fbpx

กองทัพเรือสั่งเตรียมเรือสนับสนุนกำจัดคราบน้ำมันกลางอ่าวไทย

กรุงเทพฯ 25 ม.ค. – กองทัพเรือสั่งเตรียมเรือหลวงสงขลา เรือหลวงแสมสาร เรือหลวงมันนอก พร้อมสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน กรณีเรือบรรทุกน้ำมัน  5 แสนลิตร อับปางกลางอ่าวไทย


พลเรือโท ปกครอง  มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือกล่าว่า เตรียมพร้อมคลี่คลายเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันดีเซล ชื่อ ป. อันดามัน 2 อับปางลงพร้อมมีน้ำมันอยู่ประมาณ 5 แสนลิตร ซึ่งเหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม โดยวันต่อมา (23 ม.ค.) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือประชุมร่วมกับกรมเจ้าท่า ทัพเรือภาคที่ 1 กรมอุทกศาสตร์ กรมควบคุมมลพิษ และเจ้าของบริษัทเรือเพื่อสรุปเหตุการณ์ดังนี้

 – จากการประเมินคราบน้ำมันที่รั่วไหล จากการตรวจสอบพบว่ามีความรุนแรงระดับ 1 น้ำมันรั่วไหลมีขนาดเล็ก ไม่เกิน 20 ตัน กรมเจ้าท่าจะเป็นหน่วยควบคุมและกำกับการปฏิบัติในภาพรวม


 – กรมเจ้าท่าจะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.เดินเรือ มาตรา 121 ออกประกาศ โดยสำนักงานเจ้าท่าจังหวัดชุมพร แจ้งให้เรือต่าง ๆ ระมัดระวังในการเดินเรือในบริเวณที่มีเรืออับปาง รวมทั้งแจ้งให้บริษัทไทยแหลมทองค้าน้ำมันประมงจำกัด  ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ ป.อันดามัน 2 ห้ามใช้เรือและดำเนินการกู้เรืออับปางโดยเร็วโดยจะทำการเก็บกู้น้ำมัน (ดีเซล) เป็นลำดับแรก ภายใน 7 วัน หลังจากนั้นจะให้กู้เรือภายในเวลา 15 วัน รวมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน ประกอบด้วย ทุ่นกักเก็บน้ำมัน  (Boom) ความยาว 800 เมตร และสาร Dispersant จำนวน 700 ลิตร  

– หากกรณีน้ำมันรั่วไหลเพิ่มมากขึ้น เป็นขนาดกลาง ตั้งแต่ 20-1,000 ตัน ซึ่งเข้าสู่ความรุนแรงระดับ 2 (Tier II) ศูนย์ประสานงานฯ (กรมเจ้าท่า)   จะเสนอคณะกรรมการป้องกันและขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน (กปน.) ขออนุมัติให้กองทัพเรือจัดตั้งศูนย์ควบคุมการปฏิบัติในการขจัดมลพิษทางน้ำอันเนื่องมาจากน้ำมัน รับผิดชอบกำหนดแผนและยุทธวิธีในการขจัดคราบน้ำมัน  

– กรมควบคุมมลพิษและกรมทรัพยากรธรรมชาติและชายฝั่ง ได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุและเตรียมการรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีคราบน้ำมันรั่วไหลเข้าชายฝั่ง


กองทัพเรือได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 1 จัด เรือหลวงสงขลา เรือหลวงมันนอก และเรือหลวงแสมสาร เตรียมความพร้อมในการสนับสนุนการขจัดคราบน้ำมัน ตามที่ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือจะสั่งการ พร้อมทั้งจัดเตรียมตู้คอนเทนเนอร์บรรจุอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน 2 ตู้ กับให้หมู่เรือสำรวจของกองเรือทุนระเบิด กองเรือยุทธการ โดยใช้เรือหลวงบางระจันซึ่งมี ยาน seafox-i ยานล่าทำลายทุ่นระเบิด(mine disposal  vehicle:MDV) มีขีดความสามารถในการค้นหา พิสูจน์ทราบและทำลายทุ่นระเบิด สามารถปรับมาใช้ในภารกิจนี้ได้

