fbpx

เงินเฟ้อ พ.ย.64 ขยายตัวต่อเนื่องเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.71 สูงรอบ 7 เดือน

นนทบุรี 3 ธ.ค.-กระทรวงพาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือน พ.ย.64 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.71 สูงสุดรอบ 7 เดือนปีนี้ สาเหตุมีหลายปัจจัยทั้งคลายล็อกดาวน์เปิดประเทศหลายธุรกิจกลับมาดำเนินได้ แต่ห่วงเชื้อโควิดรอบใหม่ พร้อมประเมินเงินเฟ้อปีหน้า อยู่ที่ร้อยละ 0.7-2.4 


นายรณรงค์  พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือ เงินเฟ้อประจำเดือนพฤศจิกายน 2564 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนสูงขึ้นร้อยละ 2.71 จากร้อยละ 2.38ในเดือนก่อนหน้าโดยสูงสุดรอบ 7 เดือนในปีนี้นับจากเดือนเมษายน 64 ตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ ประกอบกับฐานราคาปีที่ผ่านมาอยู่ระดับต่ำ รวมถึงราคาผักสด ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ เนื้อสุกร อาหารบริโภคในบ้าน-นอกบ้าน และเครื่องประกอบอาหาร ราคาปรับสูงขึ้นตามต้นทุน สำหรับสินค้าสำคัญที่ราคาลดลง อาทิ ข้าวสาร ไก่สด ผลไม้สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟผงสำเร็จรูป) และเสื้อผ้า ส่วนสินค้าอื่น ๆ ยังเคลื่อนไหวในทิศทางที่ปกติ สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและกลไกของตลาดในปัจจุบัน 

ทั้งนี้ เงินเฟ้อในเดือนนี้ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั้งมาตรการด้านการท่องเที่ยว และมาตรการสนับสนุนให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ที่ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมและกำลังซื้อของประชาชนปรับตัวดีขึ้น ทั้งนี้ทิศทางของเงินเฟ้อดังกล่าวสอดคล้องกับเครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ด้านอุปสงค์สะท้อนได้จากยอดการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า และมูลค่าการส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นร้อยละ 10.4 จากร้อยละ 10.0 ในเดือนก่อนหน้า และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า)     ที่กลับมาอยู่ในระดับความเชื่อมั่นอีกครั้ง จากระดับ 48.8 มาอยู่ที่ระดับ 50.7 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น จากระดับ 43.4 มาอยู่ที่ระดับ 45.2 ซึ่งต่ำกว่าระดับความเชื่อมั่นเล็กน้อย ส่วนด้านอุปทานสะท้อนได้จากอัตราการใช้กำลังการผลิต และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมที่ปรับเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับดัชนีราคาผู้ผลิตที่สูงขึ้นร้อยละ 8.5 จากร้อยละ 6.9 ในเดือนก่อนหน้า


ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐาน (เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว) สูงขึ้นร้อยละ 0.29 จากร้อยละ 0.21 ในเดือนก่อน  เงินเฟ้อทั่วไป เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2564 สูงขึ้นร้อยละ 0.28 และเฉลี่ย 11 เดือน (ม.ค.- พ.ย.) ปี 2564 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงขึ้นร้อยละ 1.15 (AoA) (ใกล้เคียงกับที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ ว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ระหว่างร้อยละ 0.8 – 1.2)

