fbpx

สบน.วางแผนกู้เงิน 5 แสนล้านบาท

กระทรวงคลัง 25 พ.ค.-สบน.วางแผนกู้เงิน 5 แสนล้านบาท อย่างรอบคอบ ระบุไม่ได้กู้ครั้งเดียวเต็มจำนวน สถาบันจัดอันดับเครดิต ยังมีมุมมองดีต่อฐานะการคลังของไทย

นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงิน COVID-19 ฉบับที่ 2 วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท โดยต้องลงนามในสัญญากู้เงิน หรือออกตราสารหนี้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2565 โดย ที่ผ่านมาสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้บริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างรอบคอบและระมัดระวังตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และภายใต้กรอบวินัยทางการคลังอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ทางการคลัง (Fiscal Space) คงเหลือและเพียงพอเพื่อดำเนินนโยบายและแก้ไขปัญหาวิกฤตของประเทศ สำหรับการกู้เงินของรัฐบาลในวงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน COVID-19 ฉบับที่ 2 นั้น สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ พร้อมบริหารจัดการอย่างรอบคอบโดยวางแผนและทยอยกู้เงินตามความจำเป็นและตามแผนการเบิกจ่ายจริง และไม่ได้กู้เงินทั้งจำนวน 500,000 ล้านบาท ในคราวเดียว โดยจะใช้เครื่องมือทางการเงินที่ผสมผสานทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้ได้วงเงินกู้ที่ครบถ้วนภายใต้ต้นทุนที่เหมาะสมและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดการแย่งสภาพคล่องจากภาคเอกชน และส่งเสริมการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ


ในช่วงปีที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้วางแผนกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน COVID-19 ฉบับที่ 1 เกือบครบ 1 ล้านล้านบาท และจะต้องกู้เพิ่มอีก 500,000 ล้านบาท เตรียมแปนกู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้และในปีหน้า เพื่อใช้ดำเนินนโยบายการคลังเพิ่มเติมในการดูแลทุกภาคส่วนรวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤตการระบาดของ COVID-19 ทั้งนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ คาดการณ์สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 58.56% ของจีดีพี และยังคงดำเนินการบริหารหนี้สาธารณะด้วยความรอบคอบและระมัดระวังเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลังและการบริหารหนี้สาธารณะให้อยู่ในกรอบบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากลยังมีมุมมองที่ดีต่อภาคการคลังที่แข็งแกร่งของประเทศไทย ซึ่งสะท้อน ความเชื่อมั่นของการดำเนินนโนบายทางการคลังของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

หลังจากพ.ร.ก. กู้เงิน COVID-19 ฉบับที่ 1 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท ครม.อนุมัติ 287 โครงการ กรอบวงเงินกู้ 817,223 ล้านบาท และกระทรวงการคลังได้กู้เงินแล้ว จำนวน 703,841 ล้านบาท เบิกจ่ายแล้ว 680,099 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 83.22 ของวงเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2563 หดตัวที่ประมาณ – 6% ซึ่งต่ำกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 ไว้ที่ – 8.1% และที่ IMF คาดการณ์ไว้ที่ประมาณ – 8%.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

แจงผลชันสูตรแม่บ้าน ตายหลังฉีดแอสตราฯ

หน.แผนกนิติเวช รพ.ภูมิพล แจงยิบผลชันสูตรแม่บ้านหญิงวัย 46 ตายหลังฉีดแอสตราเซเนกา พบปอด 2 ข้างบวมน้ำ-เลือดออกในถุงหุ้มหัวใจ-กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด-เส้นเลือดหัวใจตีบ

ไต้หวันว่าไทยให้ความสำคัญกับวัคซีนในประเทศก่อน

ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ของไต้หวันกล่าววันนี้ว่า ประเทศไทยจัดลำดับสำคัญของวัคซีนของแอสตราเซเนกา พีแอลซี ที่ผลิตในประเทศไทยให้กับประเทศของตนเองก่อน เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยมีความรุนแรงมาก ทำให้การส่งมอบวัคซีนให้ไต้หวันล่าช้ากว่ากำหนด

ชูมาตรการ “Online – Onsite – Upgrade – Vaccine”

ระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน ผนึกกำลังขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานด้วยหลักการ “Online – Onsite – Upgrade – Vaccine”

อุเทนถวายลงดาบรุ่นพี่โหด 12 คน ให้พ้นสภาพนักศึกษา

อุเทนถวายลงดาบรุ่นพี่โหด 12 คน ให้พ้นสภาพนักศึกษา ด้านตัวแทนมหาวิทยาลัยฯ นำผลการสอบลงโทษ มอบให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันดำเนินคดี

ข่าวแนะนำ

นายกฯ เผยผ่อนคลายเปิด 5 สถานที่ กทม. 14 มิ.ย.นี้

นายกฯ โพสต์เฟซบุ๊ก 14 มิ.ย.นี้ ผ่อนคลายมาตรการสถานที่ 5 ประเภท กรุงเทพมหานคร เปิดได้ปกติ พร้อมเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว 1 ก.ค.นี้

ญาติคาใจลูกชายดับปริศนา หลังฉีดวัคซีน 10 วันไม่มีประวัติป่วย

ญาติคาใจหลัง ตำรวจหนุ่มเสียชีวิตปริศนาหลังฉีดวัคซีนเพียง 10 วัน ญาติเผยผู้ตายเป็นคนเเข็งเเรง ไม่มีโรคประจำตัว จึงไม่อยากเชื่อว่าจากไปเร็วเช่นนี้

สปสช. ช่วยเหลืออาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนไปแล้ว 395 ราย

สปสช. เผย 4 สัปดาห์ จ่ายช่วยเหลือเบื้องต้นอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้ว 395 ราย เป็นเงิน 7,572,300 บาท เป็นกรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร 11 ราย ระบุอาการไม่พึงประสงค์เกินกว่า 50% จะมีอาการชา นอกนั้นคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลียจนต้องนอนพักในโรงพยาบาล ย้ำเป็นการดูแลเบื้องต้น ไม่ใช่การพิสูจน์ถูกผิดว่าเกิดจากวัคซีนหรือไม่