เห็นชอบงบ พัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ปี66

กรุงเทพฯ 10 ม.ค. “ศักดิ์สยาม” นั่งหัวโต๊ะประชุมกลั่นกรองงบประมาณ ด้านการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ปี66 ลุยเห็นชอบ 134 โครงการ วงเงินกว่า 3 แสนล้านบาท

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 คณะที่ 3.2 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร เป็นกรรมการและเลขานุการ


นายศักดิ์สยามฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคำของบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ซึ่งได้มีการพิจารณาตามแนวทางและหลักเกณฑ์การจัดทำงบประมาณที่กำหนดไว้ ประกอบด้วย ด้านนโยบาย คือ (1) เป็นโครงการลักษณะยุทธศาสตร์ สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนฯ 13 นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ (2) ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง (Modal Shift) และให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้าน Soft Side (3) เป็นโครงการตามภารกิจหลักของหน่วยงานตามยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องไม่ใช่ภารกิจปกติหรือภารกิจประจำ (4) หน่วยงานที่มีโครงการ/รายการผูกพันเกิน 1 ปี วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ต้องนำเสนอ ครม. อนุมัติก่อนขอรับการจัดสรร (5) สนับสนุนเป้าหมายและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ การพัฒนาเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์อัจฉริยะ และ (6) นำข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ ในปีที่ผ่านมาใช้เป็นแนวทางในการขอรับจัดสรรงบประมาณ

ด้านแนวทางการจัดทำโครงการ คือ (1) เป็นโครงการที่สำคัญและจำเป็นต้องมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และต้องมีความพร้อมในการดำเนินงาน (2) โครงการ/รายการที่แก้ไขปัญหา บรรเทา หรือแก้ไขผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมและเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ COVID – 19 (3) โครงการ/รายการที่สนับสนุนพื้นที่ที่มีศักยภาพและเขตพัฒนาพิเศษในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงการสนับสนุนจุดเชื่อม ไทย – สปป.ลาว – จีน (หนองคาย/เชียงราย) และสนับสนุนพื้นที่เศรษฐกิจในประเทศให้เข้าสู่ตลาดจีนและกลุ่มประเทศ CLMV (4) โครงการ/รายการที่สนับสนุนการลงทุนพัฒนาศูนย์บริการโลจิสติกส์ และศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้า (5) ไม่สนับสนุนการจัดซื้อครุภัณฑ์หรือการจัดตั้งศูนย์ฯ ที่ไม่สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายได้อย่างแท้จริง (ให้ความสำคัญครุภัณฑ์ที่สนับสนุนการพัฒนา/รองรับนวัตกรรม) และ (6) ไม่สนับสนุนงานวิจัย หรือพัฒนาบุคลากรที่ตอบสนองเพียงพื้นที่เดียว ควรมีการบูรณาการเชิงพื้นที่ร่วมกันหลายหน่วยงาน และเป็นการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเชี่ยวชาญสูง


นายศักดิ์สยามฯ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างคำของบประมาณบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ วงเงินรวมทั้งสิ้น 324,233 ล้านบาท แบ่งเป็น ด้าน Hard Side จำนวน 8 หน่วยงาน (ทล./ทช./จท./ขบ./ทย./กทพ./รฟม./รฟท.) 85 โครงการ วงเงิน 322,361.8 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.30

โดยมีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 บางปะอิน – สระบุรี – นครราชสีมา/ M81 บางใหญ่ – กาญจนบุรี/ M7 ส่วนต่อขยายเข้าสนามบินอู่ตะเภา/ หมายเลข 9 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอนบางบัวทอง – บางปะอิน, โครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี – ปากท่อ (ถนนพระราม 2), โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา จ.สงขลา, พัทลุง, โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่, ถนนสาย จ ผังเมืองรวมเมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร, โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ – นครพนม และสายเด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ เป็นต้น

ด้าน Soft Side อีก 22 หน่วยงาน (สปค./ขบ./จท./สนข./ขร./สตช./วว./สศช./สวทช./กรมป่าไม้/กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์/กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม/กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ/กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน/กรมศุลกากร/องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก/สถาบันมาตรวิทยา/ม.นเรศวร/ม.ราชภัฏเชียงราย/ม.ราชภัฏอุดรธานี/ม.เชียงใหม่/มทร.ล้านนา) 49 โครงการ วงเงิน 1,871.4 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.70 โดยมีโครงการที่สำคัญ ได้แก่ โครงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการขนส่งไทยสู่การขนส่งสินค้าทางถนนที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน, โครงการศึกษากำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นสูง ค่าแรกเข้า และหลักเกณฑ์การขึ้นอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบราง, โครงการยกระดับมาตรฐานเครื่องตรวจจับความเร็วเพื่อการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมอุบัติเหตุทางถนน, โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องแม่ข่ายเพื่อรองรับภารกิจนำเข้า-ส่งออกไม้ผ่าน NSW ของประเทศไทย, โครงการเสริมสร้างความสามารถการดำเนินธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้วยการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน, โครงการพัฒนาแบบจำลองการคำนวณต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศไทยแบบล่วงหน้า (Predictive Model), โครงการพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์, และการจัดหาเครื่องชั่งน้ำหนักและอุปกรณ์ด้านการจราจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการค้าและการบริการระหว่างประเทศ ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ เป็นต้น นายศักดิ์สยามฯ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ


