fbpx

ขสมก.ปรับเวลารถคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทาง 2 ทุ่ม

กรุงเทพฯ 10 ก.ค. – ขสมก.ปรับเปลี่ยนเวลาให้บริการรถโดยสารประจำทางจากเวลาปกติ เป็นให้บริการเวลา 05.00-21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 12-25 ก.ค.64 เพื่อให้สอดคล้องกับมติที่ประชุม ศบค.


ขสมก.จึงจัดแผนการเดินรถโดยสารให้สอดคล้องกับมติที่ประชุม ศบค. โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. ปรับเปลี่ยนเวลาการให้บริการรถโดยสาร จากเวลาปกติ เป็นให้บริการเวลา 05.00-21.00 น. (เวลา 21.00 น. คือเวลาที่รถโดยสารกลับถึงอู่จอดรถ) ตั้งแต่วันที่ 12-25 กรกฎาคม 2564 โดยเพิ่มความถี่ในการปล่อยรถ ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า (05.00-08.00 น.) และช่วงเวลาเร่งด่วนเย็นถึงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (16.00-21.00 น.) ให้มีระยะห่างกันไม่เกิน 5-10 นาที หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชน  
  2. ให้บริการรถโดยสาร วันธรรมดา จำนวน 18,000-20,000 เที่ยว วันเสาร์-วันอาทิตย์ ให้บริการรถโดยสาร จำนวน 16,000 เที่ยว หรือจัดเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการใช้บริการของประชาชนในแต่ละช่วงเวลา
  3. ปล่อยรถโดยสารคันสุดท้าย ออกจากท่าปลายทางประมาณ 20.00 น. เพื่อให้พนักงานสามารถนำรถกลับเข้าอู่จอดรถได้ทันเวลา 21.00 น. โดยปรับเพิ่มความถี่ในช่วงการปล่อยรถ 3 คันสุดท้าย ให้มีระยะห่างกัน 5-10 นาที ซึ่งรถโดยสาร 3 คันสุดท้าย จะติดป้ายข้อความบ่งชี้บริเวณหน้ารถโดยสาร ดังนี้
       3.1 เหลือรถ 2 คันสุดท้าย
       3.2 เหลือรถ 1 คันสุดท้าย
       3.3 รถคันสุดท้าย

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งขณะใช้บริการรถโดยสาร นั่งหรือยืนตามจุดที่กำหนด กรณีผู้ใช้บริการเต็มจะต้องรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไป รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ใช้บริการ เตรียมตัวกลับบ้านก่อนเวลา 18.00 น. เพื่อลดความแออัดของผู้ใช้บริการบนรถโดยสาร ในช่วงเวลาก่อนรถโดยสารหยุดให้บริการ (20.00-21.00 น.) ซึ่งจะทำให้การดำเนินการตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมบนรถโดยสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ. – สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เงินเยียวยาถึงมือผู้ประกันตน 4 ส.ค.นี้ ย้ำโอนเข้าบัญชีผ่านพร้อมเพย์

สมาคมธนาคารไทยประสานธนาคารสมาชิก พร้อมรับโอนเงินเยียวยาประกันสังคมผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้ผู้ประกันตน ม.33 ที่ได้รับสิทธิรับเงินช่วยเหลือจากคำสั่งล็อคดาวน์พื้นที่สีแดงเข้ม รวม 13 จังหวัด 9 ประเภทกิจการกว่า 2.87 ล้านราย แนะผู้ได้สิทธิ รีบสมัครพร้อมเพย์ด้วยบัตรประชาชนก่อนวันที่ 4 สิงหาคม นี้

ข่าวแนะนำ

ถกห้างฯ ยันสตอกสินค้ามีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องกักตุน

อธิบดีกรมการค้าภายในได้ร่วมประชุมกับห้างสรรพสินค้าทั้งเล็กและใหญ่ต่างยืนยันสตอกสินค้าอุปโภคและบริโภคมีเพียงพอ ย้ำประชาชนไม่ต้องกักตุนสินค้าไว้แต่อย่างใด

ติดโควิดโทรสายด่วน 1330 เบอร์เดียว

ศบค.เผย สหรัฐกำหนดแนวทางการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ชัดเจน เตือนประชาชนที่ซื้อชุดโควิดมาตรวจเอง ถ้าเสี่ยงสูงแล้วผลเป็นลบ ต้องตรวจใหม่ภายใน 3 วัน ปรับระบบติดต่อผ่านสายด่วนสปสช. 1330 เบอร์เดียวเท่านั้น

สธ.วอนอย่าให้ล็อกดาวน์อีก 2สัปดาห์ต้องเสียเปล่า

ปลัดสธ.วอนอย่าให้ล็อกดาวน์ไปอีก 2 สัปดาห์ต้องเสียเปล่า ช่วยกันอยู่บ้าน ลดการออกนอกบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมาตรการล็อกดาวน์

“หมอมนูญ” ชี้สงครามโควิดเปลี่ยนไป

หมอมนูญ”ชี้สงครามโควิดเปลี่ยนไป มาตรการล็อกดาวน์แบบปีที่แล้วเข้มแค่ไหน คงไม่ได้ผลกับเชื้อสายพันธุ์เดลตา ต้องเรียนรู้อยู่กับโรคนี้ รีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุดเพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ป้องกันตัวเองเต็มที่ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง อย่าอยู่ในที่แออัด