รฟท.แจ้งเปิดเดินรถปกติแล้ว หลังเหตุระเบิดรถไฟที่ปัตตานี

กรุงเทพฯ 13 ธ.ค. – การรถไฟฯ ชี้แจงความคืบหน้าเหตุระเบิดขบวนรถไฟโดยสารท้องถิ่น 452 บริเวณที่หยุดรถบ้านนิคม จ.ปัตตานี ล่าสุดเปิดทางรถวิ่งตามปกติแล้ว พร้อมประสานหน่วยงานความมั่นคงช่วยดูแลความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนในการเดินทาง


นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องวางข้างทางรถไฟ บริเวณที่หยุดรถบ้านนิคม จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 เวลา 12.25 น. เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟโดยสารท้องถิ่นที่ 452 (สุไหงโก-ลก-นครศรีธรรมราช) บางส่วนได้รับความเสียหาย และมีพนักงานกับผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย คือ นายชยพล ยิ้มแก้ว พนักงานขับรถ ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้ายและบริเวณลำคอ นายสันติบุรี เภาเส็น ช่างเครื่อง ได้รับบาดเจ็บหูอื้อ และมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ น.ส.วันอารีนีย์ สำตาลี ได้รับบาดเจ็บมีอาการปวดที่ไหล่ซ้าย ซึ่งทั้ง 3 คน การรถไฟฯ ได้เข้าไปดูแลนำส่งโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนความเสียหายของขบวนรถ พบว่า หัวรถจักรดีเซล 4230 กระจกหน้าแตก เครื่องยนต์ชำรุด ไม่สามารถทำขบวนต่อไปได้ ตู้โดยสารชั้น 3 และรถบรรทุกสัมภาระ กระจกด้านซ้ายแตก

นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้ประสานกับฝ่ายความมั่นคงในการเข้าไปดูแลพื้นที่เกิดเหตุโดยทันที จนต่อมาเวลา 16.15 น. ของวันเดียวกัน ก็สามารถเปิดทางให้ขบวนรถเดินรถได้ตามปกติอีกครั้ง ซึ่งต่อจากนี้ การรถไฟฯ จะเพิ่มมาตรการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ในการเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการเดินทาง พร้อมทั้งเดินหน้ากิจกรรมมวลชนสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่ ตามนโยบายของนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ปฏิบัติหน้าที่ โดยเน้นสร้างการมีส่วนร่วมจากชุมชนอย่างใกล้ชิด ด้วยการเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพี่น้องประชาชน ผู้นำศาสนา และหน่วยงานท้องถิ่น ในการนำเสนอความเห็น เพื่อนำมาใช้ปรับแนวทางเดินรถในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยต่อประชาชน พร้อมกันนี้ยังขอความร่วมมือประชาชน หากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผ่าไชน่า เรลเวย์ คว้า 3 โครงการรัฐในภูเก็ต

เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม กลายเป็นปฐมบทในการปูพรมตรวจสอบบริษัท ไชน่า เรลเวย์ หลังพบเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการก่อสร้างตึก สตง. และโครงการรัฐหลายแห่งทั่วประเทศ ล่าสุดที่ จ.ภูเก็ต ตรวจพบ 3 โครงการ และหนึ่งในนั้นกำลังมีปัญหาก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน

มหาสงครามโลก

นักวิชาการชี้ “มหาสงครามโลกครั้งที่ 3” เกิดแน่ถ้าโลกยังตึงเครียด

นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศระดับแนวหน้าของไทย มีความเห็นตรงกันว่า หากผู้นำชาติมหาอำนาจไม่เร่งลดระดับความตึงเครียดสถานการณ์โลก

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว

กู้ภัยนานาชาติ เครือข่าย USAR ถอนกำลังแล้ว หลังอยู่ปฏิบัติภารกิจค้นหา-กู้ชีพ สนับสนุนกู้ภัยไทย เหตุตึก สตง.ถล่ม กว่า 1 สัปดาห์

ธรรมชาติใต้ดินเปลี่ยนไป หลังแผ่นดินไหว 1 สัปดาห์

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งแรงสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ แม้บนพื้นผิวดินจะไม่ได้สร้างความเสียหายมากนัก แต่พบความเปลี่ยนแปลงสภาพใต้ดินจนเกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหลุมยุบขนาดใหญ่ น้ำพุร้อนที่เคยพุ่งจากใต้ดินหายไป แต่น้ำตกที่แห้งในหน้าแล้งกลับมีน้ำไหลออกมา ซึ่งนักธรณีวิทยายืนยันเป็นผลพวงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัยตึก สตง.ถล่ม

นายกรัฐมนตรี เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กู้ภัย ค้นหาผู้สูญหายเหตุตึก สตง.ถล่ม พร้อมสอบถามถึงอุปสรรคในการทำงานและความต้องการเพิ่มเติม

ปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

รองผู้ว่าฯ กทม. เผยยอดผู้เสียชีวิตเหตุตึกถล่ม ที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว อยู่ที่ 16 ราย และอยู่ระหว่างการค้นหาอีก 78 ราย พร้อมแจงปรับวิธีรายงานยอดผู้เสียชีวิต ให้นิติเวชยืนยันก่อน

นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ เนื่องในวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์

นายกรัฐมนตรี วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เนื่องในวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ พุทธศักราช 2568 ณ ปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า