fbpx

ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามเงื่อนไข “เราชนะ”

กรุงเทพฯ 10 มี.ค.-โฆษกกระทรวงการคลัง เผยกระทรวงการคลังขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามเงื่อนไขโครงการ “เราชนะ”

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้รับเบาะแสจำนวนมากเกี่ยวกับการทุจริตของประชาชนหรือผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) โดยมีพฤติกรรมการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการฯ เช่น การแลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด การขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม เป็นต้น ซึ่งกระทรวงการคลังได้ประสานขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการติดตามและตรวจสอบ โดยหากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดเงื่อนไขจริงจะระงับการใช้เครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (เครื่อง EDC) หรือแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ของร้านค้า และดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงขอความร่วมมือประชาชนในการรักษาสิทธิ์ของตนเอง และขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการฯ ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการสามารถแจ้งเบาะแส รวมถึงส่งหลักฐานการกระทำผิดเงื่อนไขโครงการฯ ทางไปรษณีย์มาที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ถนนพระรามที่ 6 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Mail): wewin@fpo.go.th


โฆษกกระทรวงการคลังได้เน้นย้ำว่า ประชาชนทั่วไปที่สละสิทธิ์ด้วยเหตุผล “ไม่มีสมาร์ทโฟน” และได้มาลงทะเบียนในช่องทางเดียวกันกับประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระหว่างวันที่ 15 – 21 กุมภาพันธ์ 2564 จะทราบผลการคัดกรองคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป และจะมีการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 5,000 บาท ให้กับผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเพื่อใช้จ่ายผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ในวันที่ 12 มีนาคม 2564 ทั้งนี้ ประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถตรวจสอบผลการคัดกรองคุณสมบัติได้ทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com หรือ Call Center ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หมายเลขโทรศัพท์ 0 2111 1122

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังได้แถลงเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของโครงการฯ ณ วันที่ 10 มีนาคม 2564 ดังนี้ 1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 41,809 ล้านบาท 2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว มีจำนวนมากกว่า 16.6 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 53,237 ล้านบาท และ 3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 0.5 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 1,329 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ แล้ว รวมทั้งสิ้นจำนวน 30.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 96,375 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน“ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้านกิจการ .-สำนักข่าวไทย


ดูข่าวเพิ่มเติม

Top Viewed • อ่านมากสุด

ดูทั้งหมด

สุดสลด! หนูน้อยวัย 1 ขวบนั่งร้องไห้เฝ้าศพแม่ยันเช้า

สุดสลด! หนูน้อยวัยขวบเศษ นั่งร้องไห้เฝ้าศพแม่ในพงหญ้านานกว่า 8 ชม. ก่อนจะมีชาวบ้านขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาเจอและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

3 หมอใหญ่ แนะร่วมฉีดวัคซีนหยุดโควิด

คณบดี 3 สถาบันแพทย์ ศิริราช-จุฬาฯ-รามาฯ วอนประชาชนเข้าใจสถานการณ์โควิด แจงรายงานรับภาระงานแพทย์ล้นมือ แนวโน้มอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ใน4 ของผู้ป่วยหนักหรือประมาณ 80-100 คน พร้อมรับอัตราการติดเชื้อรุนแรง 15 เท่า ย้ำการฉีดวัคซีนเป็นอาวุธหยุดโรค

ข่าวแนะนำ

เชียงใหม่เจอติดเชื้อเพิ่ม-เตือนคนนั่งนกแอร์ไปตรวจโควิด

สาธารณสุข จ.เชียงใหม่ แจ้งเตือนผู้โดยสารสายการบินนกแอร์ วันที่ 9 พ.ค. เที่ยวบิน DD008 เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่ เวลา 16.30-17.30 น. ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด่วน เนื่องจากพบผู้โดยสารเที่ยวบินดังกล่าวติดโควิด-19