  1. พิจารณาโครงการของทุกหน่วยงาน จะต้องมีความพร้อมในทุกมิติ เมื่อได้รับการอนุมัติงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ต้องพร้อมดำเนินการทันที
  2. ควรมีการประเมินผลการดำเนินงานที่ผ่านมา รวมทั้งผลการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อเป็นตัวชี้วัดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานผู้ปฏิบัติ
  3. ให้ทุกหน่วยงานร่วมกันเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อเท็จจริงและการสร้างข่าวปลอมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
  4. ขอให้มีการจัดลำดับความสำคัญของโครงการ เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องกับโครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ ที่ใช้เงินนอกงบประมาณ ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณในการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการระบบราง ที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดทำสรุปข้อเสนอการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ นำเสนอรองนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน  ชาญวีรกูล) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนจัดส่งให้สำนักงบประมาณภายในวันที่ 14 มกราคม 2565 ตามขั้นตอนต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ค้น 17 จุดกรุงเทพฯ-ลพบุรี คุมตัว “หลวงพ่ออลงกต-หมอบี”

26 ส.ค.- ตำรวจสอบสวนกลาง ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด “กรุงเทพฯ-ลพบุรี” บุกรวบ “หลวงพ่ออลงกต” หลังพฤติกรรมชัดทุจริตยักยอกเงินบริจาค ขณะที่ “หมอบี” โดนด้วย หิ้วตัวเค้นสอบ เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 26 ส.ค. มีรายงานว่าทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำโดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบช.ก. พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสิรฐภาพ ผบก.ป.พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปปพ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป ปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ลพบุรี เพื่อควบคุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี และนายเสกสันน์ หรือหมอบี และพวก ตามหมายจับ ความผิด ม.147, 157 […]

ศาล รธน. สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก”

ศาล รธน. 25 ส.ค.-ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งเอาผิดเผยแพร่คลิป “นั่งลงลูก” ชี้บิดเบือน-ทำเสียหาย ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งพิจารณาคดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม 2568 ไต่สวนพยานบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกมาให้ถ้อยคำ จำนวน 2 ปาก ได้แก่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้อง และนายฉัตรชัย บางขวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เรื่อง ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ เมื่อเสร็จสิ้นการไต่สวนแล้ว ศาลมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้เข้าฟังการไต่สวนนำข้อมูลการไต่สวนไปเผยแพร่ และห้ามไม่ให้บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในลักษณะที่สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน อันเป็นคำสั่งศาลตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 […]

“แพทองธาร” รีโพสต์โต้คลิปบิดเบือน ยันศาลบอก “นั่งลงครับ”

กรุงเทพฯ 25 ส.ค.- “แพทองธาร” รีโพสต์สตอรี่ไอจี โต้ดรามาคลิปบิดเบือน ยันศาล รธน. บอก “นั่งลงครับ” นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม รีโพสต์สตอรี่ในอินสตราแกรมของสำนักข่าว VOICE TV ยืนยันไม่เป็นความจริง ต่อกระแสดรามาปล่อยคลิปเสียงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดว่า “นั่งลงลูก” ภายหลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวคําปฏิญาณ ในระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยาน คดีคลิปสนทนากับ ฮุน เซน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าวมีข้อความระบุว่า ฟังชัดๆๆ ศาลบอกว่า “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” อย่างที่มีคนปั่น!! อย่ามั่ว อย่าบิดเบือนข่าว อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงเช้าวันนี้ (25 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร จะดำเนินการเรื่องการส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากศาลนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันนี้ ก่อนจะนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคม เวลา 15.00 น.-316 -สำนักข่าวไทย

ปลัด มท. สั่งสอบด่วน ปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ

ไอคอนสยาม 25 ส.ค.- ปลัด มท. เผยยังไม่ได้รับรายงานปมสแกนม่านตาแลกเหรียญ สั่งกรมการปกครองสอบด่วน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีกลุ่มบุคคลสแกนม่านตาประชาชนและชักชวนให้เข้าไปใช้แอปพลิเคชันเพื่อแลกกับเงินหรือเหรียญในระบบ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน แต่หากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทรวงมหาดไทยจะสั่งการให้กรมการปกครองดำเนินการแก้ไขและจัดการอย่างถูกต้องทั่วประเทศอย่างไรก็ตาม หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ทุกจังหวัดดำเนินการตรวจสอบตามข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่มีรายงานว่ายังมีการดำเนินการในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะเร่งตรวจสอบทั้งที่สุราษฎร์ธานีและทุกจังหวัดที่ได้รับเรื่องร้องเรียน ทั้งนี้ การตรวจสอบจะพิจารณาว่าความผิดปกติเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลอื่น หากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด โดยย้ำให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพร้อมตรวจสอบอย่างโปร่งใส.-319 -สำนักข่าวไทย