ทั้งนี้พลเรือเอก สมประสงค์ นิลสมัย  ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้แสดงความเป็นห่วงพร้อมทั้งสั่งการให้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ เฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดและรายงานให้ทราบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยืนยันว่า กองทัพเรือ มีความพร้อมทั้งยุทโธปกรณ์และกำลังพลในการขจัดคราบน้ำมันในทะเล ที่ผ่านมาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฝึกซ้อมกันเป็นประจำทุกเพื่อทำหน้าที่พิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องทะเล.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ต้องหา 6 คน คดีแตงโม รายงานตัวอัยการนนทบุรี

ผู้ต้องหา 6 คน คดีการเสียชีวิตของแตงโม ได้แก่ กระติก แซน จ็อบ โรเบิร์ต ปอ และภีม กุนซือให้คำแนะนำ 5 คนบนเรือ เข้ารายงานตัวอัยการจังหวัดนนทบุรีแล้ว ด้าน “กระติก” บอกคลิปฆ่า กรีดขา ถ้ามีให้เอาออกมาเลย

ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 4 ลำปาง

ศาลฎีกาสั่งเลือกตั้งใหม่ ส.ส.เขต 4 ลำปาง หลังพบ “วัฒนา สิทธิวัง” ได้รับเลือกตั้งมาไม่สุจริต คาดกำหนดหย่อนบัตร 10 ก.ค. รับสมัคร 9-13 มิ.ย.

“ส.ส.เต้-อัจฉริยะ” ควงแม่แถลงรับผิดชอบ “คดีแตงโม”

“ส.ส.เต้” และ “อัจฉริยะ” พาแม่ของ “แตงโม” แถลงรับผิดชอบคดี ขณะที่แม่ร้องไห้ เชื่อมั่นทีมงานคุณภาพจะช่วยให้ความจริงคดีแตงโมกระจ่าง

หาแฟนไม่เจอ โมโหใช้น้ำมันราดเผาบ้านเพื่อนแฟน วอดทั้งหลัง

แบบนี้ก็ได้เหรอ เหตุเกิดที่เมืองพัทยา หญิงคนหนึ่งตามหาแฟนไม่เจอ ใช้น้ำมันราดเผาบ้านเพื่อนแฟนวอดทั้งหลัง

ข่าวแนะนำ

“ส.ส.เต้-อัจฉริยะ” ควงแม่แถลงรับผิดชอบ “คดีแตงโม”

“ส.ส.เต้” และ “อัจฉริยะ” พาแม่ของ “แตงโม” แถลงรับผิดชอบคดี ขณะที่แม่ร้องไห้ เชื่อมั่นทีมงานคุณภาพจะช่วยให้ความจริงคดีแตงโมกระจ่าง

ผู้ต้องหา 6 คน คดีแตงโม รายงานตัวอัยการนนทบุรี

ผู้ต้องหา 6 คน คดีการเสียชีวิตของแตงโม ได้แก่ กระติก แซน จ็อบ โรเบิร์ต ปอ และภีม กุนซือให้คำแนะนำ 5 คนบนเรือ เข้ารายงานตัวอัยการจังหวัดนนทบุรีแล้ว ด้าน “กระติก” บอกคลิปฆ่า กรีดขา ถ้ามีให้เอาออกมาเลย

สธ.แสดงจุดยืนปลดล็อก “กัญชา” ดูแลสุขภาพ-หนุนเศรษฐกิจ

สธ.แสดงจุดยืนปลดล็อกใช้ “กัญชา” เพื่อดูแลสุขภาพ และส่งเสริมเศรษฐกิจ พร้อมลงนามร่วมกับ อสมท และอีก 7 หน่วยงาน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม