fbpx

ไทยร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง-เกาหลี

ทำเนียบรัฐบาล 7 ก.ย. – ไทยร่วมขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลี ยึด 3 เสาหลัก “ประชาชน ความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพ” หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน


น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างถ้อยแถลงของประธานร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 11 เตรียมจัดขึ้นวันที่ 8 กันยายน 2564 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลี เป็นประธานร่วม

กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลี (Mekong – Republic of Korea Cooperation : Mekong-ROK) ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา สปป ลาว เมียนมา เวียดนาม และเกาหลี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระหว่างประเทศสมาชิก สาระสำคัญของร่างถ้อยแถลงของประธานร่วมฯ มีดังนี้


  1. การแสดงเจตนารมณ์ของประเทศสมาชิกในการส่งเสริมความร่วมมือของกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-เกาหลี บนพื้นฐานหลัก 3 เสา คือ “ประชาชน ความเจริญรุ่งเรือง และสันติภาพ” และ 7 สาขาความร่วมมือสำคัญ ได้แก่ 1) วัฒนธรรมการท่องเที่ยว 2) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 3) การเกษตรและการพัฒนาชนบท 4) โครงสร้างพื้นฐาน 5) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 6) สิ่งแวดล้อม และ 7) ความท้าทายด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ เพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ของโลก และการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19
  2. การย้ำบทบาทของเกาหลีในการเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนุภูมิภาค ผ่านการให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนามาเป็นเวลากว่า 30 ปี โดยสนับสนุนเงินจำนวน 10.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านกองทุน Mekong-ROK Cooperation Fund : MKCF มาตั้งแต่ปี 2556
  3. การให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม และขนาดกลาง (MSMEs) เพื่อช่วยกระตุ้นความเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทาน
  4. การสอดประสานระหว่างกันของกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคฯ เช่น ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady – Choa Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy : ACMECS)
  5. ความร่วมมือในประเด็นระดับภูมิภาคและโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล. – สำนักข่าวไทย
ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ เผยน้ำท่วมชัยภูมิยังน่าห่วง 2 อำเภอ

สำรวจสถานการณ์น้ำท่วม จ.ชัยภูมิ กับนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ โดยขณะนี้อำเภอเมือง และอำเภอจัตุรัส สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เผยน้ำท่วมครั้งนี้หนักที่สุดในรอบ 50 ปี

ศบค.ลดวันกักตัวคนวัคซีนครบ เข้าไทยเหลือ 7 วัน

ศบค.เห็นชอบลดวันกักตัวต่างชาติ มีพาสปอร์ตวัคซีนเข้าไทยเหลือ 7 วัน – วัคซีนไม่ครบกักตัว 10 วัน คงเดินทางทางบกกักตัว 14 วันเหมือนเดิม เปิดออกกำลังกลางแจ้ง-ว่ายน้ำได้

ศบค.ขยายฉุกเฉิน เล่นดนตรีสดในร้านอาหารได้

ที่ประชุมศบค.ขยายระยะเวลาพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พ.ย. คงเคอร์ฟิวต่ออีก 15 วันแต่ลดเวลาเคอร์ฟิวเป็น 4 ทุ่มถึงตี 4 เปิดศูนย์การค้า-ร้านสะดวกซื้อได้ถึง 3 ทุ่ม ให้ร้านอาหารเล่นดนตรีสดได้ 1 ต.ค.นี้

ข่าวแนะนำ

สัญญาณดี! น้ำอ่างฯ ลำเชียงไกรลด 50% เตรียมนำเครื่องจักรเร่งซ่อมเเซม

ความคืบหน้าการซ่อมแซมคันดินพนังกั้นน้ำอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง เส้นทางที่ถูกน้ำท่วม รถสามารถผ่านได้ จนสามารถนำเครื่องจักรใหญ่เข้ามาซ่อมแซมได้แล้ว ส่วนปริมาณน้ำในอ่างลดลงประมาณ 50%

ปภ.เตือน 23 จังหวัดเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง-น้ำท่วมฉับพลัน

อย่าเพิ่งวางใจ! ปภ.แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน กลาง และตะวันออก รวม 23 จังหวัด เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ โดยเฉพาะจันทบุรีและตราด ขอให้เฝ้าระวังพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ กระทบบ้านเรือนประชาชน

ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังน่าเป็นห่วง หลังน้ำเหนือเขื่อน – ท้ายเขื่อนสูงขึ้น ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา ต้องเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลัง

ชัยภูมิยังน่าห่วง ระดับน้ำท่วมสูง

สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ บริเวณหน้าโรงพยาบาลชัยภูมิ ระดับน้ำยังท่วมสูง การรับส่งผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก