fbpx

EV มาแรงในอาเซียน

กรุงเทพฯ 22 เม.ย. – EA จัดงบ 175 ล้านบาทจัดตั้งบริษัทย่อย BEV รุกธุรกิจEV ด้านนักวิเคราะห์​คาด​ปี78 ยอดขายEVในอาเซียนจะแซงยอดขาย เครื่องยนต์สันดาปภายใน


 บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ได้จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ชื่อ “บริษัท ศูนย์ทดสอบแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (BEV) โดย EA ถือหุ้นร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน และ EA BVI HOLDING LIMITED เป็นบริษัทย่อยของ EA ถือหุ้นร้อยละ 48 ของทุนจดทะเบียน สำหรับสัดส่วนหุ้นที่เหลือร้อยละ 2 ถือโดยบุคคลธรรมดา 2 รายที่ไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทจดทะเบียน


ทั้งนี้ BEV ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมธุรกิจด้านแบตเตอรี่ และยานยนต์ไฟฟ้าของกลุ่มบริษัท  มีทุนจดทะเบียน 175,000,000 บาท มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยพัฒนา ทดสอบ รับรองคุณภาพเซลล์ของแบตเตอรี่ รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ของยานยนต์ไฟฟ้า

อนึ่งธุรกิจ EV ของบริษัท EA นั้นในปีนี้ผู้บริหารคาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ EV เพิ่มขึ้นเป็น 20-30% จากในปีที่ผ่านมายังไม่มีสัดส่วนรายได้ของธุรกิจนี้มาก่อน

บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)​ เผยแพร่บทวิเคราะห์จาก จาก MKE Research ประเทศมาเลเชียว่า ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) ตั้งเป้ายอดขายเทียบเท่ากับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICEV) ในอาเซียนภายในปี 2573 และแซงหน้า ICEV จากปี 2578 เป็นต้นไป


การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียนอยู่ที่ 4% ในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ด้วยตลาดของกลุ่มขับเคลื่อน 4 ล้อ (4W) อยู่ที่ 40 ล้านคัน และกลุ่มขับเคลื่อน 2 ล้อ (2W) อยู่ที่ 220 ล้านคัน ตามลำดับ คาดว่า EV จะเติบโตขึ้น 5 เท่า เป็น 20% ภายในปี 2568 โดยประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซียถือเป็นตลาด 4W ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ในแง่ของยอดขาย โดยครองส่วนแบ่งตลาด 75% ในขณะเดียวกันก็เป็นศูนย์กลางการผลิตในอาเซียนด้วย ส่วนในกลุ่ม 2W ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียมีส่วนแบ่งตลาดที่สูงถึง 99% ในแง่ของยอดขาย

ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญสำหรับ EV ในอาเซียน ได้แก่ ต้นทุนที่ลดลง ความชอบของผู้บริโภค สำหรับไลฟ์สไตล์ที่เน้นพลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงนโยบายของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ตลาดยานยนต์ในอาเซียนยังคงให้ความสำคัญกับ ICEV เป็นอย่างมาก เนื่องจากการใช้ EV ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่า 1% ในตอนนี้

สิงคโปร์  : เป็นประเทศที่มองการณ์ไกลมากที่สุดและเร็วที่สุดในการรองรับ e-mobility โดยประเทศมุ่งมั่นที่จะยุติการผลิต ICEV ภายในปี 2583

ไทย  :เร่งการนำ EV มาใช้ โดยย่นระยะเวลาคาดการณ์ล่วงหน้า (การผลิตและการใช้งานในประเทศ) ให้เร็วขึ้น 5 ปีจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ โดยตั้งเป้าที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ของอาเซียนภายในปี 2568

อินโดนีเซีย : มีนโยบาย EV ที่ชัดเจนและเป็น FDI ที่สนับสนุน EV โดยประเทศได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะยุติการผลิต ICEV ภายในปี 2578 โดยมีปริมาณนิกเกิลสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่

เวียดนาม  : Vinfast ผู้ผลิต EV ที่สำคัญของเวียดนาม (ผลิตยานยนต์ สกูตเตอร์ รถบัส) พร้อมที่จะส่งออกรุ่นต่างๆ ไปทั่วโลก

