจองตั๋วล่วงหน้าเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 ได้แล้ว ผ่านช่องทางการจำหน่ายตั๋วของ บขส. อาทิ Application E-Ticket, เว็บไซต์ บขส. www.transport.co.th, เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋ว บขส., เคาน์เตอร์เซอร์วิส และตัวแทนจำหน่ายตั๋วของ บขส.ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ call center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง


ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดรถโดยสารอำนวยความสะดวกประชาชน และป้องกันปัญหาผู้โดยสารตกค้าง บขส.ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำรถโดยสารไม่ประจำทางมาวิ่งเสริมเที่ยววิ่ง ประมาณ 700 คัน และได้ทำหนังสือขออนุญาตต่อนายทะเบียน กรมการขนส่งทางบก รวมทั้งได้ประสานขอเจ้าหน้าที่จากกรมการขนส่งทางบก มาอำนวยความสะดวกออกใบอนุญาตนำรถออกวิ่งนอกเส้นทางสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) ระหว่างวันที่ 11-12 ธันวาคม 2565

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของมาตรการความปลอดภัยในการเดินทางโดยรถโดยสารส

าธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาลฯ บขส.ได้เน้นย้ำให้พนักงานขับรถ บขส.ทุกคน ต้องมีผลตรวจหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการรถร่วมฯ ให้ตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์ พนักงานขับรถเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ รถโดยสารทุกคันที่นำมาวิ่งให้บริการต้องตรวจเช็กสภาพให้พร้อมใช้งาน มีการติดตั้งระบบ GPS ควบคุมความเร็วบนรถโดยสาร ไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และ บขส.จัดพนักงานขับรถ 2 คน ในเส้นทางสายยาวที่มีระยะทางเกิน 400 กิโลเมตร


ด้านมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บขส.ยังคงมีการคุมเข้มอย่างต่อเนื่อง โดยพนักงานประจำรถต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ Antigen Test Kit หรือ ATK ทุก 3 วัน มีการล้างทำความสะอาดรถโดยสารทุกคันก่อนนำมาวิ่งให้บริการ ตามมาตรการสาธารณสุข รวมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสาร สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ขณะใช้บริการที่สถานีขนส่ง และบนรถโดยสารตลอดการเดินทาง รวมทั้งให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ หรือแพลตฟอร์มไทยชนะ ทุกครั้งที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ และที่สถานีขนส่งผู้โดยสารด้วย

ส่วนมาตรการด้านความปลอดภัยและการจราจร บขส.มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยขอความร่วมมือไปยังกองบังคับการตำรวจจราจร สน.บางซื่อ สน.ตลิ่งชัน และ สน.ทองหล่อ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยความสะดวกการจราจรโดยรอบสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพทั้ง 5 แห่ง และได้ตั้งจุดร้องเรียนบริเวณประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 และชั้น 3 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) รวมทั้งให้คำแนะนำประชาสัมพันธ์แก่ผู้โดยสาร โดยดำเนินการตั้งแต่วันที่  11-12 เมษายน 2565 ระหว่างเวลา 17.00-24.00 น. และจัดเตรียมห้องปฐมยาบาล First Aid Room บริเวณชั้น 1 เพื่อรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินด้วย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ลูกไก่กำพร้าขี้อ้อน เป็นพีอาร์หน้าร้านคอยรับแขก

พาไปดูความแสนรู้ของลูกไก่กำพร้า หลงมาพบลุงเจ้าของร้านขายของชำ กลายเป็นความผูกพัน เจ้าไก่ตัวน้อยรับหน้าที่พีอาร์ คอยต้อนรับลูกค้าเต็มที่

หนูน้อย 9 ขวบ หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่น ยิงน้องดับ

อุทาหรณ์ เก็บปืนไว้ในบ้าน เด็กชายวัย 9 ขวบ ไปเที่ยวบ้านญาติ ขึ้นไปเล่นชั้นบน หยิบปืนในตู้เก็บของมาเล่นโดยไม่รู้ว่าเป็นปืนจริง ยิงใส่เด็กอีกคนเสียชีวิต

เผยน้ำท่วมเกาหลีใต้ทำให้มีคนตายในอพาร์ตเมนต์กึ่งใต้ดิน

โซล 9 ส.ค.-ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมจากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปีที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 8 คน บาดเจ็บ 14 คน และสูญหาย 6 คน โดยผู้เสียชีวิตบางส่วนเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินเหมือนในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ‘พาราไซต์’ (Parasite) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อไทยว่า ‘ชนชั้นปรสิต’ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของเกาหลีใต้ รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักเมื่อคืนวันจันทร์ในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบทำให้เกิดน้ำท่วมท้องถนน สถานีรถไฟใต้ดิน และไฟดับในพื้นที่หลายแห่ง บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนตกสูงสุดในรอบ 80 ปีอีกด้วย ทั้งยังระบุว่า กรุงโซลและพื้นที่โดยรอบจะยังคงมีฝนตกหนักต่อไปอีกหลายวัน สื่อของเกาหลีใต้รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 40-49 ปี 2 คน และเด็กหญิงอายุ 13 ปี 1 คน เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินที่อยู่ต่ำกว่าระดับท้องถนน หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘พันจีฮา’ (banjiha) โดยที่อพาร์ตเมนต์เหล่านี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นหลังภาพยนตร์เรื่อง ‘พาราไซต์’ ออกฉายในปี 2562 และประสบความสำเร็จทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สะท้อนเรื่องราวของครอบครัวยากจนที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ชั้นกึ่งใต้ดินในเกาหลีใต้และพยายามดิ้นรนเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้น ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยระบุว่าไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้ประสบอุทกภัยที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเท่าระดับถนน […]

ข่าวแนะนำ

อุตุฯ เตือนไทยตอนบนฝนตกต่อเนื่อง-กทม.ฟ้าคะนอง 40%

กรมอุตุฯ เตือนประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 40%

กอนช. สั่งทุกหน่วยพร้อมรับมือฝนชุกปลายฤดู

ขณะนี้เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงที่ฝนตกชุกที่สุดของปี โดยปีนี้เป็นปีที่ฝนมากกว่าค่าปกติเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานพร้อมรับมือ สำหรับลุ่มเจ้าพระยาที่มีพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยจะเริ่มนำน้ำหลากเข้าไปฝากในพื้นที่ลุ่มต่ำ 11 ทุ่ง เพื่อป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนเมือง ด้านกรมชลประทานย้ำบริหารจัดการน้ำในเขื่อนอย่างเหมาะสมและคำนึงถึงความปลอดภัย

ลูกจ้างเตรียมเฮ รัฐปรับเพิ่มค่าแรง

“สุชาติ” เผย คุยนายกฯ เรื่องปรับค่าแรง ยันไม่กระทบนายจ้าง-นักลงทุน นายกฯ-ครม.ไม่กังวลปม 8 ปี ไม่ก้าวล่วง ให้ศาลตัดสิน