ข่าวแนะนำ

คุมผู้ต้องหาทำแผนงัดกุฏิเจ้าอาวาส ลักทอง-เงิน 10 ล้าน

ชลบุรี 30 ส.ค.-ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาบุกงัดตู้เซฟกุฏิเจ้าอาวาสวัดนามะตูม จ.ชลบุรี ฉกเงินสดและทองคำ มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ทำแผน หลังถูกรวบตัวได้ที่สุรินทร์ รับมีผู้ร่วมขบวนการอีก ด้านเจ้าอาวาส เผยทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของญาติโยมร่วมกันทำบุญเททองหล่อพระ ไม่ใช่ของเจ้าอาวาส ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ หรือ บอย อายุ 32 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ภายในวัดนามะตูม หมู่ 6 ตำบลนามะตูม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี หลังเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ก่อเหตุบุกเข้าไปที่กุฏิพระครูวิจิตรธรรมรัตน์ หรือ พระอาจารย์ขวัญชัย เจ้าอาวาสวัดนามะตูม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี งัดตู้เซฟเอาทรัพย์สินของมีค่า ได้เงินสดและทองคำจากการทำบุญของญาติโยม มูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ทั้งนี้ ระหว่างทำแผน มีเจ้าอาวาสและชาวบ้านมารอดู เมื่อนายบอย เจอกับเจ้าอาวาสวัด ได้ก้มกราบเท้า และกล่าวคำว่าขอโทษ โดย เจ้าอาวาสได้ลูบหัว และบอกว่าทุกคนให้อภัย […]

นึกว่าก้อนหิน โยนให้หมาเล่นระเบิดตูม เจ็บ 2

สมุทรปราการ 30 ส.ค.-ชาวบ้านชุมชนสำโรงใต้ เจอวัตถุปริศนาหน้าบ้าน คิดว่าเป็นก้อนหิน หยิบโยนให้สุนัขเล่น เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น ทำเอาชาวบ้านแตกตื่นไปทั่วบริเวณ บาดเจ็บ 2 คน ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิด ภายในชุมชนวัดโยธินประดิษฐ์ ถนนปู่เจ้าสมิงพราย ตำบลสำโรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงรีบรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ที่บริเวณหน้าบ้านพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายสมควร อายุ 43 ปี มีบาดแผลไหม้และถลอกทั่วร่างกาย อีกคนคือ นางออด อายุ 65 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และมีอาการหูอื้อจากแรงอัดของระเบิด เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเมืองสมุทรปู่เจ้า จากการตรวจสอบภายในบ้าน พบตู้ปลาที่ตั้งอยู่ชั้นล่างแตกกระจาย เกิดจากแรงอัดของระเบิดปิงปอง นายสมควร อายุ 43 ปี ผู้บาดเจ็บ บอกว่า ตนกำลังนั่งเล่นอยู่ภายในบ้าน จากนั้น นางออด หยิบก้อนวัตถุบางอย่างโยนเข้ามาในบ้าน และเกิดระเบิดเสียงดัง จนตนได้รับบาดเจ็บ ด้านนางออด เล่าว่า […]

“ภูมิธรรม” ประชุม ครม.นัดพิเศษ ตั้งนายกฯ รักษาการ

ทำเนียบ 30 ส.ค.-“ภูมิธรรม” ประชุม ครม.นัดพิเศษ ตั้งนายกฯ รักษาการ ด้าน รมต.กล้าธรรม ลายกพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อขอมติ ครม.แต่งตั้งรักษาราชการแทน (รรท.) นายกรัฐมนตรี ขอมติ ครม.เห็นชอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ครม. ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลง และ ครม.พ้นทั้งคณะ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม.นัดพิเศษ มีรัฐมนตรีแจ้งลา 7 คน ได้แก่ 1. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ 2. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข 3. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ 4. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง 5. นายสุชาติ ชมกลิ่น […]

“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ

กทม. 30 ส.ค.-“แพทองธาร” เคลื่อนไหวหลังพ้นนายกฯ ขอบคุณประชาชนให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเมื่อวานนี้ (29 ส.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ล่าสุดเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเคลื่อนไหว แชร์โพสต์จาก Voice TV ซึ่งเป็นข้อความที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงยอมรับผลคำวินิจฉัยศาลและขอบคุณประชาชนเมื่อวานนี้ โดยเป็นช่วงที่ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า “ขอบพระคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงานเพื่อประเทศอย่างภาคภูมิใจตลอดเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลต่อจากนี้จะนำโอกาสกลับคืนสู่ประชาชนให้ได้“ จากนั้นได้มีการแชร์ภาพบรรยากาศภายในตึกไทยคู่ฟ้า ช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย จนถึงการแถลงข่าวเสร็จสิ้น.-316.-สำนักข่าวไทย