ความท้าทายที่จะมาขัดขวางการเร่งนำ EV มาใช้ ได้แก่ ราคาที่จับต้องได้ ระยะเวลาในการชาร์จ ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง  ความน่าเชื่อถือ และความพร้อมใช้งานของสถานีชาร์จ รวมถึงตัวเลือกต่างๆ ของรถยนต์  EV ในรุ่นต่างๆ นโยบายของรัฐบาลในรูปแบบของสิ่งจูงใจสามารถสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงด้านราคา EV ให้สามารถจับต้องได้ ในขณะเดียวกัน บริษัทผู้รับจ้างผลิตสินค้า (OEM) ต้องเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม ในแง่ของความน่าเชื่อถือของแบตเตอรี่และเทคโนโลยี

ในบรรดานโยบายและสิ่งจูงใจที่รัฐบาลสามารถพิจารณาเพื่อเพิ่มความต้องการให้กับ EV ได้แก่ แรงจูงใจทางการเงินที่เกิดขึ้นประจำ เช่น ภาษีน้ำมันหรือราคาไฟฟ้าแบบไดนามิก สิ่งจูงใจทางการคลังแบบครั้งเดียว เช่น การยกเว้นภาษีหรือการกำหนดราคาคาร์บอน และสิ่งจูงใจที่ไม่ใช่การคลัง เช่น การเรียกเก็บเงินค่าโครงสร้างพื้นฐาน การเข้าถึงช่องทางพิเศษ ที่จอดรถฟรี การยกเว้นค่าผ่านทางและการเข้าถึงเขตการปล่อยมลพิษต่ำ

ดังนั้น เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เทรนด์ EV กำลังมา อาเซียนควรมองไปที่การดึงดูดการลงทุน EV ของจีนและการร่วมเป็นหุ้นส่วน EV ที่มีศักยภาพ ซึ่งจีนมีโมเดล EV ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว พร้อมห่วงโซ่คุณค่าที่สมบูรณ์และบริษัท EV ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ซึ่งอาเซียนสามารถเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขับเคลื่อนพวงมาลัยขวาให้กับจีนได้อีกด้วย. – สำนักข่าวไทย

ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

ญาติยังคาใจ ฉีดวัคซีน 2 วัน เสียชีวิต

ครอบครัวติดใจ คนขับรถเอกซเรย์เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนโควิด 2 วัน ภรรยาเผยสามีไม่มีโรคประจำตัว ร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ได้ชันสูตรศพ เพราะไม่อยากวุ่นวาย

หญิงชาวมาลีให้กำเนิดทารกแฝด 9 คน ครั้งแรกในโลก

หญิงชาวมาลี วัย 25 ปี สร้างความตกตะลึงให้กับวงการแพทย์ หลังให้กำเนิดทารกแฝด 9 ที่โรงพยาบาลในคราวเดียว เป็นครั้งแรกในโลก

ลูกหลานแพร่เชื้อ หลวงตาติดโควิด 2 วันมรณภาพ

เผาทันที ศพหลวงตา วัย 73 ปี ติดโควิด-19 แค่ 2 วัน มรณภาพ คาดรับเชื้อจากญาติโยมกลุ่มลูกหลานที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ

เตือนอินเดียหายนะแน่หากโควิด-19 ระบาดระลอกสาม

ผู้เชี่ยวชาญในอินเดีย เตือนการระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม เป็นสิ่งที่อินเดียไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และจะสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้แก่ประเทศและประชาชน ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญการระบาดระลอกสองอยู่

ข่าวแนะนำ

เตือนอินเดียหายนะแน่หากโควิด-19 ระบาดระลอกสาม

ผู้เชี่ยวชาญในอินเดีย เตือนการระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม เป็นสิ่งที่อินเดียไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และจะสร้างหายนะครั้งใหญ่ให้แก่ประเทศและประชาชน ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญการระบาดระลอกสองอยู่

วัคซีนซิโนแวคมาถึงไทยอีก 1 ล้านโดส

คซีนซิโนแวคจากจีนมาถึงไทยอีก 1 ล้านโดส เมื่อเช้ามืดวันนี้ หลังก่อนหน้านี้นำเข้ามาแล้ว 2.5 ล้านโดส รวมยอดนำเข้า 3.5 ล้านโดส และวันที่ 14 พ.ค.จะเข้ามาอีก 5 แสนโดส

หญิงชาวมาลีให้กำเนิดทารกแฝด 9 คน ครั้งแรกในโลก

หญิงชาวมาลี วัย 25 ปี สร้างความตกตะลึงให้กับวงการแพทย์ หลังให้กำเนิดทารกแฝด 9 ที่โรงพยาบาลในคราวเดียว เป็นครั้งแรกในโลก