fbpx

กรุงไทยแนะภาคธุรกิจเริ่มประเมิน Carbon Footprint

กรุงเทพฯ 12 พ.ค.-ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย ชี้ 2 โจทย์ใหญ่ของภาคธุรกิจในระยะถัดไป คือ การพลิกฟื้นธุรกิจด้วย Growth engine ใหม่ๆ และการปรับตัวให้สอดรับกับบริบทสังคมคาร์บอนต่ำ แนะการประเมิน Carbon Footprint เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ พบปัจจุบันยังไม่แพร่หลาย มีเพียง 1,884 ผลิตภัณฑ์ และ 151 บริษัทที่ขึ้นทะเบียน


นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ประเมินว่านอกจากการฟันฝ่าวิกฤตโควิด-19 ยังมีอีก 2 โจทย์ท้าทายสำหรับธุรกิจไทย นั่นคือ การสร้าง Growth engine ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน และการปรับตัวให้สอดรับกับบริบทใหม่ๆ ของโลก โดยเฉพาะการเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal: SDG) และข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งจะมีนัยต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้นในอนาคต เช่น ธุรกิจส่งออกอาจเผชิญความท้าทายจากมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดน ในปี 2566 ของยุโรป ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และอุตสาหกรรมพลังงานอาจได้รับผลกระทบจากการมุ่งใช้พลังงานสะอาดและรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ จีน และยุโรป

“ธุรกิจไทยต้องติดตามทิศทางการเปลี่ยนแปลง และบริบทใหม่ของโลกในเรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงตื่นตัวมากขึ้นกับการเตรียมพร้อม อาทิ การขึ้นทะเบียนและได้รับฉลาก Carbon Footprint ทั้งในระดับผลิตภัณฑ์ และระดับองค์กร ผ่านองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เพื่อรับรู้สถานะ เป็นไปตามเกณฑ์สินค้าที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก และต่อยอดสู่การดำเนินโครงการลดและซื้อขายคาร์บอนได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดย ณ ปี 2563 มีการขอรับรอง Carbon Footprint และยังอยู่ในอายุสัญญาเพียง 1,884 ผลิตภัณฑ์ และ 151 บริษัท ซึ่งกระจุกตัวในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นส่วนใหญ่”


นายชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ นักวิเคราะห์ กล่าวว่าภาคธุรกิจยังสามารถใช้ประโยชน์จากกลไกหน่วยงานของรัฐ เช่น 2 โครงการ จาก อบก. คือ 1. โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (T-VER) ซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับคาร์บอนเครดิตและสามารถนำไปใช้ชดเชยระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรหรือผลิตภัณฑ์ให้ลดลง สร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต และแสดงในรายงานความยั่งยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และ 2.โครงการนำร่องระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ (Thailand V-ETS) ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และเข้าใจระบบการซื้อขายใบอนุญาตปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นรูปแบบที่เริ่มนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เช่น ยุโรป เกาหลีใต้ และจีนที่จะเริ่มอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2564 นี้

นายณัฐพร ศรีทอง นักวิเคราะห์ กล่าวเสริมว่าอีกคำตอบของโจทย์เหล่านี้ คือ การขับเคลื่อนธุรกิจด้วยโมเดล BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ภายใต้หัวใจของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ซึ่งเป็นแนวทางที่ภาครัฐจะใช้ขับเคลื่อนประเทศ พร้อมตั้งเป้าเพิ่ม GDP ไทย 1 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยหลายอุตสาหกรรมสามารถนำโมเดลนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น ภาคเกษตรและอาหารอาจเปลี่ยนไปผลิตอาหารที่ทำมาจากพืชเป็นหลัก (Plant-based Food) และอาหารฟังก์ชั่น (Functional Food) ส่วนธุรกิจพลังงาน วัสดุ และเคมีภัณฑ์ สามารถยกระดับสู่พลังงานหมุนเวียน อาทิ ไฟฟ้าจากชีวมวล ตลอดจนก้าวสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น เม็ดพลาสติกหมุนเวียน และบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากขยะพลาสติก ทั้งนี้ บทเรียนจากต่างประเทศชี้ว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญ คือ ผู้ประกอบการต้องมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่ไปกับการสร้างพันธมิตรที่เกื้อหนุนกันใน Ecosystem ได้ต่อไป.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

เปิดภาพสเก็ตช์ เร่งล่าคนร้าย มีดจี้นักเรียนไปล่วงละเมิดในป่า

ตำรวจเปิดภาพสเก็ตช์เร่งล่าคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น ก่อเหตุใช้มีดจี้นักเรียนสาวหน้าตาดี อายุ 17 ปี ไปล่วงละเมิดในป่าละเมาะท้ายหมู่บ้าน

สธ.เปิดแผนฉีดไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12 ขึ้นไป

สธ.เปิดแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12-17 ปี จำนวน 4.5 ล้านคน เริ่มฉีดจริง 4 ต.ค.นี้ ภายใต้เงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง พร้อมจัดทำคู่มือการฉีดวัคซีนไฟเซอร์

ข่าวแนะนำ

จับแชร์ “ออมเงิน” ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเจ้าของวงแชร์พร้อมสามี หลอกลงทุนออนไลน์ ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี

เจ้าหน้าที่เขาใหญ่ถูกกระทิงขวิด เสียชีวิต 1 นาย

เกิดเหตุสลด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2 นายถูกกระทิงขวิด ส่งเฮลิคอปเตอร์รับตัวนำส่งโรงพยาบาล ล่าสุดเจ้าหน้าที่คนหนึ่งเสียชีวิตแล้ว

สธ.เปิดแผนฉีดไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12 ขึ้นไป

สธ.เปิดแนวทางฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 12-17 ปี จำนวน 4.5 ล้านคน เริ่มฉีดจริง 4 ต.ค.นี้ ภายใต้เงื่อนไขต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง พร้อมจัดทำคู่มือการฉีดวัคซีนไฟเซอร์