อย่างไรก็ตาม สนค.มองแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วในเดือนธันวาคม 2564 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงและมีทิศทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการผลิตสินค้าและค่าขนส่ง ส่วนราคาสินค้าในกลุ่มอาหารมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องตามความต้องการ ปริมาณผลผลิต ต้นทุนและวัตถุดิบ ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในหลากหลายรูปแบบที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และระบบเศรษฐกิจในภาพรวม รวมถึงการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและการท่องเที่ยวซึ่งมีทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการ และกระทบต่อเงินเฟ้อของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ (Omicron) ที่สร้างความกังวลไปทั่วโลก ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยง ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2564 จะอยู่ระหว่างร้อยละ 0.8 – 1.2 (ค่ากลางอยู่ที่   ร้อยละ 1.0) ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ขณะที่ทิศทางเงินเฟ้อปี 2565 คาดว่าจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากการปรับตัวดีขึ้นของอุปสงค์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การส่งออกสินค้าและการผลิต รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในรูปแบบต่าง ๆ    ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อของประชาชน นอกจากนี้ อุปสงค์ด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว จะส่งผลต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนในตะกร้าเงินเฟ้อค่อนข้างมาก สำหรับด้านอุปทานที่จะส่งผลบวกต่ออัตราเงินเฟ้อ ได้แก่ ราคาอาหารสดที่น่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ตามความต้องการและสภาพอากาศที่กระทบต่อผลผลิต และสินค้าในหมวดอื่น ๆ น่าจะเคลื่อนไหวในทิศทางปกติ โดยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิต การขนส่งและเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่วนอุปทานด้านน้ำมันดิบ คาดว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่จะทยอยปรับกำลัง การผลิตเพื่อให้สมดุลกับความต้องการ 


ทั้งนี้ ปัจจัยและแนวโน้มเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงและมีโอกาสผันผวน รวมถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ   ของไทยอาจจะได้รับแรงกดดันจากโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาสินค้าเกษตรที่มีความผันผวน รวมถึงมาตรการของภาครัฐ ซึ่งจะกดดันให้เงินเฟ้อของไทยขยายตัวได้อย่างจำกัด ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในปี 2565 จะเคลื่อนไหวระหว่างร้อยละ 0.7 – 2.4 ซึ่งเป็นอัตราที่น่าจะสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปี 2565 เป็นต้น.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

กำชับปลดล็อกกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น

รองโฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ กำชับปลดล็อกกัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น ต้องอยู่ในความควบคุม ถ้า THC เกิน 0.2% ถือเป็นยาเสพติด “อนุทิน” รับนโยบายเตรียมส่งต่อป.ป.ส.

เปิดข้อมูลปี 64 เด็กเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ว่าในปี 2564 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยมีอัตราการเพิ่มของประชากรติดลบ “ต่ำสุด” มีการเกิดใหม่เพียง 540,000 คน ขณะที่อัตราการตายเพิ่มสูง การเกิดลดลงเกิดขึ้นในหลายประเทศมานานแล้ว แต่สถิติของไทยยังเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ เพราะการลดลงในอัตราที่ติดลบ เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 7 ปี 

ข่าวแนะนำ

ขยับอีก! ผู้ค้าขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 40-60 สตางค์

PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดขึ้น 0.40 บาทต่อลิตร เว้น E20 และ E85 ปรับขึ้น 0.60 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด คงเดิม มีผล 25 ม.ค.65 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

ครม.เห็นชอบ “ไก่” เป็นสินค้าควบคุม

ครม.เห็นชอบ “ไก่” เป็นสินค้าควบคุม ต้องแจ้งสตอก ต้นทุนการผลิต ทุกเดือน สั่งพาณิชย์ประสานเอกชน ช่วยตรึงราคาสินค้าลดค่าครองชีพ

“ชวน” ยังไม่งดประชุมสภา แม้ “ชัยวุฒิ” ติดโควิด

“นพ.สุกิจ” เผย “ชวน” ยังไม่มีคำสั่งงดประชุมสภาฯ หลัง “ชัยวุฒิ” ติดโควิด-19 ขอ ส.ส.พปชร. ตรวจ ATK ก่อนเข้าร่วมประชุม

ครม.อนุมัติคนละครึ่งเฟส 4 แล้วเริ่ม 10 ก.พ.

ครม.อนุมัติโครงการคนละครึ่งเฟส 4แล้ว เริ่ม 10 ก.พ.วงเงินคนละ 1,200 บาท พร้อมอนุมัติเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะ 4 ด้วย