กรุงเทพฯ 18 มี.ค.-ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจในเดือนกุมภาพันธ์ลดลงเล็กน้อย โดยสะท้อนจากสมาชิกขอบหอการค้าไทยทั่วประเทศ ตามความกังวลต่อการระบาดของโควิดรอบใหม่และเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง
นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำของสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย จากกลุ่มตัวอย่างสมาชิกหอการค้าไทยทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 369 ตัวอย่าง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 อยู่ที่ระดับ 29.6 ต่ำสุดในรอบ 26 เดือนนับตั้งแต่ทำการสำรวจมา และลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ระดับ 29.6 เนื่องจากตัวชี้วัดในทุกด้านทั้งเศรษฐกิจโดยรวม / การบริโภค / การลงทุน / การท่องเที่ยว / ภาคเกษตร / ภาคอุตสาหกรรม / ภาคการค้า / การค้าชายแดน / และภาคบริการ รวมถึงการจ้างงาน ในทุกภูมิภาคภาคของประเทศ มีการปรับตัวลดลงทั้งหมด โดยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยในภาคกลาง / กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 30 เนื่องจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ มาช่วยบรรเทาผลกระทบให้ผู้บริโภค ส่วนในภาคใต้ อยู่ในระดับต่ำที่สุด ที่ 26.7 เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังคงซบเซาต่อเนื่อง ทำให้เกิดปัญหาการว่างงาน และประชาชนได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ซบเซา ทั้งนี้ภาคเอกชน อยากให้เร่งฉีดวัคซีนเพื่อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาปกติ / และเร่วฟื้นเศรษฐกิจของประเทศเพื่อลดการตกงาน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่าจากปัญหาการระบาดเพิ่มเติมในพื้นที่บางแค และแน่ชัดแล้วว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ต้องดกิจกรรมหลายอย่าง ทำให้ยังส่งผลต่อเนื่องถึงภาคการท่องเที่ยว และเม็ดเงินที่คาดว่าจะสะพัดช่วงสงกรานต์กว่า 1 แสน 4 หมื่นล้านบาท จะต้องมาประเมินใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องไปถึงการบริโภค การค้า รวมถึงภาคเกษตรกรที่ลดลงตามไปด้วย ดังนั้น ในไตรมาสที่ 2 หลังช่วงสงกรานต์ จะต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนและออกมาต่อเนื่อง เพื่อให้เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวได้ร้อยละ 1-2 และในไตรมาสที่ 3 ต้องมีแผนและเป้าหมายการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน รวมทั้งในไตรมาสสุดท้าย จะต้องเปิดรับนักท่องเที่ยว ตามแผนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดือนละ 2 ล้านคน รวม 6 ล้านคน เพื่อให้จะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าหมายของภาครัฐที่ร้อยละ 4
ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.6 เท่านั้น ขณะที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินไว้ที่ร้อยละ 3 ดังนั้นจึงต้องเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเดินหน้าตามแผนการฉีดวัคซีนเพื่อให้สามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจไทย ขยายตัวต่ำกว่าร้อยละ 3 .-สำนักข่าวไทย