fbpx

กยศ. ชี้แจงกรณีคุณตาคุณยายถูกไล่ที่ ตามหาลูกชายที่เป็นผู้กู้ยืม

กรุงเทพฯ 2 เม.ย.-กยศ. ชี้แจงกรณีคุณตาคุณยายถูกไล่ที่ ตามหาลูกชายที่เป็นผู้กู้ยืม ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้โดยตลอด แต่ผู้กู้ไม่ชำระหนี้ตามสัญญา จึงต้องยึดทรัพย์ก่อนคดีขาดอายุความ


กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชี้แจงกรณีข่าวคุณตาคุณยายชาวกำแพงเพชร ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ขอให้เป็นสื่อกลางตามหาลูกชายที่ออกจากบ้านไปหาเงินมาใช้หนี้กองทุน จนมีหนังสือจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดกำแพงเพชร ประกาศยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาด จนกระทั่งผู้ที่ซื้อทรัพย์ดังกล่าวได้มาเสนอขายที่คืนนั้น

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากกรณีดังกล่าว กองทุนได้ตรวจสอบสถานะของผู้กู้ยืมรายนี้แล้ว พบว่า ผู้กู้ยืมได้ทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างปีการศึกษา 2540 – 2545 รวมเป็นเงินต้นทั้งสิ้น 132,010 บาท ผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้จนถูกดำเนินคดีในปี 2553 และทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือนๆละ 1,500 บาท ให้เสร็จสิ้นภายใน 9 ปี ภายหลังศาลมีคำพิพากษา ผู้กู้ยืมได้ชำระหนี้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น รวมเป็นเงิน 3,000 บาท จนระยะเวลาล่วงเลยใกล้จะสิ้นสุดระยะเวลาบังคับคดี กองทุนจึงมีความจำเป็นต้องยึดทรัพย์บังคับคดีและพบว่าผู้กู้ยืมมีกรรมสิทธิในที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งที่ดินดังกล่าวยังติดจำนองอยู่กับสถาบันการเงินอื่น โดยภายหลังการยึดทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกำแพงเพชรได้ประกาศขายทอดตลาด 4 นัด ระหว่างเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2563 โดยมีผู้ซื้อทรัพย์ได้ในราคา 402,000 บาท กองทุนขอชี้แจงว่า กองทุนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ให้โอกาสทางการศึกษาและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้กู้ยืมเงินที่ขาดโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนที่จะมีการบังคับคดี กองทุนพยายามที่จะติดต่อกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันและได้ดำเนินการตามขั้นตอนการติดตามหนี้มาโดยตลอด จนในที่สุดกองทุนมีความจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายโดยยึดทรัพย์ของผู้กู้ยืมก่อนที่คดีจะขาดอายุความ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเนื่องจากเงินกู้ยืมเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน ทั้งนี้ กองทุนขอแสดงความเห็นใจคุณตาและคุณยาย และพร้อมที่จะหาแนวทางให้ความช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง รวมถึงจะดำเนินการติดตามผู้กู้ยืมให้กลับมาแสดงความรับผิดชอบต่อไป


ทั้งนี้ กองทุนขอฝากถึงผู้กู้ยืมให้ชำระหนี้เป็นปกติเพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องจนเดือดร้อนถึงผู้ค้ำประกันหรือผู้ปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดามารดาและญาติพี่น้อง จึงขอให้ผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุกท่านตระหนักถึงการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป” ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวในที่สุด.-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

นั่งรถไฟ-เที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน บุรีรัมย์

การรถไฟฯ เปิดให้บริการขบวนรถโดยสาร 7 ขบวน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการเดินทางเที่ยวเทศกาลลูกชิ้นยืนกิน สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 18-24 กันยายน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

จับแชร์ “ออมเงิน” ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง

ตำรวจไซเบอร์บุกจับเจ้าของวงแชร์พร้อมสามี หลอกลงทุนออนไลน์ ต้นเหตุเยาวชน 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างสรรพสินค้า จ.นนทบุรี

ข่าวแนะนำ

สปสช.ขอกลุ่มเสี่ยงรับ ATK แล้วตรวจโควิดทันที

สปสช.เปิดข้อมูลกระจาย ATK มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงรับชุดตรวจแล้วกว่า 6 หมื่นราย รวมจำนวนกว่า 1.2 แสนชุด แต่ตรวจโควิดทันทีเพียง 6% เท่านั้น ขอความร่วมมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยเร็วหลังรับชุดตรวจ เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา และลดการแพร่ระบาด

ฉีดวัคซีน 3 เข็มยังติดโควิด-เชื้อลงปอด แห่ให้กำลังใจนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุ

นายกฯ ไก่ ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ยังติดโควิด-19 พร้อมลูกและภรรยา ซึ่งตอนนี้รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมเปิดใจติดจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่ทราบสถานที่ติดเชื้อ เนื่องจากลงพื้นที่ปฏิบัติงานทุกวัน

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำอยู่ครบวาระ

โฆษกรัฐบาลยันนายกฯ ลงพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชน ไม่ใช่ส่งสัญญาณยุบสภาฯ ย้ำรัฐบาลอยู่ครบวาระ เร่งพลิกโฉมประเทศหลังผ่านพ้นโควิด-19

ดีเดย์ 1 ต.ค. คนละครึ่งเฟส3 โอนเงินรอบสองอีก 1,500 บาท

โฆษกรัฐบาลเผย เตรียมเป๋าตังให้พร้อมรับโอนเงินรอบ 2 คนละครึ่งเฟส 3 ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กิน ช้อป ใช้ ขยายจ่ายผ่าน Platform Delivery เริ่มต้นตุลาคม เตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 64 ขณะยอดมาตรการใช้จ่ายลดค่าครองชีพของรัฐ พุ่งกว่า 7.6 หมื่นล้านแล้ว นายกฯ กำชับเยียวยาทั่วถึง