fbpx

อธิบดีคพ. คาดเกิดผลกระทบจากเหตุน้ำมันดิบรั่วลงทะเล จ. ระยองไม่รุนแรง

ะยอง 26 ม.ค. – อธิบดีกรมควบคุมมลพิษเผยจากการตรวจที่เกิดเหตุน้ำมันดิบรั่วลงทะเล จ. ระยองคาดว่า ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติจะไม่รุนแรง เนื่องจากทุกหน่วยงานเข้าควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อฉีดพ่นสารกำจัดน้ำมันดิบแล้วจะทำให้แตกตัวและสลายตัวไปในที่สุด แต่จะต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย


นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ได้ตรวจสอบบริเวณน้ำมันดิบของสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) รั่วลงสู่ทะเล บริเวณมาบตาพุด จ. ระยองร่วมกับนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยได้รับแจ้งจากทางบริษัทว่า น้ำมันดิบจากท่อใต้ทะเลของทุ่นรับน้ำมันดิบกลางทะเลรั่วออกมาไม่เกิน 160,000 ลิตร คาดว่า จะควบคุมสถานการณ์ได้และผลกระทบที่จะเกิดต่อทรัพยากรธรรมชาติจะไม่รุนแรงตามที่คาดการณ์ก่อนหน้า

ตั้งแต่ช่วงสายเฮลิคอปเตอร์บินทิ้งสารจำพวก Dispersant ชื่อ Dasic slickgone ซึ่งจะทำให้ฟิล์มน้ำมันดิบแตกตัว แล้วจับเป็นก้อนเล็กๆ ใน  24 ชั่วโมง จากนั้นจุลินทรีย์ในธรรมชาติจะย่อยสลายตัวไปใน 8-10 วัน อาจมีลมและคลื่นพัดพาเข้าสู่ชายฝั่งบ้าง แต่คาดว่า ไม่มาก แต่กำลังพิจารณาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย


ส่วนที่ก่อนหน้านี้ กรมควบคุมมลพิษใช้แบบจำลอง OilMap คาดการณ์ทิศทางและความเร็วของการไหลของคราบน้ำมันซึ่งแสดงให้เห็นว่า หากไม่มีการควบคุมป้องกัน กลุ่มน้ำมันดังกล่าวอาจเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งทะเลบริเวณหาดแม่รำพึงถึงบริเวณอุทยาแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ในวันที่ 28 มกราคม 2565 เวลา 17.00 น. แต่ผลการคาดการณ์ดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลม ความเร็วลม และกระแสน้ำ ล่าสุดได้รับข้อมูลดังกล่าวมาใช้ปรับค่าในแบบจำลองเพื่อให้ได้ผลคาดการณ์ใกล้เคียงกับสภาพความเป็นจริงเพื่อเฝ้าระวังและหาแนวทางลดผลกระทบให้มากที่สุด

พลตำรวจตรีวรา เวชชาภินันท์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยองกล่าวว่า ได้มาตรวจสอบสถานการณ์ร่วมกับฝ่ายต่างๆ ซึ่งกำลังพิจารณาว่า ทางบริษัทมีความผิดฐานใดตามพ.ร.บ. การเดินเรือ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยองให้ดำเนินการตามกฎหมาย หากมีโทษทางอาญาต้องดำเนินการ ส่วนโทษทางแพ่งเนื่องจากกระทำการให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมย่อมมีอยู่แล้ว

