fbpx

คลินิกแก้หนี้ต่อมาตรการช่วยเหลือรองรับโควิดระลอก 3

กรุงเทพฯ 7 ก.ค. – คลินิกแก้หนี้ ต่อมาตรการช่วยเหลือเพื่อรองรับผลกระทบจากโควิดระลอก 3 และปรับหลักเกณฑ์เพื่อขยายความช่วยเหลือลูกหนี้


นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ได้ประชุมเพื่อประเมินผลมาตรการช่วยเหลือในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2563 – มิถุนายน 2564) ผลโดยรวมถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจมาก ลูกหนี้ของคลินิกแก้หนี้ 99% ยังสามารถชำระค่างวดได้ ส่วนที่พักชำระหนี้โดยสิ้นเชิงมีเพียง 1% นอกจากนี้ เพื่อรองรับผลกระทบจากโควิดระลอกที่ 3 จึงได้ขยายมาตรการช่วยเหลือออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 รวมทั้งผ่อนปรนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ได้เพิ่มมากขึ้น สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 

ผลของมาตรการยา 2 สูตร เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ของโครงการคลินิกแก้หนี้ในช่วงเดือนตุลาคม 2563 ถึงมิถุนายน 2564 “สูตรจ่ายเท่าที่ไหว” ผ่อนปรนและจูงใจให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามความสามารถ ยิ่งชำระมาก จะได้ส่วนลดดอกเบี้ยมากขึ้น ผลของยาสูตรจ่ายเท่าที่ไหวแสดงให้เห็นว่า การได้รับส่วนลดดอกเบี้ยเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ ทำให้ลูกหนี้ยังคงพยายามชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในภาพรวมลูกหนี้ร้อยละ 99 ยังคงชำระค่างวดได้ โดยลูกหนี้จำนวน 14,044 ราย (ร้อยละ 77) ชำระหนี้เฉลี่ยร้อยละ 80 ขึ้นไป ของค่างวด ได้ส่วนลดดอกเบี้ย 2% และจำนวน 2,467 ราย (ร้อยละ 14) ชำระหนี้เฉลี่ยร้อยละ 40-79.99 ของค่างวด ได้ส่วนลดดอกเบี้ย 1% ส่วนจำนวน 1,520 ราย (ร้อยละ 8) ชำระค่าหนี้น้อยกว่าร้อยละ 40 ของค่างวด จะไม่ได้รับส่วนลดดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้ที่ใช้ยา “สูตรจ่ายไม่ไหว” ที่ไม่ชำระค่างวดเลยมีเพียง 192 รายเท่านั้น (คิดเป็นร้อยละ 1)  


จุดเด่นของมาตรการยาสองสูตรที่ดำเนินการมาแล้ว ก็คือเป็นมาตรการที่ยึดความต้องการของลูกหนี้เป็นศูนย์กลาง (debtor’s choice) ทำให้สามารถช่วยเหลือและตอบโจทย์ลูกหนี้ได้ตรงกับความต้องการควบคู่กับการใช้แรงจูงใจและกลไกตลาดในการแยกคนสองกลุ่มออกจากกัน ทำให้คลินิกแก้หนี้ลดภาระงานที่จะต้องประเมินลูกหนี้เป็นรายบุคคลไปมาก หากสถาบันการเงินนำกรอบความช่วยเหลือยาสองสูตรไปใช้ จะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

นอกจากนี้ ตามที่สถานการณ์โควิดระลอกที่ 3 ยังคงน่าเป็นห่วง และส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้างคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้จึงเห็นชอบให้ขยายมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อไปอีกจนถึง เดือน ธันวาคม 2564 โดยลูกหนี้สามารถชำระหนี้ตามความสามารถหรือจ่ายเท่าที่ไหว ซึ่งจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2 % ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ชำระเข้ามาในช่วงเวลามาตรการ แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้ 

(1) รายที่จ่ายค่างวดเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 2% (2) รายที่จ่ายค่างวดเฉลี่ยตั้งแต่ร้อยละ 40 แต่ไม่ถึงร้อยละ 80 จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 1%โดยส่วนลดดอกเบี้ยที่คำนวณได้จะถูกนำไปตัดเงินต้นในเดือนมกราคม 2565 ซึ่งจะทำให้หมดหนี้เร็วขึ้น


ทั้งนี้ มาตรการช่วยเหลือในช่วง 6 เดือนข้างหน้านี้ จะมีผลอัตโนมัติกับลูกหนี้ทุกรายและลูกหนี้ใหม่
ในโครงการโดยไม่ต้องลงทะเบียนโดยที่ลูกหนี้ต้องชำระหนี้ต่อเนื่อง สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ
ทางเศรษฐกิจทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ในช่วงนี้ ท่านสามารถขอผ่อนผันการชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข
ของโครงการ สำหรับท่านที่อยู่ในกลุ่มนี้ขอให้ติดต่อโครงการเพื่อสอบถามรายละเอียด ซึ่งผลการพิจารณา
ผ่อนผันขึ้นกับดุลพินิจของโครงการ 

นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ยังเห็นชอบให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การสมัครเข้าโครงการ 2 ประการ คือ ประการแรก เกณฑ์ด้านอายุ จากเดิมไม่เกิน 65 ปี เป็นไม่เกิน 70 ปี 
(เมื่อรวมระยะเวลาการปรับโครงสร้างหนี้) และประการที่ 2 ปรับอัตราดอกเบี้ยจากเดิมร้อยละ 4-7 เป็นอัตราเดียวที่ร้อยละ 5 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยในโครงการ การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยขยายความช่วยเหลือให้ลูกหนี้และช่วยให้การดำเนินการเร็วขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป 

ผลการดำเนินงานของโครงการคลินิกแก้หนี้สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2564 มีลูกหนี้เข้าโครงการรวม 60,578 บัญชี ภาระหนี้เงินต้น 4,670 ล้านบาท โดยเฉลี่ยลูกหนี้ 1 ราย มีเจ้าหนี้ 3 ราย เฉลี่ยเงินต้น 
244,444 บาท 

ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดที่เป็นหนี้เสีย ให้รีบสมัครเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งท่านที่สมัครในช่วงนี้ถึงสิ้นปี 2564 จะได้รับประโยชน์จากส่วนลดอัตราดอกเบี้ย 1-2% ตามที่แจ้ง นอกจากนี้ประชาชนที่ได้สมัครมาที่โครงการและยังไม่ได้รับการติดต่อกลับ ขอความกรุณารออีกเล็กน้อย คลินิกแก้หนี้กำลังเร่งดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่  

สุดท้ายนี้ ประเด็นที่จะขอย้ำ คือ หากมีผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทน ธปท. สามารถช่วยเจรจาปรับโครงสร้างหนี้หรือเรื่องใด ๆ และมีการเรียกเก็บค่าดำเนินการ กรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง หรือหากมีข้อสงสัยจากการถูกสอบถามข้อมูลส่วนตัวและภาระหนี้สินสามารถแจ้งเรื่องหรือสอบถามได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213 รวมทั้งสามารถติดตามการเปิดรับสมัคร และข่าวสารของโครงการคลินิกแก้หนี้ผ่านทาง Website LINE Facebook ของคลินิกแก้หนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 
Call Center คลินิกแก้หนี้ 0-2610-2266 หรือ 1443 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00-19.00 น. . – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ศธ. จ่อชง ครม. แจกนักเรียนคนละ 2,000 จ่ายตรงผู้ปกครอง

ศธ. จ่อชง ครม. ใช้งบฯ 2.1 หมื่นล้าน แจกนักเรียนคนละ 2,000 บาท กว่า 10.8 ล้านคน จ่ายเงินตรงให้ผู้ปกครอง ช่วยค่าใช้จ่ายการเรียนรู้ลดภาระผู้ปกครอง

สภากาชาดไทยเผยชื่อ อบจ.38 จว. ได้รับจัดสรรโมเดอร์นาให้กลุ่มเป้าหมาย

เลขาธิการสภากาชาดไทยระบุว่า ได้แจ้งผลการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาตามที่ อบจ. หลายจังหวัดขอรับมา ซึ่งพิจารณาจัดสรรให้ 38 จังหวัด ย้ำต้องนำไปฉีดแก่กลุ่มเปราะบางฟรีตามที่กำหนด โดย อบจ. ทุกแห่งบริจาคเข้ากองทุนจัดหาวัคซีนและยาโควิดเพื่อประชาชน 1,100 บาทต่อโดส

“พล.อ.ประวิตร” ยินดี “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

“พล.อ.ประวิตร” ชื่นชมและยินดีกับ “น้องเทนนิส” คว้าเหรียญทองโอลิมปิก พร้อมส่งกำลังใจให้นักกีฬาทุกคน

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เชิญชวนคนไทยละเว้นอบายมุข ช่วงเข้าพรรษา

นายกฯ เชิญชวนคนไทยงดเหล้า เลิกบุหรี่ ละเว้นอบายมุข ช่วงเข้าพรรษา เพื่อสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ป้องกันโควิด-19

อุตุฯ เตือนอีสาน ฝนหนักมากบางพื้นที่

กรมอุตุฯ เตือนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือ และตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง ขอประชาชนระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่

นายกฯ ยินดี ‘เทนนิส’ คว้าทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย

นายกรัฐมนตรี ยินดี ‘เทนนิส พาณิภัค’ คว้าทองแรกให้ทัพนักกีฬาไทย ชี้เป็นรางวัลแห่งความมุมานะ เชิญชวนคนไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์นักกีฬาไทยถึงวันที่ 8 ส.ค.นี้