fbpx

ธปท.ออกแนวปฏิบัติการใช้เทคโนโลยี Blockchain สำหรับผู้ให้บริการทางการเงิน

กรุงเทพฯ 27 ก.ค. – ธปท.ออกแนวปฏิบัติการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการให้บริการทางการเงิน เพื่อประโยชน์กับลูกค้าผู้ใช้บริการ และองค์กรธุรกิจต่างๆ


น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ออกแนวปฏิบัติการใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการให้บริการทางการเงิน เพื่อให้ผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ใช้เป็นแนวทางในการนำเทคโนโลยี Blockchain ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับลูกค้าผู้ใช้บริการ และองค์กรธุรกิจต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้มีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่ประชาชนผู้ใช้บริการทางการเงินในโลกการเงินยุคดิจิทัลในอนาคต

เทคโนโลยี Blockchain มีศักยภาพในการพัฒนาภาคการเงิน เนื่องจากมีคุณสมบัติสำคัญเรื่องการกระจายข้อมูลจัดเก็บ การเข้ารหัสข้อมูล การเชื่อมต่อกันโดยอ้างอิงจากข้อมูลก่อนหน้า ทำให้การบริหารจัดการข้อมูลในเครือข่าย Blockchain มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ข้อมูลใน Blockchain ถูกปลอมแปลงแก้ไขได้ยาก และช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ส่งผลให้ต้นทุนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลต่ำลง ทำให้ประสิทธิภาพการดำเนินงานสูงขึ้น และสามารถนำไปพัฒนาบริการทางการเงินได้หลากหลาย ซึ่งในปัจจุบันภาคการเงินของไทยมีการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้มากขึ้น เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลธุรกรรมการเงิน การโอนเงินระหว่างประเทศ การออกหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินต่างๆ


แนวปฏิบัติฉบับนี้เป็นกรอบหลักการในการนำเทคโนโลยี Blockchain มาพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน ควบคู่ไปกับการดูแลความเสี่ยงอย่างรัดกุม โดยผู้ให้บริการทางการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. สามารถนำมาปรับใช้กับบริการทางการเงินที่มีการประยุกต์ใช้ Blockchain โดยเฉพาะในรูปแบบ Private Blockchain Network โดยเนื้อหาของแนวปฏิบัติ Blockchain ประกอบด้วยสาระสำคัญ 4 ส่วน ได้แก่ 

1) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในทางธุรกิจ 2) การกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยี Blockchain 3) การบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน IT 4) การบริหารความเสี่ยงทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้กำกับดูแลของ ธปท. นำแนวปฏิบัติฉบับนี้ไปปรับใช้ ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bot.or.th/Thai/FIPCS/Documents/FOG/2564/ThaiPDF/25640101.pdf. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

จับแล้วหลอกขายมือถือทำเด็กวัย 14 เครียดเส้นเลือดในสมองแตกดับ

ตำรวจไซเบอร์จับกุมบุคคลหลอกขายโทรศัพท์มือถือทางออนไลน์ ทำเด็กชายวัย 14 ปี ชาวเชียงใหม่ เครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต

ตำรวจไซเบอร์แถลงจับ 2 สาวหลอกขายมือถือให้ “น้องก้อง”

ตำรวจไซเบอร์ แถลงจับกุม 2 สาวแก๊งหลอกขายมือถือผ่านออนไลน์ให้ “น้องก้อง” วัย 14 ปี ทำเครียดเส้นเลือดสมองแตกเสียชีวิต พบเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเดียวกันมาแล้ว และยังมีเหยื่ออีกเกือบ 40 ราย ถูกร้านนี้หลอกขายของ

แจ้งจับ “หมอปลา” ให้ร้าย ตร. ปมศูนย์บำบัดยา

ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด แจ้งความดำเนินคดี “หมอปลา” ให้ร้ายตำรวจ กรณีศูนย์บำบัดยาเสพติดที่กาญจนบุรี ยืนยันตำรวจไม่มีเอี่ยวแสวงหาประโยชน์จากผู้บำบัดยาเสพติด

ไรเดอร์ปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่นหน้าห้างฯ กลางเมืองสมุทรปราการ

ไรเดอร์ยกพวกปะทะวัยรุ่นเจ้าถิ่น หน้าห้างสรรพสินค้าดังย่านถนนศรีนครินทร์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

ข่าวแนะนำ

สุโขทัยระทม น้ำเริ่มเข้าสู่เขตเมือง

ตอนนี้ หลายพื้นที่กำลังเผชิญกับน้ำท่วม โดยเฉพาะที่สุโขทัยต้องจับตาสถานการณ์ หลังน้ำที่ท่วมหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายข้าวของหนีน้ำ หลังจากน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่งล้นทะลักมาหลายวัน และน้ำในแม่น้ำยมที่ไหลผ่านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดพื้นที่ตัวเมืองเริ่มได้รับผลกระทบแล้ว

วันแรกภูเก็ตนำร่องฉีดวัคซีนโควิดเข็ม 3 เข้าผิวหนังแห่งแรกของไทย

วันนี้เป็นวันแรกที่จังหวัดภูเก็ต นำร่องฉีดวัคซีนโควิด เข็มที่ 3 ซึ่งเป็นเข็มกระตุ้น เข้าทางผิวหนังแทนการฉีดเข้ากล้ามเนื้อให้กับประชาชน หลังกระทรวงสาธารณสุข ไฟเขียวเพราะผลวิจัยชี้วิธีการนี้สร้างภูมิต้านทานได้ดีไม่ต่างจากการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ และยังช่วยลดปริมาณวัคซีนได้หลายเท่า

ปราบฉ้อโกงออนไลน์

คดีเด็กชายอายุ 14 ปี ที่เชียงใหม่ถูกหลอกให้โอนเงินค่ามือถือ เป็นกรณีที่ตอกย้ำถึงปัญหาการฉ้อโกงผ่านระบบออนไลน์ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปติดตามรายละเอียดและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหานี้

สธ.เผยฉีดวัคซีนโควิด ถวายเป็นพระราชกุศลฯ ทะลุล้านโดสแล้ว

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศรวมพลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ประชาชน ณ เวลา 16.30 น. รวม 12 เขตสุขภาพ ฉีดได้ 1,062,081 โดส ตามเป้าหมายการฉีดเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องในวันมหิดล 24 กันยายน 2564