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าล่าสุดของสถานการณ์น้ำมันดิบรั่วไหลจากท่อใต้ทะเลนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด บริษัทสตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด(มหาชน) ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า น้ำมันดิบที่รั่วไหล น่าจะมีปริมาณไม่เกิน 1.6 แสนลิตร ขณะที่เรือมีความจุประมาณ 3.2 แสนตัน ทั้งนี้ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถวางทุ่นลอย ล้อมกรอบพื้นที่เกิดเหตุไว้ได้ในเวลาประมาณ 24.00 น. ที่ผ่านมา  โดยรัศมีที่ล้อมกรอบพื้นที่เกิดเหตุไว้ประมาณ 1 กิโลเมตร ขณะที่จุดเกิดเหตุมีระยะห่างจากชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร  จึงคาดว่าน่าจะมีผลกระทบต่อชุมชนบ้างเล็กเล็กน้อย  นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน และการฉีดพ่นนำ้ยาขจัดคราบน้ำมัน (Oil Spill Dispersant) แล้ว ซึ่งสารดังกล่าวมีความรุนแรงไม่มาก อย่างไรก็ตาม ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังและเตรียมแผนรับมือกรณีที่กระแสลมเปลี่ยนทิศเอาไว้ด้วย


 อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างหาสาเหตุการรั่วไหลของน้ำมันดิบ และจากรายงานของบริษัททราบว่าท่อดังกล่าวมีการใช้งานมาประมาณ 26 ปีแล้ว จากนี้อาจจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมคิดและวางแผนในการดูแลและบำรุงรักษาด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซำ้ขึ้นอีกในอนาคต.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

“กระติก” ให้ปากคำเพิ่มเติม ปัดรู้เห็นโพสต์บนเฟซบุ๊กแตงโม

“กระติก” รุดให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติม หลังแจ้งความ “จิน” สามี “หนิง ปณิตา” พร้อมเผยไม่มีส่วนรู้เห็นการโพสต์ภาพบนเฟซบุ๊ก “แตงโม”

สั่งย้ายเเล้ว! 2 ตำรวจสามพราน ปมคลิปทำร้าย 3 วัยรุ่น 

สั่งย้ายเเล้ว 2 ตำรวจ สภ.สามพราน ในคลิปรุมทำร้าย 3 วัยรุ่น ที่เข้าขอความช่วยเหลือ ซึ่งให้ย้ายไปปฏิบัติงานที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ด้านโซเชียลวิจารณ์ยับตำรวจทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?

ตกใจสุดขีด! เงินไหลออกมาจากตู้ ATM จ.อุบลราชธานี

สาวชาววารินฯ จ.อุบลราชธานี ตกใจสุดขีด แค่เสียบบัตร ATM ยังไม่ทันได้กดรหัสก็มีเงินไหลออกมารวม 800 บาท รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อส่งมอบเงินคืน และเร่งตรวจสอบ

จับแล้วโจรชิงทอง 86 บาท กลางห้างดังอยุธยา

เหตุ 2 คนร้ายจี้ชิงทองกลางห้างสรรพสินค้า อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา กวาดทองไป 86 บาท ล่าสุดจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ขณะนำทองไปขายให้กับร้านทองในพื้นที่ จ.ปทุมธานี

ข่าวแนะนำ

นายกฯ ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก.

นายกฯ ดีใจบ้านเมืองมีเสถียรภาพเลือกตั้งได้ในรอบ 9 ปี ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ หากอยากเห็นบ้านเมืองดีขึ้น

เตือนฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อจากสัตว์ที่พบไม่บ่อย แต่อันตรายถึงชีวิต

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง เตือนฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อจากสัตว์ที่พบไม่บ่อย แต่อันตรายถึงชีวิต พร้อมแนะวิธีป้องกันและการรักษาที่ถูกวิธี

ปธ.กกต. คาดรู้ผลเลือกตั้งไม่เป็นทางการ ไม่เกิน 3 ทุ่ม

“อิทธิพร” ปธ.กกต. ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เตือนประชาชน หากนำปากกามาเอง ต้องเป็นสีน้ำเงินเท่านั้น คาดรู้ผลคะแนนไม่เป็นทางการ ไม่เกิน 3 ทุ่ม หากไร้ร้องเรียนประกาศผลเร็วสุดไม่เกิน 7 วัน

ประชาชนทยอยใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

หน่วยเลือกตั้งที่ 13 แขวงพญาไท เขตพญาไท ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และครอบครัว จะมาใช้สิทธิ ขณะนี้มีประชาชนทยอยมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้า