fbpx

ผลสำรวจผู้บริหารส.อ.ท.หนุนแผนส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า

กรุงเทพฯ 29 เม.ย.- ผลสำรวจผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ส่วนใหญ่สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ กระตุ้นภาครัฐเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น


นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 5 ในเดือนเมษายน 2564 ภายใต้หัวข้อ “ความเห็นต่อแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่สนับสนุนแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ (ZEV หรือ Zero Emission Vehicle) และต้องการให้ภาครัฐเริ่มดำเนินการให้เร็วยิ่งขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าก่อนปี 2568

ทั้งนี้ จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 200 คน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 75 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ต้องการให้ภาครัฐเริ่มดำเนินการแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เร็วขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายก่อนกำหนดในปี 2568 คิดเป็น ร้อยละ 47.0 รองลงมาเห็นด้วยตามกรอบระยะเวลาตามแผนฯ ที่จะเริ่มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในปี 2568 คิดเป็น ร้อยละ 31.5 และมีเสนอให้เลื่อนการดำเนินงานตามแผนฯ ออกไป 5 ปี และ 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 11 และร้อยละ 10.5 ตามลำดับ 


สำหรับปัจจัยที่จะเป็นตัวเร่งทำให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พบว่า 3 อันดับแรก ผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับเรื่องราคารถยนต์ไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา รองลงมาเป็นเรื่องการเพิ่มสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ให้เพียงพอและครอบคลุมทั่วประเทศ และเรื่องระยะทางในการใช้งานที่เหมาะสมของรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งความสะดวกในการชาร์จ

โดยหากมองถึงมาตรการของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ตามปริมาณ CO2  การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าที่ Charging Station ให้จูงใจผู้ใช้งาน คิดเป็นร้อยละ 59.5 และการปรับปรุงภาษีรถยนต์ประจำปีเพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในส่วนการเตรียมความพร้อมของภาครัฐเพื่อรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมการลงทุนตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging Station) ให้มีสถานีเพียงพอและครอบคลุมในแต่ละพื้นที่  การบริหารจัดการซากรถยนต์และแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ และการเตรียมการจัดหาไฟฟ้าและพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งานในระยะยาว       

นอกจากนี้ FTI Poll ยังได้เจาะลึกถึงกรณีที่ภาครัฐจะเร่งรัดการใช้และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศจะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมในเรื่องใดบ้าง พบว่า 3 อันดับแรก ผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้มีการผลิตแบตเตอรี่ที่คุณภาพดีและมีราคาเหมาะสมภายในประเทศ รองลงมาเป็นการเตรียมการปรับปรุงโครงสร้างภาษีและพิกัดศุลกากรเพื่อส่งเสริมให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้  และการช่วยเหลือผู้ประกอบการใน Supply Chain ของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ในการปรับตัวไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า


ซึ่งจากผลสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมที่ควรจะต้องเร่งปรับตัวและได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อเตรียมความพร้อมตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและเกษตรกรที่เกี่ยวข้อง และอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ยึดลอตใหญ่ ยาบ้า 8 ล้านเม็ด

สกัดจับรถยนต์ต้องสงสัย พบยาบ้า 8 ล้านเม็ด ซุกในกระสอบท้ายกระบะ จำนวน 40 กระสอบ ผู้ต้องหาสารภาพขนมาจากภาคเหนือ จะไปส่งเอเย่นต์ภาคกลาง

ไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดสถึงไทยพรุ่งนี้

โฆษกกต.เผยวัคซีนไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดสจากสหรัฐถึงไทยพรุ่งนี้เช้า เร่งประสานหาเพิ่ม ขอบคุณสหราชอาณาจักรมอบแอสตราฯ 415,040 โดส สะท้อนสัมพันธ์แน่นแฟ้น ส่วนชาวต่างชาติอายุ 75 ปี อาศัยพื้นที่สีแดง Walk in ฉีดที่สถานีกลางบางซื่อได้เลย

ข่าวแนะนำ

แจงสถานการณ์เตียงล้นทุกระดับสี วอนช่วยกันอยู่บ้าน ลดอัตราป่วย

อธิบดีกรมการแพทย์ แจงสถานการณ์เตียงล้นทุกระดับสี ขอความเห็นใจ 2-4 สัปดาห์ ต้องช่วยกันลดอัตราการป่วย อยู่บ้านให้มากที่สุด เพราะจำนวนเตียงไม่พอ รองรับไม่ไหว

ฝนตกหนัก น้ำท่วมหลายจังหวัด เร่งช่วยชาวบ้านถูกตัดขาด

ฝนที่ตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด ที่เพชรบุรี น้ำหลากท่วมถนนเข้าหมู่บ้านโป่งลึก-บางกลอยบางช่วงสูงถึง 1.50 เมตร สัญจรไม่ได้ เร่งนำเสบียงเข้าช่วยเหลือ

แจ้งจับขบวนการเรียกเงินนำคนฉีดวัคซีน

ผอ.ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เปิดเผยถึงความคืบหน้าเอาผิดขบวนการทุจริตขายคิวจองวัคซีน ว่าความจริงไม่ได้เป็นการแฮกข้อมูล เท่าที่สอบสวนจากผู้ที่กันตัวไว้เป็นพยาน เป็นการใช้สิทธิ์โดยมิชอบ